รอยยิ้มมัจจุราชก่อนวิวาห์ลวง: 12 ชั่วโมงแห่งการชำ

ระแค้นของเจ้าสาวผู้ถูกหักหลัง

ปฐมบท: เสื้อโค้ทที่ถูกลืม

เวลา 19.00 น. นาฬิกาบนหน้าปัดรถยนต์หรูบอกเวลาว่าเหลืออีกเพียง 12 ชั่วโมงเท่านั้นก่อนที่งานแต่งงานแห่งปีจะเริ่มต้นขึ้น
ฉัน ‘รินลดา’ ทายาทเพียงคนเดียวของเครือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ กำลังจะได้เข้าพิธีวิวาห์กับ ‘ภคิน’ ชายหนุ่มรูปหล่อ แสนดี และอบอุ่น ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่ก้าวเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระในบริษัทและดูแลหัวใจของฉันมาตลอดสามปี ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งชุดแต่งงานราคาหลักล้าน ดอกไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ และแขกเหรื่อระดับวีไอพีนับพันคน
แต่คืนนี้อากาศเย็นกว่าปกติ ฉันนึกขึ้นได้ว่าลืมเสื้อโค้ทตัวโปรดที่เป็นของดูต่างหน้าคุณแม่ไว้ที่เพนต์เฮาส์ของภคิน ด้วยความที่ไม่อยากให้เขาลำบากเอามาให้ในเช้าวันพรุ่งนี้ ฉันจึงตัดสินใจขับรถกลับไปเอาด้วยตัวเอง โดยไม่โทรบอกล่วงหน้าเพื่อหวังจะเซอร์ไพรส์เขา
เมื่อฉันแตะคีย์การ์ดและผลักประตูเพนต์เฮาส์เข้าไปอย่างเงียบเชียบ ไฟในห้องนั่งเล่นหรี่แสงลง มีเพียงแสงสะท้อนจากสระว่ายน้ำด้านนอก ฉันกำลังจะเอ่ยปากเรียกชื่อเขา แต่แล้ว… เสียงครางกระเส่าและบทสนทนาที่ดังลอดออกมาจากห้องนอนที่แง้มประตูไว้ ก็ทำให้สองขาของฉันถูกตอกตรึงอยู่กับพื้น

ความลับสีเลือด

“อ๊ะ… ภคินคะ เบาหน่อยสิ พรุ่งนี้คุณต้องเข้าพิธีแต่งงานแล้วนะ เดี๋ยวเจ้าสาวของคุณก็จับได้หรอก”
เสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘นลิน’ เพื่อนรักที่สุดในชีวิตของฉัน เพื่อนที่ฉันไว้ใจให้เป็นเพื่อนเจ้าสาว และเป็นคนที่ฉันมอบหุ้นส่วนหนึ่งของบริษัทให้ดูแล
“ช่างรินลดาปะไรล่ะครับ คนที่ผมรักคือคุณนะนลิน รินลดาเป็นแค่บันไดทองคำของผมเท่านั้นแหละ” เสียงของภคิน… ผู้ชายที่มักจะใช้ถ้อยคำอ่อนหวานบอกรักฉันทุกเช้าค่ำ ตอนนี้กลับเยือกเย็นและแฝงไปด้วยความรังเกียจ
“ทนฝืนใจกอดนังผู้หญิงจืดชืดนั่นอีกนิดนะคะที่รัก” นลินหัวเราะคิกคัก “พรุ่งนี้ตอนจดทะเบียนสมรสและเซ็นเอกสารควบรวมกิจการเสร็จ อำนาจบริหารทั้งหมดจะตกอยู่ในมือคุณ เราค่อยๆ ไซฟ่อนเงินออกมาเข้าบัญชีลับของเรา แล้วอีกสักหกเดือน… เราก็จัดฉาก ‘อุบัติเหตุ’ ให้เธอตามไปอยู่กับพ่อแม่ของเธอที่ปรโลก ถึงตอนนั้น สมบัติทั้งหมดก็จะเป็นของเรา”
“แผนของคุณฉลาดเสมอแหละครับที่รัก…”
ฉันยืนตัวสั่นสะท้านอยู่หน้าประตูห้องนอน มือที่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง หัวใจที่เคยพองโตด้วยความสุขเมื่อสิบนาทีก่อน บัดนี้ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด ไม่ใช่แค่ถูกสวมเขา แต่พวกเขากำลังวางแผนฆาตกรรมฉันเพื่อฮุบสมบัติ!
ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น คงจะกรีดร้อง ถีบประตูเข้าไปตบตี หรือไม่ก็ร้องไห้ฟูมฟายจนเสียสติ
แต่ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น…
น้ำตาของฉันร่วงหล่นลงมาเพียงหยดเดียว ก่อนที่มันจะเหือดแห้งไปในพริบตา ความเสียใจถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นที่ลุกโชนอยู่ในอก ฉันล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา กดเปิดโหมดบันทึกเสียงและดันมันเข้าไปใกล้ช่องประตูเพื่อเก็บบันทึกทุกถ้อยคำแห่งความทรยศ
สิบนาทีผ่านไป เมื่อได้หลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด ฉันค่อยๆ ดึงโทรศัพท์กลับมา กดบันทึกไฟล์และส่งเข้าคลาวด์ส่วนตัวทันที ฉันเดินไปหยิบเสื้อโค้ทที่พาดอยู่บนโซฟาด้านนอกอย่างเงียบเชียบที่สุด
ก่อนจะก้าวออกจากห้อง ฉันหันกลับไปมองบานประตูห้องนอนนั้นอีกครั้ง… ฉันไม่ได้ร้องไห้ ฉันไม่ได้ส่งเสียงโวยวาย ฉันทำเพียงแค่ ‘ยิ้ม’
มันเป็นรอยยิ้มที่เย็นยะเยือกที่สุดในชีวิต เป็นรอยยิ้มของมัจจุราชที่กำลังเตรียมพร้อมจะลากวิญญาณคนทรยศลงสู่ขุมนรก
“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน… ภคิน นลิน”

คืนแห่งการตระเตรียม

เวลา 21.00 น. แทนที่ฉันจะกลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว ฉันตรงดิ่งไปที่สำนักงานกฎหมายของ ‘คุณทนายสมภพ’ ทนายความประจำตระกูลที่ซื่อสัตย์ต่อพ่อแม่ของฉันมาตั้งแต่ฉันยังเด็ก
“คุณรินลดา มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ ถึงมาหาผมดึกดื่นป่านนี้ พรุ่งนี้จะแต่งงานแล้วไม่ใช่หรือครับ?” ทนายสมภพถามด้วยความประหลาดใจ
ฉันไม่ตอบคำถาม แต่เปิดคลิปเสียงจากโทรศัพท์มือถือให้เขาฟัง เมื่อคลิปจบลง ใบหน้าของทนายชราเต็มไปด้วยความตกตะลึงและโกรธแค้น
“ไอ้พวกเดรัจฉาน! ผมจะโทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้ พวกมันวางแผนฆาตกรรมชัดๆ!”
“อย่าเพิ่งค่ะคุณลุง” ฉันยกมือห้าม รอยยิ้มเย็นๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า “ถ้าตำรวจจับพวกมันตอนนี้ มันก็แค่ข้อหาพยายามฉ้อโกงหรือข่มขู่ พวกมันอาจจะดิ้นหลุดได้ด้วยซ้ำ รินต้องการให้พวกมันพังพินาศ… พังแบบไม่มีชิ้นดี และไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป”
“แล้วคุณรินจะให้ผมทำยังไงครับ?”
“เอกสารควบรวมกิจการและทะเบียนสมรสที่พวกมันเตรียมไว้พรุ่งนี้… รินขอให้คุณลุงสับเปลี่ยนมันค่ะ” ฉันหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา “เปลี่ยนมันเป็นเอกสารการโอนหุ้นทั้งหมดของรินเข้าสู่ ‘กองทุนการกุศล’ ที่มีข้อแม้ว่า หากรินเสียชีวิต ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของสาธารณกุศลทันที และปลดภคินออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท ส่วนนลิน… เตรียมเอกสารฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายฐานยักยอกทรัพย์ที่เธอเคยแอบทำไว้เมื่อปีที่แล้วให้รินด้วย รินรู้ว่าคุณลุงมีหลักฐานอยู่”
เราใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการจัดการเอกสารทุกอย่างให้รัดกุมที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่า กับดักที่ฉันขุดไว้ จะไม่มีใครหน้าไหนปีนกลับขึ้นมาได้

งานวิวาห์ที่ไม่มีวันเป็นจริง

เวลา 07.00 น. งานแต่งงานเริ่มต้นขึ้นตามกำหนดการ
ห้องบอลรูมของโรงแรมห้าดาวถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ แขกเหรื่อระดับแนวหน้าของประเทศต่างมารวมตัวกัน ภคินยืนรออยู่ปลายทางเดินในชุดทักซิโด้สีขาวดูสง่างาม เขาส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ฉัน ในขณะที่นลินในชุดเพื่อนเจ้าสาวก็ยืนอยู่ไม่ไกล เธอมองมาที่ฉันด้วยรอยยิ้มที่แสร้งทำเป็นยินดี
ฉันเดินควงแขนคุณทนายสมภพในฐานะผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าสาว ก้าวเดินช้าๆ ไปตามพรมแดงด้วยท่วงท่าที่สง่างามที่สุด ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ไม่มีใครรู้ว่าฉันกำลังซ่อนรอยยิ้มแบบไหนไว้
เมื่อถึงเวลาบนเวที พิธีกรได้กล่าวเชิญคู่บ่าวสาวพูดความในใจและลงนามในเอกสารสำคัญที่สื่อมวลชนรอจับภาพ ภคินรับไมโครโฟนไปก่อน เขาพูดจาหวานหู บรรยายความรักที่เขามีต่อฉันจนแขกในงานพากันซับน้ำตา นลินเองก็แกล้งทำเป็นเช็ดน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง
“ถึงตาคุณแล้วครับ ที่รัก” ภคินส่งไมโครโฟนให้ฉัน พร้อมกับยื่นปากกาเพชรสำหรับเซ็นเอกสารสมรส
ฉันรับไมโครโฟนมาถือไว้ กวาดสายตามองแขกนับพันคน ก่อนจะหันไปสบตากับภคินและนลิน
“รินขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมเป็นพยานในวันนี้ค่ะ” ฉันเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ความจริงแล้ว รินเตรียมของขวัญชิ้นพิเศษสุดสำหรับเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวของริน รบกวนทีมงานเปิดวิดีโอพรีเซนเทชันด้วยค่ะ”
ไฟในห้องบอลรูมมืดลง จอยักษ์บนเวทีสว่างวาบขึ้น แทนที่จะเป็นภาพถ่ายพรีเวดดิ้งหวานแหวว หน้าจอกลับเป็นสีดำสนิท… ก่อนที่เสียงอันคมชัดระดับ HD จะดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์
“ช่างรินลดาปะไรล่ะครับ คนที่ผมรักคือคุณนะนลิน รินลดาเป็นแค่บันไดทองคำของผมเท่านั้นแหละ… อีกสักหกเดือน เราก็จัดฉาก ‘อุบัติเหตุ’ ให้เธอ…”
เสียงสนทนาทุกประโยค ทุกถ้อยคำแห่งความทรยศถูกเปิดออกสู่สาธารณชน เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วงาน แสงแฟลชจากนักข่าวสาดกระหน่ำไปที่เวที
ภคินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ มือที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาจนร่วงลงพื้น ส่วนนลินทรุดตัวลงกับพื้น กรีดร้องและพยายามจะวิ่งหนี แต่ถูกการ์ดของโรงแรมที่ฉันสั่งเตรียมไว้ล้อมกรอบเอาไว้
“ริน! นี่มันเรื่องเข้าใจผิด! มีคนตัดต่อเสียงเพื่อใส่ร้ายผม!” ภคินพยายามแก้ตัว ถลาเข้ามาจะจับมือฉัน แต่ฉันก้าวถอยหลัง ปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี
“ตัดต่อเหรอ? งั้นตำรวจที่รออยู่หน้าประตูห้องคงช่วยคุณพิสูจน์ได้” ฉันเหยียดยิ้ม “อ้อ… แล้วเอกสารที่คุณเพิ่งรีบเซ็นไปเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่เอกสารควบรวมกิจการหรอกนะภคิน แต่มันคือใบลาออกจากทุกตำแหน่ง และเอกสารรับสภาพหนี้ที่คุณแอบโกงบริษัทไป ส่วนนลิน… หมายศาลเรื่องยักยอกทรัพย์ส่งไปถึงบ้านเธอตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว”
ฉันเดินเข้าไปใกล้ชายที่ครั้งหนึ่งฉันเคยคิดจะฝากชีวิตไว้ กระซิบที่ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก
“ฉันอาจจะโง่ที่เคยรักคุณ แต่ฉันไม่ได้โง่พอที่จะปล่อยให้หมาลอบกัดอย่างพวกคุณรอดไปได้… งานแต่งงานวันนี้ ยกเลิก!”
ฉันประกาศใส่ไมโครโฟน ก่อนจะหันหลังเดินลงจากเวทีไปอย่างนางพญา ทิ้งให้เจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวจอมปลอมเผชิญหน้ากับหายนะ สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินเข้ามาสวมกุญแจมือพวกเขา
เพียงแค่ 12 ชั่วโมง… จากเจ้าสาวที่ถูกหลอก กลายเป็นผู้พิพากษาที่ลงทัณฑ์คนทรยศ ฉันเดินออกจากโรงแรมหรู ก้าวขึ้นรถที่ทนายสมภพเตรียมไว้ สูดอากาศที่แสนบริสุทธิ์ของเช้าวันใหม่
รอยยิ้มที่มุมปากของฉันปรากฏขึ้นอีกครั้ง… แต่คราวนี้ มันไม่ใช่รอยยิ้มของมัจจุราช มันคือรอยยิ้มของผู้ชนะที่แท้จริง.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *