ไล่ฉันเหมือนขอทาน… ก่อนแทบล้มทั้งยืนเมื่อรู้ว่าใครคือเจ้าของคฤหาสน์ตัวจริง!
I. บททดสอบในชุดมอซอ
ฉันชื่อ “คุณหญิงศิริลักษณ์” ประธานกรรมการบริหารเครือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ แต่ในวันนี้ ฉันเลือกที่จะสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกสีซีด กางเกงผ้าฝ้ายตัวเก่า และถือกระเป๋าสานใบยับเยิน เพื่อเดินทางมายังคฤหาสน์หรูแถบชานเมือง
คฤหาสน์หลังนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของฉัน แต่ฉันให้ “กวิน” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ยืมใช้เป็นสถานที่จัดงานหมั้นของเขากับ “พิมมาดา” แฟนสาวที่เขาเพิ่งคบหาดูใจได้เพียงเจ็ดเดือน กวินหลงรักเธอมาก เขามักจะบอกเสมอว่าพิมมาดาเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม จิตใจดี และเหมาะสมกับเขาทุกประการ
แต่ด้วยสัญชาตญาณของคนเป็นแม่และนักธุรกิจที่ผ่านโลกมามาก ฉันขอร้องให้กวินปิดบังฐานะที่แท้จริงของเราไว้ก่อน บอกเพียงว่าเขาเป็นพนักงานระดับผู้จัดการ และคฤหาสน์หลังนี้เป็นเพียงสถานที่ที่เขา “เช่า” มาจัดงานเท่านั้น ฉันต้องการทดสอบว่า ผู้หญิงที่ลูกชายฉันเลือก จะรักเขาที่ตัวตน หรือรักที่เปลือกนอกกันแน่
และวันนี้ ฉันก็มาร่วมงานหมั้นของลูกชาย… ในฐานะ “แม่ผู้ยากไร้”
II. สายน้ำแห่งความเหยียดหยาม
เมื่อฉันเดินผ่านประตูรั้วอัลลอยด์บานใหญ่เข้ามา บริเวณสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ถูกจัดแต่งอย่างงดงามตระการตา แขกเหรื่อกว่าสามสิบคนซึ่งล้วนเป็นเพื่อนฝูงและญาติฝั่งของพิมมาดา ต่างแต่งกายด้วยชุดหรูหรา ถือแก้วแชมเปญพูดคุยกันอย่างออกรส
ฉันก้าวเดินเข้าไปอย่างเงียบๆ พยายามมองหาลูกชาย แต่แล้วเสียงแหลมปรี๊ดก็ดังแทรกขึ้นมากลางวงสนทนา
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ยายป้าสกปรกคนนี้หลุดเข้ามาในงานฉันได้ยังไง!”
พิมมาดา ในชุดเดรสสีขาวฟูฟ่องราวกับเจ้าหญิง เดินแหวกวงล้อมของแขกเหรื่อตรงดิ่งมาหาฉัน ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจ เธอใช้สายตาเหยียดหยามกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า
“หนูจ๊ะ… ป้ามาหา…” ฉันพยายามจะอธิบาย
“ใครอนุญาตให้เรียกฉันว่าหนู! รปภ. หายหัวไปไหนหมด ปล่อยให้ขอทานหลุดเข้ามาในคฤหาสน์ของฉันได้ยังไง!” เธอแผดเสียงลั่น จนแขกทั้งงานหยุดชะงักและหันมามองเป็นตาเดียว หลายคนเริ่มซุบซิบนินทาและหัวเราะคิกคัก
“ป้าไม่ใช่ขอทาน ป้ามางานหมั้น…”
“หุบปาก! งานหมั้นระดับไฮคลาสของฉัน ไม่มีวันต้อนรับขยะสังคมอย่างเธอ!” พิมมาดาไม่ฟังเสียง เธอมองซ้ายมองขวา ก่อนจะหันไปคว้า สายยางรดน้ำต้นไม้ ที่คนสวนวางทิ้งไว้ใกล้ๆ ก๊อกน้ำ เธอเปิดน้ำจนสุดแรง แล้วหันหัวฉีดพุ่งตรงมาที่ฉัน!
ซ่า!!!
สายน้ำเย็นเฉียบกระแทกเข้าที่ใบหน้าและลำตัวของฉันอย่างจัง เสื้อผ้าเก่าๆ ของฉันเปียกปอนลู่แนบเนื้อ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องและเสียงหัวเราะเยาะของแขกเหรื่อกว่าสามสิบคน
“ออกไปให้พ้น! ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับขอทาน! ถ้าแกทำพรมในบ้านฉันเปื้อน ฉันจะแจ้งตำรวจจับแก!” พิมมาดาตะโกนด่าทออย่างหยาบคายพร้อมกับฉีดน้ำใส่ฉันไม่ยั้ง
ฉันไม่ได้ตอบโต้ ไม่ได้กรีดร้องโวยวาย ฉันทำเพียงแค่หันหลังให้สายน้ำ ก้มตัวลงและ กอดกระเป๋าสานใบเก่าของฉันเอาไว้แนบอก
พิมมาดาคงคิดว่าฉันกำลังปกป้องเศษเงินหรือของไร้ค่า… แต่เธอไม่มีทางรู้เลยว่า ภายในช่องกระเป๋าที่แง้มอยู่ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของฉันกำลังเปิดโหมด บันทึกวิดีโอ และถ่ายทอดสดเหตุการณ์ทุกวินาทีผ่านกล้องที่ซ่อนอยู่อย่างเงียบเชียบ!
ฉันกัดฟันทนความหนาวเหน็บ รอคอยอย่างใจเย็น… รอให้ธาตุแท้ของปีศาจร้ายในคราบเจ้าหญิง เผยออกมาให้หมดจดที่สุด
III. การปรากฏตัวของสายเลือดที่แท้จริง
“เกิดอะไรขึ้น! ทำอะไรกันน่ะ!”
เสียงตะโกนที่คุ้นเคยดังลั่นมาจากทางหน้าประตูบ้าน กวินที่เพิ่งวิ่งไปหยิบแหวนหมั้นในรถ พุ่งพรวดเข้ามาท่ามกลางฝูงชน เมื่อเขาเห็นฉันยืนเปียกโชก สั่นสะท้านอยู่กลางสนามหญ้า โดยมีพิมมาดายืนถือสายยางฉีดน้ำใส่ เขาก็เบิกตากว้างจนแทบถลน
“แม่!!!”
กวินกระชากเสื้อสูทของตัวเองออก วิ่งฝ่าสายน้ำเข้ามารวบตัวฉันไว้ และเอาเสื้อสูทราคาแพงคลุมร่างที่เปียกปอนของฉันทันที
“แม่… แม่เป็นอะไรไหมครับ! ใคร… ใครกล้าทำแบบนี้!” กวินเสียงสั่น น้ำตาของลูกผู้ชายคลอเบ้า เขาหันขวับไปจ้องหน้าพิมมาดาด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ
พิมมาดายืนนิ่งค้าง สายยางในมือร่วงหล่นลงพื้นน้ำเจิ่งนอง ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษ แขกเหรื่อทั้งสามสิบคนที่เคยหัวเราะเยาะ บัดนี้เงียบกริบราวกับป่าช้า
“ก-กวิน… เมื่อกี้ กวินเรียกขอทานคนนี้ว่าอะไรนะคะ?” พิมมาดาละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือ
“ขอทานบ้าอะไร! นี่คือ คุณแม่ของผม! แม่แท้ๆ ของผม!” กวินตวาดลั่นจนแขกหลายคนสะดุ้งสุดตัว “คุณทำบ้าอะไรลงไปพิมมาดา! คุณเอาน้ำฉีดใส่แม่ผมทำไม!”
“พ-พิมไม่รู้ พิมนึกว่ายายแก่นี่… เอ้ย! นึกว่าคุณป้าเป็นคนเร่ร่อน พิมแค่กลัวว่าเขาจะเข้ามาขโมยของในคฤหาสน์ของเรา…” เธอพยายามบีบน้ำตา แสร้งทำเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์
IV. เจ้าของที่แท้จริง
ฉันค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดของลูกชาย ยกมือขึ้นลูบน้ำที่เกาะบนใบหน้าออก ก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แม้จะเปียกปอนตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ท่วงท่าและสายตาของฉันกลับเปลี่ยนไป… มันไม่ใช่สายตาของป้าซอมซ่ออีกต่อไป แต่เป็นสายตาของนางพญาที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสาน หยิบสมาร์ทโฟนที่ยังคงกดบันทึกวิดีโออยู่ขึ้นมาโชว์ให้ทุกคนดู
“เมื่อกี้เธอใช้คำว่าอะไรนะ? ‘คฤหาสน์ของเรา’ อย่างนั้นหรือ?” ฉันเหยียดยิ้มเย็นเยียบ “ฉันว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปถนัดเลยล่ะ พิมมาดา”
“ม-หมายความว่ายังไงคะ…” พิมมาดาก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
“กวิน… บอกผู้หญิงคนนี้ไปสิลูก ว่าใครคือเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ และครอบครัวของเราคือใคร” ฉันหันไปพยักหน้าให้ลูกชาย
กวินสูดหายใจลึก เขามองผู้หญิงที่เขาเคยรักด้วยความสมเพชและขยะแขยง
“คฤหาสน์หลังนี้… เป็นชื่อของคุณแม่ผมครับพิม และผมไม่ใช่แค่พนักงานกินเงินเดือนอย่างที่คุณเข้าใจ ผมคือทายาทเพียงคนเดียวของ ‘ศิริทรัพย์ กรุ๊ป’ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่คุณใฝ่ฝันอยากจะเข้าไปทำงานนักหนาไงล่ะ!”
สิ้นคำพูดของกวิน เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วบริเวณ พิมมาดาเข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้นหญ้าที่เปียกแฉะ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด ความเย่อหยิ่งจองหองเมื่อห้านาทีก่อน ถูกทำลายป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
“ม-ไม่จริง… คุณแม่คะ! พิมขอโทษ พิมผิดไปแล้ว พิมตาบอดเอง คุณแม่อภัยให้พิมนะคะ!” พิมมาดาพยายามจะคลานเข้ามากอดขาฉัน แต่กวินก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที
“อย่าเอามือสกปรกๆ ของเธอมาแตะต้องแม่ฉัน!” กวินชี้หน้า “งานหมั้นวันนี้ ถือว่า ยกเลิก! ฉันไม่มีวันเอาผู้หญิงที่มีสันดานดูถูกคนและจิตใจต่ำทรามแบบเธอมาเป็นแม่ของลูกเด็ดขาด!”
V. จุดจบของปีศาจร้าย
ฉันมองพิมมาดาที่กำลังนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่แทบเท้าด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเวทนา
“จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีนะ พิมมาดา…” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ แต่ดังกังวานก้องไปถึงหัวใจของแขกทุกคนในที่นั้น “ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับขอทาน… และก็ไม่ใช่ที่สำหรับ ‘คนไร้สกุลรุนชาติ’ ที่ชอบเหยียบย่ำคนอื่นเหมือนกัน! ไสหัวออกไปจากคฤหาสน์ของฉันเดี๋ยวนี้ ทั้งตัวเธอและแขกของเธอทุกคน!”
แขกของพิมมาดาต่างรีบวางแก้วเครื่องดื่มและเดินก้มหน้าก้มตาหนีออกจากงานไปอย่างรวดเร็วด้วยความอับอาย ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเข้าไปพยุงพิมมาดาที่นั่งร้องไห้โหยหวนอยู่บนพื้น
ฉันส่งสมาร์ทโฟนในมือให้กวิน “ส่งคลิปวิดีโอนี้ให้ทีมทนายของเรา ถ้าผู้หญิงคนนี้กล้าเอาชื่อตระกูลเราไปแอบอ้างหรือทำให้เสียหายนิดเดียว ฉันจะประจานสันดานของเธอให้ไม่มีที่ยืนในสังคมเลย”
ฉันหันหลังเดินเข้าคฤหาสน์อย่างสง่างาม โดยมีลูกชายคอยประคองเดินเคียงข้าง น้ำเย็นๆ จากสายยางอาจจะทำให้ฉันเปียกปอนและเหน็บหนาวไปบ้าง… แต่มันก็คุ้มค่าเกินพอ ที่ได้ชำระล้าง ‘ปลิงร้าย’ ออกไปจากชีวิตของลูกชายฉันได้อย่างหมดจดและถาวร!
