ของสามี ที่ทำให้หัวใจของฉันแตกสลายไม่มีชิ้นดี
ชีวิตคู่ของฉันกับ “กฤต” ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาเปรียบเสมือนภาพฝันที่ผู้หญิงหลายคนปรารถนา กฤตเป็นผู้ชายที่อบอุ่น เป็นหัวหน้าครอบครัวที่พึ่งพาได้ และเป็นพ่อที่แสนดีของ “น้องมายด์” ลูกสาววัยหกขวบของเรา ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ฉันกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้หกเดือนแล้ว ทุกอย่างรอบตัวดูสมบูรณ์แบบจนฉันมักจะแอบขอบคุณโชคชะตาอยู่เสมอที่ส่งผู้ชายคนนี้มาในชีวิต
แต่แล้ว… ความสงบสุขนั้นก็เริ่มมีเงาดำมาทาบทับ เมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา กฤตเริ่มมีพฤติกรรมแปลกไป
ทุกๆ คืนเวลาประมาณตีสอง ฉันมักจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพบว่าที่นอนข้างๆ ว่างเปล่า กฤตหายไปจากห้องนอนของเรา และเมื่อฉันแง้มประตูออกไปดู ก็จะเห็นแสงไฟสลัวลอดออกมาจากช่องใต้ประตูห้องของน้องมายด์ เขาเข้าไปในห้องของลูกสาวคนโตทุกคืน และใช้เวลาอยู่ในนั้นนานนับชั่วโมงกว่าจะกลับมานอน
ตอนแรกฉันพยายามคิดในแง่ดี เมื่อถามเขา กฤตจะยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า “ลูกชอบถีบผ้าห่ม พี่กลัวลูกจะหนาว เลยเข้าไปห่มผ้าให้ แล้วก็เผลอนั่งมองลูกหลับเพลินไปหน่อย”
แต่นานนับชั่วโมงเนี่ยนะ? แค่ห่มผ้าทำไมต้องใช้เวลานานขนาดนั้น? ยิ่งพักหลังมานี้ กฤตดูซูบผอมลง ใต้ตาคล้ำลึกเหมือนคนไม่ได้นอน และมักจะเหม่อลอย ฉันเริ่มมีจินตนาการไปสารพัด หรือเขาแอบคุยโทรศัพท์กับใคร? หรือเขามีความลับอะไรที่ซ่อนไว้ในห้องลูก? ความหวาดระแวงของคนท้องทำให้ฉันตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน… ฉันแอบซื้อกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วไปซ่อนไว้หลังตุ๊กตาหมีบนชั้นหนังสือในห้องของน้องมายด์
คืนนั้น ฉันแกล้งหลับสนิท เมื่อถึงเวลาตีสอง กฤตลุกจากเตียงไปตามปกติ หัวใจของฉันเต้นระรัว ฉันเฝ้ารอให้ถึงตอนเช้าเพื่อที่จะได้รู้ความจริงเสียที
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่กฤตออกไปทำงาน และน้องมายด์ไปโรงเรียนแล้ว ฉันล็อกประตูห้องนอน มือสั่นเทาขณะเชื่อมต่อข้อมูลจากกล้องเข้ากับโทรศัพท์มือถือ ฉันเตรียมใจรับมือกับภาพบาดตา หรือการทรยศหักหลังสารพัดรูปแบบที่สมองจะคิดได้
แต่สิ่งที่ฉันเห็นบนหน้าจอ… กลับเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันต้องทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้น และปล่อยโฮออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
ภาพในกล้องขาวดำบันทึกเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ กฤตเดินเข้ามาในห้องของลูกสาว เขาไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแชทกับใคร เขาไม่ได้ทำอะไรร้ายแรง แต่เขาค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงของน้องมายด์ จากนั้นเขาก็หยิบ ‘สมุดบันทึกเล่มหนา’ และ ‘กล้องวิดีโอตัวเล็ก’ ออกมาจากลิ้นชักใต้เตียง
กฤตกดบันทึกวิดีโอ เขาหันกล้องเข้าหาตัวเอง มองผ่านเลนส์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความร้าวราน น้ำตาของลูกผู้ชายที่ฉันไม่เคยเห็นไหลอาบสองแก้มของเขา ก่อนที่เสียงแหบพร่าและสั่นสะท้านจะดังก้องออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ของฉัน
“สุขสันต์วันเกิดอายุครบสิบห้าปีนะลูก… น้องมายด์ของพ่อ โตเป็นสาวแล้วสินะลูก พ่อขอโทษนะที่วันนี้พ่อไม่ได้ซื้อเค้กไปเป่ากับหนู…”
กฤตสะอื้นฮัก เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาพยายามฝืนยิ้มให้กล้อง
“และวิดีโอนี้… สำหรับวันรับปริญญาของหนู พ่อภูมิใจในตัวหนูที่สุดเลยนะลูก พ่ออยากไปยืนถ่ายรูปข้างๆ หนูจังเลย… และถ้าวันหนึ่งหนูเจอผู้ชายที่ดี ผู้ชายที่รักหนูเหมือนที่พ่อรัก อย่าลืมให้เขาดูวิดีโอนี้นะ พ่อขอฝากดวงใจของพ่อให้เขาดูแลต่อ…”
มือของฉันที่ถือโทรศัพท์สั่นจนแทบจะร่วงหล่นลงพื้น น้ำตาพร่ามัวจนมองหน้าจอแทบไม่เห็น กฤตก้มลงจูบที่หน้าผากของลูกสาวที่กำลังหลับสนิท เขาเอาแก้มแนบกับมือน้อยๆ ของน้องมายด์ แล้วพูดประโยคที่เหมือนคมมีดกรีดลงกลางหัวใจของฉัน
“พ่อรักหนูนะมายด์ รักแม่นลิน รักน้องที่กำลังจะเกิดมาด้วย… พ่อพยายามสู้แล้วลูก พ่อสู้กับมะเร็งร้ายนี่สุดกำลังแล้ว แต่หมอบอกว่าเวลาของพ่อเหลืออีกแค่ไม่กี่เดือน… พ่อไม่อยากบอกแม่ พ่อไม่อยากให้แม่ร้องไห้ตอนที่กำลังอุ้มท้องน้อง พ่อกลัวแม่จะรับไม่ไหว พ่อเลยต้องมาแอบอัดวิดีโอเก็บไว้ให้พวกหนูดูตอนที่พ่อไม่อยู่แล้ว… พ่อขอโทษนะลูก… พ่อขอโทษที่อยู่ดูแลพวกหนูตลอดไปไม่ได้…”
ชายที่เข้มแข็งที่สุดในชีวิตของฉัน ฟุบหน้าลงกับขอบเตียงและร้องไห้อย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้ลูกตื่น เขาใช้เวลาช่วงกลางดึกที่ทุกคนหลับสนิท มาทนทุกข์ทรมานกับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาเพียงลำพัง เพื่อเขียนบันทึกและอัดวิดีโอเก็บไว้เป็นตัวแทนของเขาในทุกๆ ช่วงเวลาสำคัญของลูกที่เขาจะไม่มีโอกาสได้เห็น
ฉันร้องไห้จนแทบขาดใจ กอดโทรศัพท์มือถือไว้แนบอก ความโกรธเคืองและความหวาดระแวงก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเจ็บปวดที่แสนสาหัส โลกทั้งใบที่เคยสวยงามพังทลายลงมาตรงหน้า ผู้ชายที่ฉันรักที่สุดกำลังจะจากฉันไป และเขายอมแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดไว้คนเดียวเพียงเพื่อปกป้องฉันและลูกในท้อง
เย็นวันนั้น เมื่อกฤตกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้ามา ฉันไม่ได้พูดอะไรสักคำ ฉันวิ่งเข้าไปกอดเขาไว้แน่นที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ ฉันซุกหน้าลงกับอกที่คุ้นเคย ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย
“นลิน… เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรคุณ?” กฤตตกใจ ลูบหัวฉันด้วยความอ่อนโยน
ฉันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่ซีดเซียวของเขา เอื้อมมือไปสัมผัสรอยคล้ำใต้ตาด้วยความรักที่ล้นทะลัก “ทำไม… ทำไมพี่ถึงใจร้ายแบบนี้ ทำไมพี่ถึงเก็บเรื่องมะเร็งไว้คนเดียว ทำไมไม่ให้รินได้เดินเคียงข้างพี่ในวันที่พี่เจ็บปวดที่สุด…”
กฤตตัวชาวาบ ดวงตาของเขาเบิกกว้างก่อนที่ม่านน้ำตาจะเอ่อล้นออกมา เขาไม่ปฏิเสธ ไม่แก้ตัว เขาเพียงแค่ดึงฉันเข้าไปกอดแน่นจนร่างของเราแทบจะหลอมรวมกัน เสียงสะอื้นของเราสองคนดังก้องไปทั่วบ้าน เป็นเสียงของการรับรู้ความจริงที่แสนโหดร้าย
“พี่ขอโทษ… พี่แค่อยากให้รินกับลูกมีความสุขให้นานที่สุด…”
“เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะกฤต” ฉันสะอื้นบอกเขา “รินจะไม่ปล่อยให้พี่ต้องแอบร้องไห้คนเดียวในความมืดอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าเวลาของเราจะเหลืออีกกี่เดือน หรือกี่วัน รินกับลูกจะสู้ไปพร้อมกับพี่ เราจะใช้ทุกวินาทีที่เหลืออยู่ด้วยกัน และรินจะเป็นคนถ่ายวิดีโอพวกนั้นให้พี่เอง…”
ในค่ำคืนที่ความลับถูกเปิดเผย มันได้พรากความหวังถึงอนาคตที่ยาวไกลของเราไป แต่มันกลับสอนให้ฉันรู้คุณค่าของคำว่า ‘ปัจจุบัน’ นับจากวินาทีนี้ ฉันจะไม่ยอมเสียเวลาไปกับความหวาดระแวงใดๆ อีกแล้ว ฉันจะใช้ทุกเข็มทิศของเวลาเพื่อกอบโกยความทรงจำ และรักผู้ชายคนนี้ให้สุดหัวใจ… จนกว่าลมหายใจสุดท้ายของเขาจะจากไปอย่างสง่างามที่สุดในอ้อมกอดของฉัน.
