คือผู้กุมความลับและลมหายใจของพลเอกระดับสี่ดาว!
I. วิกฤตการณ์ในห้องไอซียูวีไอพี
เสียงเครื่องวัดชีพจรดังรัวและถี่กระชั้น บรรยากาศภายในห้อง ICU ระดับ VVIP ของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์แห่งชาติเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะจับต้องได้ บนเตียงผู้ป่วยคือร่างที่เต็มไปด้วยสายยางและเครื่องช่วยหายใจของ “พลเอก ภูริต” ผู้บัญชาการทหารบกและนายทหารระดับสี่ดาวผู้เป็นตำนานของประเทศ เขาถูกส่งตัวมากลางดึกด้วยอาการหมดสติอย่างเป็นปริศนาหลังกลับจากภารกิจลับที่ชายแดน
ทีมแพทย์ระดับแนวหน้าของประเทศ นำโดย “นายแพทย์กวิน” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา และ “สายสมร” หัวหน้าพยาบาลจอมเจ้าระเบียบ กำลังวิ่งวุ่นด้วยความตื่นตระหนก เพราะไม่ว่าพวกเขาจะระดมฉีดยาหรือใช้เครื่องมือแพทย์ล้ำสมัยแค่ไหน ค่าความดันของท่านนายพลก็ยังคงดิ่งลงเรื่อยๆ ร่างกายของเขาตอบสนองต่อบางสิ่งที่มีเพียงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเท่านั้นที่จะเข้าใจ
ฉันชื่อ “ดารินทร์” พยาบาลสาวธรรมดาๆ ที่เพิ่งย้ายเข้ามาทำงานในวอร์ดนี้ได้เพียงหกเดือน ฉันยืนสังเกตการณ์อยู่ที่มุมห้อง มองดูหน้าจอแสดงผลเลือดและอาการเกร็งกระตุกของท่านนายพล ก่อนจะตัดสินใจก้าวออกมายืนตรงหน้าเตียงผู้ป่วย
“หมอกวินคะ ยาต้านพิษที่คุณหมอกำลังจะฉีดมันใช้ไม่ได้ผลหรอกค่ะ ท่านนายพลไม่ได้ถูกพิษธรรมดา แต่ท่านโดนสารสกัดชีวภาพระดับอาวุธสงคราม… ฉันรู้จักท่านนายพล และฉันรู้ว่าต้องรักษาเขายังไง ปล่อยให้ฉันจัดการเถอะค่ะ”
II. เสียงหัวเราะเยาะและความหยิ่งยโส
สิ้นประโยคของฉัน ทั้งห้อง ICU ก็ตกอยู่ในความเงียบงัน… ก่อนที่มันจะถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะเยาะที่ดังลั่นจากริมฝีปากของหมอกวินและพยาบาลคนอื่นๆ
“เธอเสียสติไปแล้วเหรอ ดารินทร์!” หมอกวินตวาดพร้อมกับหัวเราะในลำคอ “รู้จักท่านนายพลงั้นเหรอ? พยาบาลต๊อกต๋อยที่วันๆ เอาแต่เช็ดตัวคนไข้อย่างเธอเนี่ยนะ จะไปรู้จักกับผู้บัญชาการระดับประเทศได้ยังไง! เลิกอ่านนิยายสืบสวนแล้วตื่นจากฝันได้แล้ว!”
“นั่นสิยะ!” หัวหน้าพยาบาลสายสมรสมทบด้วยแววตาเหยียดหยาม “อยากจะสร้างซีนเรียกร้องความสนใจล่ะสิ คิดว่าทำตัวรู้ดีแล้วจะได้เลื่อนขั้นหรือไง ออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ นังพยาบาลจอมเพ้อเจ้อ! รปภ.! มาลากตัวพยาบาลคนนี้ออกไป!”
บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนในห้องมองฉันด้วยสายตาสมเพช พวกเขาเห็นฉันเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่พยายามจะเกาะกระแสคนใหญ่คนโต ไม่มีใครเชื่อว่าพยาบาลธรรมดาๆ จะมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับนายทหารระดับสี่ดาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ตรงหน้า
III. วันทยาหัตถ์ที่หยุดลมหายใจคนทั้งวอร์ด
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนพุ่งเข้ามาจับแขนฉัน เตรียมจะกระชากตัวฉันออกไปจากห้องตามคำสั่งของหัวหน้าพยาบาล
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง…
ติ๊ด… ติ๊ด… ติ๊ด-ติ๊ด-ติ๊ด! เครื่องวัดคลื่นหัวใจที่เคยอ่อนแรง จู่ๆ ก็กลับมาเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นขึ้น ร่างของพลเอกภูริตที่ทุกคนคิดว่าสมองตายไปแล้ว ค่อยๆ ขยับตัว เปลือกตาที่ปิดสนิทมาตลอดสองวันเบิกกว้างขึ้น นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองไปทั่วห้อง
“ท-ท่านนายพล! ฟื้นแล้ว! ท่านฟื้นแล้วครับ!” หมอกวินละล่ำละลัก รีบพุ่งเข้าไปหาที่เตียงหมายจะเอาหน้า “ผมเป็นคนฉีดยากระตุ้นให้ท่านเองครั—”
แต่พลเอกภูริตไม่ได้มองหมอกวินเลยแม้แต่น้อย สายตาของท่านจ้องเขม็งมาที่ฉัน ผู้ซึ่งกำลังถูก รปภ. จับแขนอยู่ บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกลงกะทันหัน ท่านนายพลพยายามยกแขนขวาที่สั่นเทาและเต็มไปด้วยสายน้ำเกลือขึ้นมาอย่างยากลำบาก ร่างกายของท่านอ่อนแอถึงขีดสุด แต่ด้วยจิตวิญญาณของนักรบ… ท่านยกมือขวานั้นขึ้นมาแตะที่หางคิ้วอย่างสง่างาม
มันคือ ‘การทำวันทยาหัตถ์’ อย่างเต็มรูปแบบ!
“ผู้กองดารินทร์… รายงานตัวครับ…” เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังของท่านนายพลเปล่งออกมา
ทุกคนในห้องเบิกตากว้างราวกับเห็นผี หมอกวินอ้าปากค้างจนคางแทบจรดพื้น หัวหน้าพยาบาลสายสมรหน้าซีดเผือด รปภ. ทั้งสองคนที่จับแขนฉันอยู่รีบปล่อยมือและก้าวถอยหลังไปชนกำแพงด้วยความหวาดผวา
IV. ความลับใต้เงามืดที่ถูกเปิดเผย
“ผู้กอง…? ท-ท่านนายพลเรียกพยาบาลคนนี้ว่าผู้กองเหรอครับ!” หมอกวินถามเสียงสั่น
ฉันจัดเสื้อกาวน์ของตัวเองให้เรียบร้อย เดินฝ่าวงล้อมของหมอและพยาบาลที่กำลังช็อก ยืดหลังตรงและทำวันทยาหัตถ์ตอบรับท่านนายพลด้วยท่วงท่าที่เป๊ะและสง่างามราวกับทหารหน่วยรบพิเศษที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก
“พักตามระเบียบค่ะ ท่านนายพล” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ
ความจริงที่ไม่มีใครในโรงพยาบาลแห่งนี้รู้ก็คือ… ฉันไม่ใช่แค่พยาบาลธรรมดา แต่ฉันคือ “พันตรีหญิง ดารินทร์” อดีตแพทย์ทหารหน่วยรบพิเศษและสายลับระดับท็อปของกองทัพ เมื่อห้าปีก่อน ในสมรภูมิลับที่ชายแดน ฉันคือคนที่แบกร่างที่ถูกยิงของพลเอกภูริตฝ่าดงกระสุนออกมาจากวงล้อมของศัตรู
และที่สำคัญที่สุด พิษที่กำลังกัดกินร่างของท่านนายพลในตอนนี้ คืออาวุธชีวภาพสายพันธุ์ใหม่ที่ฉันเป็นคนวิจัยและคิดค้นยาถอนพิษขึ้นมาได้เพียงคนเดียวในกองทัพ ฉันแฝงตัวเข้ามาเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลแห่งนี้ ก็เพื่อปกป้องความลับทางการแพทย์และรอคอยเวลาที่จะได้ใช้งานมัน… ซึ่งก็คือวันนี้!
V. การกอบกู้ลมหายใจและการตอกหน้าคนหยิ่งยโส
ฉันหันกลับมามองหมอกวินและหัวหน้าพยาบาลสายสมรด้วยแววตาที่เย็นเยียบและทรงอำนาจจนพวกเขาสะดุ้ง “หลีกทางค่ะคุณหมอ… ยาที่คุณกำลังจะฉีดให้ท่านนายพล มันจะไปกระตุ้นให้พิษทำลายระบบประสาทเร็วขึ้น ภายในสิบนาทีท่านจะหัวใจวาย”
หมอกวินถอยกรูด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาฉันอีกต่อไป ฉันล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์ หยิบหลอดยาเซรุ่มสีน้ำเงินเข้มที่ฉันพกติดตัวมาตลอดเวลาออกมา บรรจงฉีดมันเข้าไปในสายน้ำเกลือของพลเอกภูริตอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที… สีหน้าที่ซีดเซียวของท่านนายพลก็กลับมามีเลือดฝาด ค่าความดันและออกซิเจนในเลือดพุ่งกลับขึ้นมาอยู่ในระดับเกณฑ์ปกติอย่างปาฏิหาริย์
พลเอกภูริตทิ้งตัวลงนอนพักด้วยรอยยิ้มบางๆ “ขอบคุณมาก… ดารินทร์ ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงไม่รอด”
VI. บทเรียนราคาแพง
ฉันหันไปหาบุคลากรทุกคนในห้องที่เคยมองฉันเป็นตัวตลก บัดนี้พวกเขายืนก้มหน้า ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวและละอายใจ
“ในฐานะแพทย์… สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ยศถาบรรดาศักดิ์ หรือการดูถูกเพื่อนร่วมงานหรอกนะคะ หมอกวิน” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กรีดลึกไปถึงกระดูกดำ “แต่คือการมีวิจารณญาณที่มากพอ จะรับฟังผู้อื่นเมื่อชีวิตของคนไข้แขวนอยู่บนเส้นด้าย… พรุ่งนี้ฉันจะรายงานเรื่องทัศนคติการทำงานของพวกคุณให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทราบ เตรียมตัวรับการสอบสวนด้วยค่ะ”
หมอกวินและหัวหน้าพยาบาลสายสมรทรุดตัวลงกับพื้นห้อง ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ ความหยิ่งยโสของพวกเขาถูกเหยียบย่ำจนแหลกสลายด้วยความจริงที่ว่า… ลมหายใจของผู้นำระดับประเทศ และอนาคตหน้าที่การงานของพวกเขา ล้วนตกอยู่ในกำมือของ “พยาบาล” ที่พวกเขาเพิ่งจะหัวเราะเยาะไปเมื่อห้านาทีที่แล้ว!
