ไปกับเมียน้อย แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ขโมยไปคือ ‘หมายจับ’ ที่รออยู่หน้าเกตสนามบิน!
I. เงาของหัวขโมยในยามวิกาล
เวลา 02.00 น. เสียงเข็มนาฬิกาเดินวนไปอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางความมืดในห้องนอนของคฤหาสน์หรู ฉันนอนหลับตาพริ้ม หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แสร้งทำเป็นจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา
แต่ประสาทสัมผัสของฉันตื่นตัวเต็มที่ ฉันได้ยินเสียงรูดซิปกระเป๋าเดินทางอย่างแผ่วเบา ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ย่องกริบราวกับแมวขโมย “ดนัย” สามีที่แต่งงานอยู่กินกันมาห้าปี กำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเขา ท่าทางลุกลี้ลุกลนและเงียบเชียบของเขานั้น ไม่ต่างอะไรจากโจรที่กำลังเตรียมตัวหลบหนีหลังก่อเหตุ
แกร๊ก…
เสียงประตูห้องนอนถูกปิดลงอย่างเบามือที่สุด ฉันลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ฉันไม่ได้ลุกขึ้นไปโวยวาย ไม่ได้วิ่งตามไปดึงรั้ง ฉันเพียงแค่เอื้อมมือไปหยิบสมาร์ทโฟนที่หัวเตียง แล้วเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ซ่อนไว้ตรงโถงทางเดิน ดนัยกำลังลากกระเป๋าแบรนด์เนมสองใบใหญ่ ก้าวขึ้นรถยุโรปคันหรู แล้วขับออกไปจากคฤหาสน์ของฉันอย่างรวดเร็ว
II. ข้อความเย้ยหยันจากคนทรยศ
เวลา 02.30 น. โทรศัพท์ในมือของฉันสั่นเตือน มีข้อความทางแอปพลิเคชัน Line ส่งเข้ามาจากเบอร์ของดนัย
ฉันกดเปิดดู สิ่งแรกที่ปรากฏคือภาพถ่ายเซลฟี่ของดนัยที่กำลังฉีกยิ้มกว้าง โอบเอว “ลิตา” เลขาสาวหน้าห้องของเขาที่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะมาเป็น ‘เมียน้อย’ อย่างเต็มตัว พื้นหลังของภาพคือป้ายหน้าอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินสุวรรณภูมิ ลิตาชูพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสไปยุโรปด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
ใต้ภาพนั้น มีข้อความที่ดนัยส่งมาเพื่อหวังจะเหยียบย่ำหัวใจของฉันให้แหลกสลาย:
“ลาก่อนนะ ชลลดา! นังผู้หญิงบ้างานที่ไม่มีเวลาให้ผัว นังคนไร้ค่า! ฉันโอนเงินทุกบาททุกสตางค์ในบัญชีร่วมของเราเข้าบัญชีฉันหมดแล้ว ส่วนโฉนดที่ดินที่เธอให้ฉันถือครอง ฉันก็เอาไปจำนองกู้เงินมาเกลี้ยง! ขอให้มีความสุขกับความล้มละลายนะจ๊ะ!”
ฉันนั่งอ่านข้อความนั้นซ้ำสองรอบ แทนที่น้ำตาจะไหลหรือฟูมฟายอย่างที่ผู้หญิงถูกทิ้งควรจะเป็น ฉันกลับหลุดหัวเราะออกมาดังลั่นห้องนอน หัวเราะให้กับความโง่เขลาของผู้ชายที่คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในโลก
III. หมากกระดานที่ถูกพลิก
ดนัยคงคิดว่าฉันโง่มาก… เขาคงไม่รู้ว่า ‘ชลลดา’ ประธานกรรมการบริหารของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ ไม่เคยปล่อยให้ใครมาลูบคมได้ง่ายๆ
ฉันรู้เรื่องที่เขาแอบคบชู้กับลิตามาตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว และฉันก็รู้ด้วยว่าเขากำลังวางแผนยักยอกทรัพย์สินเพื่อหนีไปเสวยสุขด้วยกัน
ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ฉันแกล้งโง่ แกล้งทำแต่งงานจนไม่มีเวลาสนใจเขา เพื่อเปิดทางให้เขา ‘ขโมย’ ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ บัญชีร่วมที่เขาเห็นตัวเลขหลายร้อยล้าน แท้จริงแล้วฉันได้ให้ทนายความทำเรื่องอายัดและโยกย้ายเงินสดออกไปหมดแล้ว ส่วนตัวเลขที่โชว์ในแอปพลิเคชันมือถือของเขา เป็นเพียง ‘บัญชีสินเชื่อโอเวอร์ดราฟต์ (OD)’ ที่ผูกกับชื่อของดนัยแต่เพียงผู้เดียว!
ส่วนโฉนดที่ดินที่เขาเอาไปจำนอง… มันเป็นที่ดินติดคดีฟ้องร้องที่ฉันจงใจโอนชื่อให้เขาเป็นแพะรับบาป และการที่เขาปลอมแปลงลายเซ็นฉันเพื่อทำธุรกรรม มันคือหลักฐานชั้นดีในคดีอาญา!
ฉันยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบ ก่อนจะกดโทรศัพท์หา ‘สารวัตรก้องเกียรติ’ เพื่อนสนิทที่ทำงานอยู่กองปราบ
“ฮัลโหล สารวัตรก้อง… นกน้อยมาถึงกรงที่สนามบินแล้วนะคะ จัดการรวบตัวข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ยักยอกทรัพย์บริษัท และฉ้อโกงได้เลยค่ะ”
IV. นรกที่เคาน์เตอร์เช็คอิน
ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ดนัยและลิตากำลังยืนหัวเราะคิกคักอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินชั้นเฟิร์สคลาส
“ตั๋วเรียบร้อยแล้วครับคุณผู้ชาย แต่ว่า… บัตรเครดิตที่คุณผู้ชายรูดเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมน้ำหนักกระเป๋าเกิน ถูกปฏิเสธครับ รบกวนขอใบใหม่ด้วยครับ” พนักงานกราวด์เอ่ยอย่างสุภาพ
ดนัยขมวดคิ้ว “เป็นไปได้ยังไง บัตรใบนี้วงเงินสิบล้านนะ!” เขารีบล้วงเอาโทรศัพท์มือถือมากดเข้าแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อโอนเงิน แต่หน้าจอที่เคยแสดงตัวเลขหลักร้อยล้าน บัดนี้กลับขึ้นข้อความสีแดงหราว่า ‘บัญชีของท่านถูกอายัดโดยคำสั่งศาล และมียอดหนี้คงค้าง -50,000,000 บาท’
“ฮะ?! หนี้ห้าสิบล้าน! น-นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!” ดนัยหน้าซีดเผือด ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บ
ลิตาที่ยืนเกาะแขนอยู่เริ่มหน้าเสีย “พี่ดนัยคะ เกิดอะไรขึ้นคะ? เราจะไม่ได้ไปปารีสเหรอคะ?”
“เดี๋ยว… เดี๋ยวพี่โทรหาชลลดาก่อน นังนั่นต้องเล่นแง่แน่ๆ!” ดนัยมือสั่น รีบกดเบอร์โทรหาฉัน
V. รอยยิ้มสุดท้ายและคำพิพากษา
ฉันกดรับสาย ปล่อยให้เสียงสั่นๆ ของดนัยกรีดร้องผ่านลำโพง
“ชลลดา! แกทำอะไรกับบัญชีของฉัน! ทำไมเงินถึงกลายเป็นหนี้ห้าสิบล้าน! แล้วเงินของแกหายไปไหนหมด!”
ฉันยิ้มมุมปาก ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นเยียบที่สุด
“ก็เงินที่คุณยักยอกไป มันคือเงินกู้จากธนาคารที่ฉันใช้ชื่อคุณเป็นคนกู้ยังไงล่ะคะดนัย… อ้อ ส่วนโฉนดที่คุณเอาไปจำนอง คุณคงลืมดูไปว่าฉันแอบสอดไส้เอกสารรับสภาพหนี้ให้คุณเซ็นด้วย ตอนนี้คุณไม่ใช่เศรษฐีร้อยล้านหรอกนะคะ… คุณคือลูกหนี้ร้อยล้านต่างหาก”
“นังสารเลว! แกหลอกฉัน!” ดนัยตะคอกเสียงหลง
“ลองหันหลังไปดูสิคะ ดนัย… ของขวัญบอกลาของจริง กำลังเดินไปหาคุณแล้ว”
ดนัยหันขวับไปด้านหลัง ภาพที่เขาเห็นคือเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจกองปราบกว่าห้านาย กำลังเดินตรงเข้ามาหาเขาพร้อมกับกุญแจมือ
“นายดนัย คุณถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์… ส่วนคุณผู้หญิง ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด เชิญไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ!” สารวัตรก้องเกียรติประกาศเสียงกร้าว
ดนัยเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นสนามบิน โทรศัพท์มือถือร่วงหลุดจากมือ ลิตากรีดร้องโวยวายเมื่อถูกตำรวจเข้าควบคุมตัว ภาพฝันที่จะได้นั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสไปเสวยสุขที่ยุโรป พังทลายลงกลายเป็นคุกตะรางในพริบตา
ฉันกดตัดสาย โยนโทรศัพท์ลงบนเตียงกว้างอย่างไม่ไยดี ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมตัว เตรียมตัวนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน พรุ่งนี้เช้ายังมีงานบริหารบริษัทที่รอให้ฉันไปจัดการ และที่สำคัญ… การเซ็นใบหย่าฝ่ายเดียวจากในคุก คงจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายและสะใจที่สุดในชีวิตของฉันเลยทีเดียว!
