ก่อนจะกลับมาพบว่าขุมนรกได้เปิดต้อนรับเขาแล้ว!
ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่ ควรจะเป็นวินาทีที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้รับการโอบกอดและดูแลอย่างดีที่สุด แต่สำหรับ “อริสา” วินาทีที่เจ็บปวดเจียนตายนั้น กลับเป็นวินาทีที่เธอได้ตาสว่างและมองเห็นธาตุแท้ที่อำมหิตที่สุดของผู้ชายที่เธอเรียกว่า “สามี”
I. เสียงกรีดร้องในกรงทองและคำปฏิเสธที่ไร้หัวใจ
“โอ๊ย! ภวินทร์… พี่ภวินทร์ ช่วยลินด้วย ลินปวดท้อง… น้ำเดินแล้ว ลูกกำลังจะคลอด!”
ฉันล้มทรุดลงไปกองกับพื้นหน้าประตูบ้าน มือซ้ายกุมหน้าท้องที่นูนป่องในอายุครรภ์ 9 เดือนเต็ม มือขวาพยายามเอื้อมไปคว้าชายกางเกงสแล็คราคาแพงของ “ภวินทร์” สามีที่ฉันร่วมหอลงโรงด้วยมาสามปี เขากำลังยืนส่องกระจกจัดเนคไทเพื่อเตรียมตัวออกไปงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ฉลองวันเกิดครบรอบ 60 ปีของ “คุณหญิงมณี” แม่ของเขา
ภวินทร์ก้มลงมองฉันด้วยสายตารำคาญใจ เขาสะบัดขาออกจากการเกาะกุมของฉันอย่างไม่ไยดี “อย่ามาสำออยเรียกร้องความสนใจตอนนี้ได้ไหมอริสา! หมอบอกว่ากำหนดคลอดสัปดาห์หน้า นี่มันก็แค่เจ็บเตือนแหละ เธอจงใจจะทำลายงานวันเกิดของคุณแม่ใช่ไหม!”
“ไม่ใช่นะคะพี่ภวินทร์! เลือด… มีเลือดออก พาฉันไปโรงพยาบาลเถอะนะ ฉันไหว้ล่ะ!” ฉันพนมมือไหว้น้ำตาไหลพราก ความเจ็บปวดปวดร้าวแล่นริ้วจากหลังลงมาถึงช่องท้องจนแทบขาดใจ
“งานวันเกิดแม่ฉันมีแค่ปีละครั้ง และปีนี้เป็นปีแซยิด ฉันในฐานะลูกชายคนโตจะขาดงานนี้ไม่ได้เด็ดขาด!” ภวินทร์ตวาดเสียงกร้าว “ส่วนเธอ… อยู่เงียบๆ ในบ้านไปซะ ฉันจะล็อกประตูด้านนอกไว้ จะได้ไม่ต้องเดินเพ่นพ่านออกไปทำเรื่องขายหน้าให้ฉันตระกูลฉัน!”
“พี่ภวินทร์! อย่าทำแบบนี้นะ! พี่จะขังฉันไว้ไม่ได้ ลูกกำลังจะออกมานะ!”
ปัง! เสียงประตูไม้สักบานใหญ่ปิดกระแทกใส่หน้าฉัน ตามด้วยเสียงล็อกกุญแจสายยูจากด้านนอกอย่างแน่นหนา ภวินทร์เดินจากไปพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถยุโรปคันหรู ทิ้งให้ฉันนอนบิดเร่าอยู่บนพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบ พร้อมกับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
II. หยดเลือด ลมหายใจที่รวยริน และการต่อสู้เพื่อชีวิต
ความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นทุกวินาที เลือดสีแดงฉานเริ่มไหลซึมเปื้อนกระโปรงคลุมท้องสีขาว ฉันพยายามตะเกียกตะกายคลานไปที่โต๊ะรับแขกเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือ แต่ภวินทร์เอาโทรศัพท์ของฉันไปด้วยเพราะกลัวฉันจะโทรไปกวนเขาที่งาน!
“ลูกแม่… อดทนไว้นะลูก… แม่จะไม่ยอมให้หนูเป็นอะไร” ฉันกัดริมฝีปากจนเลือดซิบ
ในจังหวะที่สติกำลังจะหลุดลอย สายตาของฉันเหลือบไปเห็น “สมาร์ทวอทช์” ที่ชาร์จทิ้งไว้บนชั้นวางทีวี ฉันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย คลานไปตามพื้นกระเบื้อง ทิ้งรอยเลือดเป็นทางยาวน่าสยดสยอง ฉันเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดปุ่ม SOS ฉุกเฉินที่ตั้งค่าโทรออกหา “สารวัตรติณณ์” พี่ชายแท้ๆ ของฉัน
“ล-ลิน… พี่ติณณ์ ช่วยลินด้วย… ลินถูกขัง… กำลังจะคลอด… เลือดออกเยอะมาก…” ฉันกระซิบเสียงแผ่วเบาก่อนที่สติจะดับวูบไป พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อฉันอย่างบ้าคลั่งจากปลายสาย
III. สองวันต่อมา… รอยยิ้มของคนโง่เขลา
เวลาผ่านไปสองวันเต็ม… ภวินทร์ขับรถกลับมาที่บ้านในตอนบ่ายวันอาทิตย์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เขาสวมชุดสูทตัวเดิมที่เริ่มยับยู่ยี่ ในมือถือกล่องเค้กช็อกโกแลตขนาดใหญ่ที่เหลือจากงานปาร์ตี้สุดเหวี่ยงสองวันสองคืนที่เขาจัดให้แม่และเพื่อนฝูงจนลืมไปเลยว่าทิ้งภรรยาท้องแก่ไว้ที่บ้าน
เขาร้องเพลงเบาๆ ในลำคอ คิดเอาเองว่าอริสาคงจะนั่งรอเขาอยู่เงียบๆ หรืออย่างมากก็คงโทรเรียกแท็กซี่ไปคลอดเองที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว
แต่เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าบ้าน รอยยิ้มบนใบหน้าก็เริ่มจางหายไป…
ประตูไม้สักบานใหญ่ที่เขาจงใจล็อกไว้ บัดนี้ถูกพังทลายจนแตกเป็นเสี่ยงๆ บานพับหลุดกระเด็น สายกั้นพื้นที่ของตำรวจ (Police Line) สีเหลืองดำขึงพาดผ่านหน้าประตูบ้าน
“เกิดบ้าอะไรขึ้นวะ!” ภวินทร์สบถ ทิ้งกล่องเค้กลงพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาเข่าของเขาอ่อนยวบ… บนพื้นกระเบื้องห้องรับแขก มีคราบเลือดสีน้ำตาลแห้งกรังหยดเป็นทางยาว กองเลือดขนาดใหญ่สาดกระเซ็นอยู่หน้าชั้นวางทีวี ข้าวของกระจัดกระจายราวกับผ่านสมรภูมิรบ บ้านทั้งหลังเงียบสงัดและเย็นเยียบราวกับป่าช้า
“อ-อริสา! ลิน! เธออยู่ไหน!” ภวินทร์ตะโกนเสียงหลง หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจ่ังหวะ
IV. หมายศาลและการพังทลายของข้ออ้าง
“เธอไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก ไอ้ฆาตกร”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง สารวัตรติณณ์ พี่ชายของอริสาในชุดเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ ก้าวเดินออกมาพร้อมกับแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้น
“ไอ้ติณณ์! แกพังประตูบ้านฉันทำไม! แล้วลินล่ะ ลินอยู่ไหน!” ภวินทร์พยายามทำใจดีสู้เสือ โวยวายกลบเกลื่อนความผิด
ติณณ์ไม่ได้ตอบ เขาก้าวเข้ามาจับคอเสื้อของภวินทร์แล้วเหวี่ยงร่างของชายผู้เห็นแก่ตัวไปกระแทกกับโต๊ะกระจกอย่างแรง “แกขังน้องสาวฉันที่กำลังตกเลือดไว้ในบ้าน! ถ้าฉันพังประตูเข้ามาช่วยช้ากว่านี้แค่สิบนาที ทั้งลินและหลานของฉันคงกลายเป็นศพเฝ้าบ้านแกไปแล้ว!”
ภวินทร์หน้าซีดเผือด “ล-ลินตกเลือดเหรอ… ฉ-ฉันไม่รู้ ฉันนึกว่าเขาแค่เจ็บหลอกๆ… แล้วตอนนี้ลูกกับเมียฉันเป็นยังไงบ้าง! ฉันจะไปหาพวกเขา!”
“หยุดพล่ามคำว่าเมียกับลูกเดี๋ยวนี้” ติณณ์โยนซองเอกสารตราครุฑสีน้ำตาลสามซองลงบนกองเลือดแห้งๆ ที่พื้น “ลินรอดตาย ปาฏิหาริย์ที่หลานฉันก็ปลอดภัย… แต่สำหรับแก นรกเพิ่งจะเริ่มต้น”
ภวินทร์มือสั่นขณะหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดูทีละซอง
-
ซองที่หนึ่ง: คือหมายศาลคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามภวินทร์เข้าใกล้อริสาและทารกแรกเกิดในระยะ 500 เมตร หากฝ่าฝืนจะถูกจับกุมทันที
-
ซองที่สอง: คือหมายเรียกผู้ต้องหาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งข้อหา “พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” และ “กักขังหน่วงเหนี่ยว” ซึ่งเป็นคดีอาญาร้ายแรงที่ยอมความไม่ได้
-
ซองที่สาม: คือหนังสือหย่า… พร้อมกับเอกสารคำสั่งอายัดทรัพย์สิน และหนังสือทวงคืนกรรมสิทธิ์บ้านหลังนี้!
“แกจะยึดบ้านฉันไม่ได้นะ! นี่มันบ้านที่ฉันใช้เงินเก็บซื้อมา!” ภวินทร์กรีดร้อง
ติณณ์แสยะยิ้มเยาะเย้ย “แกนี่มันโง่ไม่เปลี่ยนเลยนะภวินทร์ แกเอาเงินไปผลาญกับแม่แกหมดจนติดหนี้บัตรเครดิต แกจำไม่ได้เหรอว่าชื่อในโฉนดบ้านหลังนี้ ลินเป็นคนใช้เงินกงสีของตระกูลฉันซื้อด้วยเงินสด! และตอนนี้… ทนายของลินกำลังฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งที่จะทำให้แกกับแม่แกต้องล้มละลาย!”
V. จุดจบของคนไร้หัวใจ
ภวินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่ากลางกองเลือดของภรรยา น้ำตาแห่งความสำนึกผิด (หรืออาจจะแค่เสียดายสมบัติ) ไหลอาบแก้ม
“พี่ติณณ์… ผมขอร้อง ให้ผมได้คุยกับลินเถอะนะ ผมรักลิน ผมแค่เลือกผิด ผมจะไปขอขมาลินกับลูก!” ภวินทร์พนมมือไหว้อย่างน่าสมเพช
“แกเลือกเค้กวันเกิดของแม่แก แทนที่จะเลือกลมหายใจของลูกตัวเอง” ติณณ์ก้มลงมองภวินทร์ด้วยสายตารังเกียจราวกับมองเศษขยะ “ลินฝากข้อความสุดท้ายมาให้แก…”
ติณณ์เปิดคลิปเสียงจากโทรศัพท์มือถือ เสียงของอริสาที่แหบพร่าและเหนื่อยล้าจากเตียงผู้ป่วยดังก้องขึ้นในบ้านที่ว่างเปล่า…
“พี่ภวินทร์… ตอนที่ฉันนอนจมกองเลือดรอความตาย ฉันได้ภาวนาต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ขอให้ลูกของฉันรอด และขอให้ความรักโง่ๆ ที่ฉันมีต่อพี่ตายไปพร้อมกับเลือดกองนี้… วันนี้ฉันทำสำเร็จแล้ว หยิบเค้กที่พี่เอามาฝาก แล้วไสหัวออกไปจากบ้านของฉันซะ ก่อนที่ตำรวจจะมาลากคอพี่เข้าคุก!”
สิ้นเสียงคลิป เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสองนายก็เดินเข้ามาในบ้าน พร้อมกับสวมกุญแจมือภวินทร์ทันที “นายภวินทร์ คุณถูกจับกุมในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและพยายามฆ่า…”
ภวินทร์ถูกลากตัวออกไปจากบ้าน ท่ามกลางสายตาของเพื่อนบ้านที่มามุงดูด้วยความสมเพช กล่องเค้กที่เขาถือมาตกกระจายเละเทะอยู่บนพื้น ปะปนไปกับคราบเลือดที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น
เขาได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง… ภรรยาที่แสนดี ลูกที่น่ารัก บ้านที่หรูหรา และอิสรภาพในชีวิต ทั้งหมดนี้เป็นเพียงราคาที่เขาต้องจ่าย สำหรับความเห็นแก่ตัวที่ไร้หัวใจ และเขาจะต้องชดใช้มันอยู่ในห้องขัง… ไปอีกนานแสนนาน!
