และการทวงแค้นของพันตรีหญิงที่ฟื้นจากความตาย!
I. งานศพที่ไร้ร่างและน้ำตาที่รินไหล
บรรยากาศภายในศาลาวีไอพีของวัดหลวงใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์สีขาวบริสุทธิ์ ดอกกล้วยไม้และคาร์เนชั่นสีขาวนับแสนดอกถูกจัดแต่งอย่างวิจิตรบรรจง งานศพที่ครอบครัวของฉันทุ่มงบจัดงานกว่า 3.5 ล้านบาท (ประมาณ 100,000 ดอลลาร์) เพื่อไว้อาลัยให้กับฮีโร่ของตระกูล… ซึ่งก็คือตัวฉันเอง
ฉันชื่อ “พันตรีหญิง ณิชา” นายทหารหน่วยข่าวกรองพิเศษที่ถูกรายงานว่า “เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่” จากเหตุระเบิดที่ชายแดน ร่างของฉันสูญหายไปในซากปรักหักพัง โลงศพไม้สักทองที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางศาลาในตอนนี้… เป็นเพียงโลงศพเปล่าที่ไม่มีร่างของฉันอยู่ข้างใน
ครอบครัวของฉัน ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาว ต่างพากันสวมกอดกันร้องไห้แทบขาดใจอยู่หน้าโลงศพ ภาพนั้นทำให้ฉันที่ยืนซ่อนตัวอยู่หลังเสาต้นใหญ่ในมุมมืดของศาลา ต้องยกมือขึ้นปาดน้ำตา ฉันรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนในการรักษาตัวในโรงพยาบาลลับของกองทัพโดยไม่ให้ใครรู้ เพื่อรอวันที่จะกลับมาเซอร์ไพรส์ครอบครัว
แต่แล้ว… รอยยิ้มแห่งความปีติของฉันก็ต้องพังทลายลง เมื่อสายตาของฉันเหลือบไปเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในมุมลับตาคน
II. หน้ากากของชายผู้แสนดี
“ชวิน” สามีสุดที่รักของฉัน ผู้ชายที่ฉันยอมมอบทั้งชีวิตและหัวใจให้ เขาสวมชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลานั้นเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เขาเพิ่งเดินเข้าไปสวมกอดปลอบประโลมคุณแม่ของฉันด้วยท่าทีของลูกเขยที่แสนดีและแตกสลายจากการสูญเสียภรรยา
แต่เมื่อชวินเดินปลีกตัวออกมาจากหน้างานและเลี้ยวเข้าไปในห้องรับรองวีไอพีที่ปลอดคน ฉันจึงค่อยๆ ก้าวเท้าตามไปอย่างเงียบเชียบ… และสิ่งที่ฉันได้ยินผ่านแง้มประตูที่เปิดแง้มไว้ ก็ทำให้เลือดในกายของฉันเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง
ภายในห้องนั้น ชวินไม่ได้กำลังร้องไห้… เขากำลังยืน จับมือ และโอบเอว “ลลิตา” เลขาสาวหน้าห้องของเขาเอง!
“ชวินคะ… คุณแน่ใจนะว่ายัยณิชาตายสนิทแล้วจริงๆ ไม่ใช่อยู่ๆ โผล่มานะคะ” ลลิตากระซิบถามพร้อมกับซบหน้าลงบนแผงอกของสามีฉัน
“ตายสนิทสิครับที่รัก โดนระเบิดซะขนาดนั้น กองทัพยังหาเศษเนื้อไม่เจอเลยมั้ง โลงศพข้างนอกนั่นก็โลงเปล่าทั้งนั้น” ชวินหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของเขาไม่มีความเศร้าโศกหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
III. แผนการฮุบเงินประกันบนกองเลือดของภรรยา
ฉันยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตู มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ฟังบทสนทนาอันแสนสกปรกของผู้ชายที่ฉันเคยเอาชีวิตปกป้อง
“แล้วเรื่องเงินประกันล่ะคะ?” ลลิตาถามด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ไม่ต้องห่วง กองทัพอนุมัติเงินชดเชยพิเศษและเงินประกันชีวิตทหารของณิชารวมแล้วเกือบ 30 ล้านบาท วันนี้ผู้พันจะนำเช็คมามอบให้ผมในฐานะผู้รับผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว… พอรับเช็คปุ๊บ พรุ่งนี้เราบินไปฉลองที่สวิตเซอร์แลนด์กันเลยนะจ๊ะ” ชวินก้มลงหอมแก้มเมียน้อยอย่างย่ามใจ
“คุณนี่เก่งจริงๆ เลย ปล่อยให้อีพวกครอบครัวณิชามันร้องไห้เสียเงินจัดงานศพเป็นล้านไปเถอะ ส่วนเรา… รอรับเงินสบายๆ”
หัวใจของฉันที่เคยรอดพ้นจากสะเก็ดระเบิด บัดนี้กลับถูกหักหลังจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี ผู้ชายที่ฉันรัก แท้จริงแล้วคือปลิงดูดเลือดที่สวมเขาให้ฉัน และรอคอยความตายของฉันเพื่อเสวยสุข!
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอทิ้งไป เปลวไฟแห่งความแค้นลุกโชนขึ้นในดวงตา… ฉันถอดเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ออก เผยให้เห็น เครื่องแบบทหารเต็มยศ ที่ประดับเหรียญกล้าหาญเต็มหน้าอกซ้าย
IV. การปรากฏตัวของคนตาย
ชวินจัดเสื้อสูทของตัวเองให้เรียบร้อยและเดินกลับออกมาที่หน้าศาลา เพื่อเตรียมตัวขึ้นกล่าวคำไว้อาลัยและรับมอบเช็คเงินประกันจากตัวแทนของกองทัพ
“ในฐานะสามี… ผมสูญเสียดวงใจของผมไป ณิชาคือวีรสตรี และผมจะขอรักเธอตลอดไป…” ชวินบีบน้ำตาผ่านไมโครโฟน แขกเหรื่อนับพันคนในงานต่างพากันเช็ดน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจ
นายทหารระดับสูงเดินถือธงชาติและซองเอกสารบรรจุเช็ค 30 ล้านบาท ก้าวขึ้นไปบนเวทีเตรียมจะมอบให้ชวิน
แต่ก่อนที่มือสกปรกของชวินจะได้แตะซองเอกสารนั้น…
“หยุดเดี๋ยวนี้ค่ะ! เงินก้อนนั้น ไม่ใช่ของเขา!”
เสียงอันทรงอำนาจและคุ้นเคยดังกังวานขึ้นจากท้ายศาลา แขกทุกคนหันขวับไปมองเป็นตาเดียว รวมถึงชวินที่ยืนอยู่บนเวที
ฉันก้าวเดินไปตามพรมแดงตรงกลางศาลา ทุกย่างก้าวหนักแน่นและสง่างาม ภายใต้ชุดเครื่องแบบทหารที่สง่าผ่าเผย ใบหน้าของฉันมีรอยแผลเป็นจางๆ จากสะเก็ดระเบิด แต่มันคือตราแห่งเกียรติยศ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้
“ณ-ณิชา… ข-ข้าวหอมลูกแม่!” คุณแม่ของฉันกรีดร้องออกมาด้วยความช็อก ก่อนจะเข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้น คุณพ่อและน้องสาวรีบวิ่งเข้ามากอดฉันไว้แน่น ร้องไห้โฮออกมาด้วยความดีใจจนแทบสิ้นสติ
“หนูยังไม่ตายค่ะแม่… หนูรอดมาได้” ฉันกอดครอบครัวไว้แน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่เวที
V. การพิพากษาชายจอมปลอม
ชวินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ซองเอกสารในมือของนายทหารหล่นลงพื้น เขาอ้าปากค้าง ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบจะยืนไม่อยู่ ส่วนลลิตาที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด กรีดร้องเสียงหลงราวกับเห็นผี
“ณ-ณิชา… ค-คุณยังไม่ตาย…” ชวินละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือราวกับคนเสียสติ
“ผิดหวังงั้นเหรอคะชวิน? ที่เมียโง่ๆ คนนี้ดันรอดตายกลับมาขัดขวางทริปสวิตเซอร์แลนด์ของคุณกับนังเมียน้อย!” ฉันตวาดเสียงกร้าว สะบัดหน้าไปทางลลิตาที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วงานศพ แขกเหรื่อและสื่อมวลชนที่มาร่วมงานต่างตกตะลึงกับความจริงที่ถูกเปิดเผย
“ม-ไม่ใช่นะณิชา! คุณเข้าใจผิด!” ชวินพยายามจะแก้ตัว
ฉันเดินขึ้นไปบนเวที คว้าไมโครโฟนมาถือไว้
“เข้าใจผิดเหรอ? งั้นคลิปเสียงที่คุณเพิ่งคุยกับลลิตาในห้องวีไอพีเมื่อสิบนาทีก่อน ที่ฉันส่งเข้าเครื่องเสียงของวัดเมื่อกี้… คงเป็นเสียงผีสางมั้งคะ!”
สิ้นคำพูดของฉัน เสียงบันทึกการสนทนาอันแสนสกปรกของชวินและลลิตาก็ดังกระหึ่มออกลำโพงทั่วศาลาวัด ทุกถ้อยคำที่พวกเขาเยาะเย้ยครอบครัวฉันและวางแผนฮุบเงินประกัน ถูกเปิดโปงจนหมดสิ้น!
คุณพ่อของฉันโกรธจัดจนฟาดหมัดเข้าที่หน้าชวินอย่างแรงจนเขาล้มคว่ำ “ไอ้ลูกเขยสารเลว! แกหลอกพวกเรา!”
VI. บทสรุปของปลิงดูดเลือด
ชวินพยายามคลานเข้ามากราบเท้าฉัน “ณิชา… ผมขอโทษ ผมมันเลวเอง ให้อภัยผมเถอะนะ!”
ฉันก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรักและความผูกพันใดๆ อีกต่อไป
“ในฐานะนายทหาร… ฉันสละชีพเพื่อชาติได้ แต่ฉันจะไม่ยอมเสียเงินแม้แต่บาทเดียวให้สวะอย่างคุณ!”
ฉันหันไปหานายทหารระดับสูง “ผู้พันคะ รบกวนยกเลิกเอกสารสั่งจ่ายเงินประกันทั้งหมด และช่วยประสานงานตำรวจให้ด้วยค่ะ… ผู้ชายคนนี้แอบปลอมแปลงลายเซ็นฉันในพินัยกรรมก่อนที่ฉันจะไปออกรบ ฉันต้องการฟ้องข้อหาฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารราชการ!”
ชวินหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เขาถูกสารวัตรทหารและตำรวจที่มาร่วมงานรวบตัวใส่กุญแจมือทันที ลลิตาพยายามจะวิ่งหนี แต่ก็ถูกจับกุมตัวในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด
งานศพราคาแสนเหรียญที่เคยเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความสูญเสีย บัดนี้กลับกลายเป็นงานฉลองการรอดชีวิตและการกระชากหน้ากากคนเลว ครอบครัวของฉันกอดฉันไว้แน่นด้วยความรักที่แท้จริง…
ส่วนชวิน… เขาจะได้ไปฮันนีมูนกับเมียน้อยอย่างที่ตั้งใจไว้ เพียงแต่เปลี่ยนจากสวิตเซอร์แลนด์… เป็นเรือนจำกลางเท่านั้นเอง!
