เพียงเพื่อกลับมาพบความลับที่ฉีกกระชากหัวใจจนแหลกสลาย!
I. รอยแผลกลางสมรภูมิ และความหวังเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจ
เขาว่ากันว่า… วินาทีที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขที่สุดของชายชาติทหาร คือวินาทีที่ภารกิจสิ้นสุดลง และได้ก้าวเท้ากลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัว
ตลอดระยะเวลาสองปีเต็มที่ “ผู้กองภูผา” ต้องไปประจำการอยู่ตะเข็บชายแดนที่เต็มไปด้วยอันตรายและควันปืน สองปีที่เขาต้องนอนกลางดินกินกลางทราย ท่ามกลางเสียงระเบิดและเสียงกรีดร้องของความตาย ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสะเก็ดระเบิดและรอยกระสุน แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เขายังคงหยัดยืน กระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดจากนรกขุมนั้นมาได้ คือรูปถ่ายใบเล็กๆ ที่ยับยู่ยี่ในกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอกซ้าย… รูปของ “นลิน” ภรรยาผู้แสนดีที่เขารักสุดหัวใจ
ภูผานั่งอยู่บนเบาะรถไฟชั้นสามที่กำลังแล่นฉึกฉักเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพมหานคร สายลมยามเย็นพัดตีหน้าผ่านหน้าต่างที่เปิดกว้าง เขาหลับตาลง สูดกลิ่นอายของความสงบสุขที่เขาโหยหามาตลอดสองปี ในกระเป๋าเป้ใบใหญ่สีเขียวขี้ม้า มีสร้อยคอทองคำที่เขาเก็บหอมรอมริบจากเงินเดือนทหาร เพื่อตั้งใจจะนำมาสวมให้ภรรยาในวันครบรอบแต่งงานที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน
“รอพี่ก่อนนะนลิน… พี่กลับมาแล้ว พี่จะไม่มีวันทิ้งให้หนูต้องเหงาอีกแล้ว” ภูผากระซิบกับตัวเอง รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่กร้านแดดและเต็มไปด้วยไรเครา
II. กลิ่นอายของบ้านที่เปลี่ยนไป
เมื่อรถแท็กซี่มาจอดเทียบที่หน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรที่คุ้นเคย ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มและมีหยาดฝนโปรยปรายลงมาบางๆ ภูผาแบกเป้ขึ้นบ่า หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับจังหวะกลองศึก แต่นี่ไม่ใช่ความหวาดกลัว มันคือความตื่นเต้นที่จะได้เห็นใบหน้าที่เขาคิดถึงทุกลมหายใจ
แต่เมื่อเขาก้าวเดินเข้าไปใกล้ประตูรั้ว รอยยิ้มของเขาก็ค่อยๆ จางลง…
ที่จอดรถหน้าบ้าน มีรถยนต์เอสยูวีป้ายแดงคันหนึ่งจอดอยู่ ซึ่งไม่ใช่รถอีโค่คาร์คันเก่าของเขา ยิ่งไปกว่านั้น ที่สนามหญ้าหน้าบ้านที่เขาเคยปลูกดอกกุหลาบให้นลิน กลับมี รถจักรยานเด็กสามล้อ และของเล่นเด็กสีสันสดใสวางระเกะระกะอยู่
ของหลานเหรอ? หรือญาติคนไหนมาเยี่ยม? ภูผาพยายามคิดในแง่ดี แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ จดหมายของนลินขาดหายไปในช่วงหกเดือนหลัง เธออ้างว่างานยุ่งและสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี แต่เขาไม่เคยนึกสงสัยในความซื่อสัตย์ของเธอเลย
ภูผาล้วงกุญแจบ้านที่เขาพกติดตัวตลอดสองปีออกมา ไขแม่กุญแจรั้วอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาตั้งใจจะเข้าไปเซอร์ไพรส์เธอจากด้านหลัง กอดเธอให้แน่นที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้
III. ความลับหลังบานประตู
ประตูไม้บานใหญ่ไม่ได้ล็อก ภูผาผลักมันเข้าไปช้าๆ กลิ่นหอมของกับข้าวลอยมาจากในครัว เสียงทีวีที่กำลังเปิดรายการวาไรตี้ดังแว่วมา บรรยากาศช่างดูอบอุ่นและเป็นครอบครัว… แต่ทว่า เสียงที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น คือเสียงหัวเราะคิกคักของชายหญิงคู่หนึ่งที่ดังมาจากห้องนั่งเล่น
“พี่วินคะ… ดูสิ ตาน้องพีชยิ้มใหญ่เลย สงสัยจะชอบของเล่นที่พี่ซื้อให้” เสียงหวานใสของนลินดังขึ้น มันเป็นเสียงที่ภูผาจำได้ฝังใจ
“ก็ลูกชายพี่ทั้งคนนี่นา ไม่สปอยล์ลูกแล้วจะให้ไปสปอยล์ใครล่ะครับ… ฟอดดด! ชื่นใจจัง ทั้งแม่ทั้งลูกเลย” เสียงทุ้มของผู้ชายตอบกลับ พร้อมกับเสียงหอมแก้มที่ดังชัดเจน
ภูผารู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์หนักนับร้อยกิโลกรัมทุบเข้าที่กลางแสกหน้า ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว เขาก้าวเดินอย่างเชื่องช้าไปที่มุมทางเดิน และภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ก็ได้ฉีกทึ้งหัวใจของชายชาตินักรบจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี!
บนโซฟาตัวใหญ่ นลินในชุดลำลองกำลังนั่งพิงอกกว้างของ “หมวดกวิน” เพื่อนสนิทและอดีตเพื่อนร่วมรบของภูผาที่ถูกปลดประจำการออกมาก่อนเพราะอาการบาดเจ็บเมื่อปีก่อน ในอ้อมแขนของกวิน มีเด็กทารกวัยประมาณเจ็ดถึงแปดเดือนกำลังส่งเสียงอ้อแอ้… เด็กที่เกิดมาในช่วงเวลาที่เขาเอาชีวิตไปทิ้งอยู่กลางดงกระสุน!
IV. สมรภูมิในหัวใจ
ภูผายืนตัวแข็งทื่อ กระเป๋าเป้สีเขียวขี้ม้าร่วงหล่นจากบ่าลงกระแทกพื้นเสียงดัง ตุ้บ!
เสียงนั้นทำให้คนทั้งสองบนโซฟาสะดุ้งสุดตัว เมื่อนลินและกวินหันมามองที่ต้นเสียง ใบหน้าที่เคยเปื้อนยิ้มของพวกเขาก็ซีดเผือดราวกับกระดาษ นลินเบิกตากว้างจนแทบจะถลน มือที่กำลังจับของเล่นลูกสั่นระริกราวกับจับไข้
“ภ-ภูผา… พี่ภูผา…” นลินละล่ำละลัก เสียงของเธอแหบพร่าราวกับคนขาดอากาศหายใจ
กวินรีบวางเด็กเด็กลงบนเบาะ ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก “ไอ้ภู… ม-มึงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่… ทำไมมึงไม่บอกพวกกู…”
ไม่มีคำหยาบคาย ไม่มีเสียงตะคอกตวาดด่าทอ มีเพียงความเงียบสงัดที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงระเบิดในค่ายทหาร ภูผามองหน้าผู้หญิงที่เขารักที่สุด สลับกับเพื่อนที่เขาไว้ใจที่สุด สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว… เด็กอายุเจ็ดเดือน แปลว่านลินตั้งท้องตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เขาถูกส่งตัวไปประจำการที่ชายแดน และคนที่อยู่ดูแลเธอแทนเขา ก็คือเพื่อนรักของเขาเอง
“นี่คือ… เหตุผลที่จดหมายขาดหายไปสินะ” ภูผาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่าขนลุก แต่นัยน์ตาของเขาแดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความสมเพชตัวเอง
“พี่ภูผา! ฟังนลินก่อนนะคะ นลินอธิบายได้!” นลินพุ่งตัวเข้ามาหมายจะกอดแขนของเขา แต่ภูผาก้าวถอยหลัง ปฏิเสธสัมผัสของเธออย่างเย็นชา
“อธิบายอะไร? อธิบายว่าตอนที่พี่กำลังนอนจมกองเลือดเพราะถูกซุ่มโจมตี… เมียของพี่กำลังนอนกอดกับเพื่อนรักของพี่อยู่บนเตียงที่เราเคยสร้างมาด้วยกันงั้นเหรอ?” ภูผาเค้นเสียงหัวเราะเย้ยหยันตัวเอง “พี่ฝากให้มึงดูแลเมียกู… ไม่ได้ฝากให้มึงมาทำหน้าที่ผัวแทนกูนะไอ้วิน!”
“กูขอโทษไอ้ภู… ตอนมึงไม่อยู่ นลินเขาเหงา เขาเสียใจที่มึงต้องไปรบ เราสองคนใกล้ชิดกันจน… จนมันเลยเถิด กูผิดเอง กูยอมรับผิดทุกอย่าง มึงจะชกหน้ากูก็ได้!” กวินก้มหน้า ไม่กล้าสบตา
V. การบอกลาที่ไม่มีน้ำตาของทหารกล้า
ภูผากำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน สัญชาตญาณดิบในตัวสั่งให้เขาพุ่งเข้าไปซัดหน้าเพื่อนทรยศให้แหลกคามือ แต่เมื่อเขามองทะลุไปเห็นเด็กทารกตาดำๆ ที่กำลังมองมาอย่างเดียงสา หมัดที่กำแน่นก็ค่อยๆ คลายออก
เขาผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เขาเห็นเลือดและน้ำตามามากพอแล้ว… เขาจะไม่ยอมให้มือที่ใช้ปกป้องประเทศชาติ ต้องมาเปื้อนเลือดของคนทรยศให้แปดเปื้อนเกียรติของตัวเอง
ภูผาค่อยๆ ปลดกระดุมกระเป๋าเสื้อที่หน้าอกซ้าย ล้วงเอารูปถ่ายของนลินที่เปื้อนคราบเลือดและคราบเหงื่อของเขาออกมา… รูปถ่ายที่เคยเป็นเครื่องรางคุ้มภัย บัดนี้มันคือมีดที่กรีดแทงหัวใจของเขา เขาวางรูปถ่ายใบนั้นลงบนตู้รองเท้าข้างประตู ตามด้วย สร้อยคอทองคำ ที่ตั้งใจซื้อมาเป็นของขวัญ
“เก็บมันไว้เถอะนลิน ถือซะว่าเป็นของขวัญรับขวัญหลาน… และเป็นค่าตอบแทนสำหรับความทรงจำจอมปลอมตลอดสองปีที่ผ่านมา”
“พี่ภูผา… นลินขอโทษ! นลินผิดไปแล้ว นลินไม่ได้ตั้งใจ!” นลินทรุดลงไปนั่งคุกเข่าร้องไห้ฟูมฟาย กอดขาของเขาแน่น
ภูผาก้มลงแกะมือของเธอออกอย่างแผ่วเบา แต่เด็ดขาด
“อย่าร้องไห้เลยนลิน… น้ำตาของเธอ มันไม่มีค่าพอให้พี่ต้องรู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว บ้านหลังนี้… พี่ถือว่าพี่ทำบุญกรวดน้ำให้พวกเธอสองคนก็แล้วกัน ขอให้มีความสุขกับเศษซากความเชื่อใจที่พวกเธอเหยียบย่ำมันจนแหลกละเอียดนะ”
ภูผาหันหลังกลับ ก้มลงหยิบเป้สีเขียวขี้ม้าขึ้นพาดบ่า เขาผลักประตูบานนั้นเปิดออก และก้าวเดินออกไปท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนัก
หยาดฝนชะล้างคราบน้ำตาบนใบหน้าของทหารผ่านศึก เขาไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีคนรักให้สวมกอดอีกต่อไป สงครามที่ชายแดนอาจจะจบลงแล้ว… แต่สงครามในหัวใจของเขา เพิ่งจะทิ้งบาดแผลฉกรรจ์ที่ไม่มีวันรักษาหายไปตลอดกาล!
