เงามรณะใต้ชายคา: คำถามจากคนตาย

ที่กระชากหน้ากากฆาตกรเลือดเย็นของคนเป็นแม่

ปฐมบท: คฤหาสน์ที่แสนเหน็บหนาว

สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนักในยามพลบค่ำ บรรยากาศรอบคฤหาสน์ตระกูล ‘อัคราบริรักษ์’ ดูมืดมนและเยียบเย็นไม่ต่างจากจิตใจของ ‘ชานนท์’ ชายหนุ่มวัยสามสิบปี ทายาทเพียงคนเดียวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน เขายืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ดวงตาที่เคยเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า
สามปีแล้ว… สามปีเต็มที่ ‘นลิน’ ภรรยาสาวที่เขารักสุดหัวใจ ได้จากไปในอุบัติเหตุรถยนต์ระเบิดไฟลุกท่วม สภาพศพที่พบมีเพียงเถ้ากระดูกและแหวนแต่งงานที่หลอมละลายติดกัน ชานนท์แทบขาดใจตายตามเธอไป หากไม่ได้ ‘คุณหญิงแขไข’ ผู้เป็นมารดา คอยปลอบประโลมและดึงเขากลับมาจากขุมนรกแห่งความเศร้า
“ลืมผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่นซะเถอะตาชาน แม่หาผู้หญิงที่คู่ควรเตรียมไว้ให้ลูกแล้ว” นั่นคือสิ่งที่แม่มักจะกรอกหูเขาเสมอมา
วันนี้ก็เช่นกัน คุณหญิงแขไขเพิ่งไล่แม่บ้านคนเก่าออกเพราะทำความสะอาดไม่ถูกใจ และสั่งให้หัวหน้าคนรับใช้ไปติดประกาศรับสมัครคนงานใหม่หน้าประตูรั้ว

การพบกันของคนเป็นและคนตาย

ชานนท์ตัดสินใจเดินกางร่มออกไปที่หน้าคฤหาสน์เพื่อสูดอากาศ เขาเกลียดความอึดอัดภายในบ้านที่เต็มไปด้วยการบงการ ขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ สายตาก็ปะทะเข้ากับร่างบอบบางของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนเปียกปอนอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัด เธอสวมเสื้อแจ็กเก็ตเก่าซอมซ่อ ก้มหน้าหลบสายฝน มือเล็กๆ ที่สั่นเทากำใบประกาศรับสมัครงานไว้แน่น
เมื่อเห็นว่ามีคนเดินมา ผู้หญิงคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นอย่างประหม่า ริมฝีปากซีดเซียวของเธอขยับเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของชานนท์หยุดหมุน
“คุณผู้ชายคะ… ที่นี่ต้องการคนรับใช้ไหมคะ?”
ร่มในมือของชานนท์ร่วงหล่นลงพื้นกระแทกแอ่งน้ำ เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง แต่กลับไม่ดังเท่าเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวจนแทบระเบิด
แม้ใบหน้าซีกซีกซ้ายของเธอจะมีรอยแผลเป็นจางๆ จากไฟลวก แม้ดวงตาคู่สวยจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและซูบผอมลงไปมาก แต่ผู้ชายที่รักเธอหมดหัวใจย่อมไม่มีวันลืม…
“น… นลิน!” ชานนท์พุ่งตัวเข้าไปกระชากประตูรั้วเปิดออก แล้วดึงร่างที่เปียกปอนนั้นเข้ามากอดไว้แน่น “นลิน! คุณจริงๆ ด้วย คุณยังไม่ตาย! พระเจ้า… คุณหายไปไหนมา!”
ผู้หญิงในอ้อมกอดสะดุ้งสุดตัว ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด เมื่อรับรู้ได้ว่าผู้ชายตรงหน้าคือใคร เธอพยายามดิ้นรนผลักเขาออกอย่างสุดแรงเกิด น้ำตาแห่งความหวาดผวาไหลทะลักออกมาผสมกับสายฝน
“ปล่อยฉัน! ปล่อย! ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร ขอร้องล่ะ อย่าทำร้ายฉันเลย! ฉันแค่มาหาบัตรประชาชนที่ทำตกไว้แถวนี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่!” นลินร้องไห้ฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทาราวกับลูกนกที่กำลังเผชิญหน้ากับมัจจุราช
ชานนท์ชะงัก ชาไปทั้งร่าง… ทำไมเธอถึงกลัวเขาขนาดนี้?

หน้ากากที่ถูกกระชาก

เสียงเอะอะโวยวายหน้าประตูรั้ว ทำให้ คุณหญิงแขไข ที่กำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ในห้องโถงต้องกางร่มเดินตามออกมาพร้อมกับสาวใช้สองคน
“มีเรื่องอะไรกันตาชาน! ไปกอดนังขอทานที่ไหน… กะ… แก!”
ทันทีที่คุณหญิงแขไขเห็นใบหน้าของผู้หญิงในอ้อมกอดลูกชาย ถ้วยชาแก้วโปรดก็ร่วงหล่นจากมือแตกกระจาย ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งและเต็มไปด้วยอำนาจ ซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับเห็นกระสือกลางวันแสกๆ
“นังนลิน! แก… แกยังไม่ตาย! เป็นไปไม่ได้! รถคันนั้นมันระเบิดไปแล้ว! ไอ้พวกสวะนั่นบอกว่าขังแกไว้ในรถแล้วจุดไฟเผาจนเกรียมไปแล้วนี่!!”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของแม่แท้ๆ ด้วยความตื่นตระหนก เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจของชานนท์ เขายืนนิ่งงัน หันขวับไปมองหน้ามารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ สับสน และค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ลุกโชน
“แม่… แม่พูดว่าอะไรนะครับ?” ชานนท์เค้นเสียงถามผ่านไรฟัน
นลินเมื่อได้ยินเสียงของคุณหญิงแขไข ความทรงจำอันเลวร้ายที่เธอพยายามกดทับไว้ก็ระเบิดออก เธอทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น กอดเข่าตัวเองร้องไห้อย่างน่าเวทนา
“อย่าฆ่าลูกฉัน… ขอร้องล่ะคุณหญิง… วันนั้นฉันยอมเซ็นใบหย่าให้คุณแล้ว ทำไมคุณถึงต้องให้พวกมันตีท้องฉันจนแท้ง ทำไมต้องขังฉันไว้ในรถแล้วจุดไฟเผา… ฉันคลานหนีออกมาเหมือนหมาข้างถนน ต้องทนทรมานซ่อนตัวอยู่ในสลัมสามปีเต็มเพราะพวกมันขู่ว่า ถ้าฉันรอด… พวกมันจะฆ่าคุณชานนท์…” นลินพึมพำออกมาทั้งน้ำตา
ความจริงที่ถูกเปิดเผยทำให้บรรยากาศตรงนั้นเงียบสงัดราวกับป่าช้า สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างยกมือขึ้นปิดปากด้วยความช็อก

การพิพากษาของสายเลือด

ชานนท์ค่อยๆ ย่อตัวลงประคองร่างที่บอบช้ำของนลินขึ้นมาแนบอก น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินอย่างไม่อายใคร เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ภรรยาของเขาไม่ได้ตายในอุบัติเหตุ และลูกในท้องที่เขาไม่เคยแม้แต่จะรับรู้การมีอยู่… ถูกสังหารอย่างเลือดเย็นโดยฝีมือของ ‘ย่าแท้ๆ’
ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นยืน จ้องมองใบหน้าของผู้เป็นแม่ที่บัดนี้เริ่มมีอาการลุกลี้ลุกลน
“แม่ทำแบบนี้ได้ยังไง…” เสียงของชานนท์เย็นเยียบจนน่าขนลุก “นั่นเมียผม… นั่นลูกของผม เลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลที่เราสร้างมาด้วยกัน แม่ฆ่าลูกผมได้ลงคอ!”
“กะ… ก็มันเป็นแค่เด็กกำพร้า! มันจะมาหวังฮุบสมบัติหมื่นล้านของเรา!” คุณหญิงแขไขพยายามเชิดหน้าเถียงด้วยความหยิ่งผยองที่เหลืออยู่ “แม่ทำทุกอย่างก็เพื่อแกนะตาชาน! แกต้องขอบคุณแม่ด้วยซ้ำที่กำจัดตัวถ่วงชีวิตแกออกไป!”
“ถ้าสมบัติหมื่นล้านมันทำให้แม่กลายเป็นปีศาจ ผมก็จะขอทิ้งมันไว้ตรงนี้!” ชานนท์ตวาดลั่นจนคุณหญิงแขไขสะดุ้งสุดตัว
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดสายตรงหาผู้บัญชาการตำรวจที่สนิทสนมกันทันที
“คุณลุงครับ… ผมต้องการรื้อคดีอุบัติเหตุไฟไหม้รถของภรรยาผมเมื่อสามปีก่อนครับ และผมขอแจ้งจับผู้บงการในข้อหาพยายามฆ่าและฆาตกรรมทารกในครรภ์… ผู้ต้องหาคือ คุณหญิงแขไข อัคราบริรักษ์ มารดาของผมเองครับ ตอนนี้เธออยู่ที่บ้าน ส่งกำลังพลมาจับกุมได้เลย”
“ตาชาน! แกบ้าไปแล้วเหรอ! ฉันเป็นแม่แกนะ!” คุณหญิงแขไขกรีดร้องโหยหวน พยายามจะพุ่งเข้ามาตบตีนลิน แต่ชานนท์เอาตัวบังไว้และผลักมารดาจนล้มลงไปกองกับพื้นโคลน
“แม่ของผมตายไปตั้งแต่วันที่แม่สั่งเผาเมียและลูกของผมแล้วครับ” ชานนท์กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
ชายหนุ่มช้อนร่างของนลินขึ้นอุ้มแนบอก หญิงสาวหลับตาลงพิงแผงอกกว้างที่เธอโหยหามาตลอดสามปี น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเหือดแห้งไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยเป็นเสมือนนรกบนดิน บัดนี้กำลังจะถูกทำความสะอาดด้วยความยุติธรรม ชานนท์อุ้มนลินเดินฝ่าสายฝนออกไปที่รถของเขา ทิ้งให้หญิงใจร้ายกรีดร้องดิ้นทุรนทุรายอยู่หน้าประตูรั้ว… รอคอยการชดใช้กรรมที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *