ฐานทัพแนวหน้าในสภาพสะบักสะบอม พร้อมประโยคที่จุดไฟแค้นให้คนเป็นพ่อต้องทวงคืนความยุติธรรมจากพวกเดนมนุษย์ทั้ง 11 คน!
I. พายุฝนและผู้มาเยือนยามวิกาล
เสียงสายฝนสาดกระหน่ำกระทบหลังคาสังกะสีของฐานปฏิบัติการทางทหารแนวหน้าแถบชายแดนป่าเขา ผมคือ “ร้อยเอก ภูผา” ผู้บังคับกองร้อยหน่วยรบพิเศษที่อุทิศชีวิตให้กับการปกป้องประเทศชาติ หลังจากหย่าร้างกับ “นลิน” อดีตภรรยาที่ทิ้งผมไปแต่งงานใหม่กับเศรษฐีเจ้าของธุรกิจมืด ผมก็ขอย้ายตัวเองมาประจำการที่แนวหน้า สิ่งเดียวที่เป็นดั่งน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจของผมคือ “ของขวัญ” ลูกสาววัย 14 ปี ที่ศาลตัดสินให้นลินเป็นผู้ดูแล แม้ผมจะพยายามขอสิทธิ์เลี้ยงดูมากเพียงใดก็ตาม
ค่ำคืนนั้น ขณะที่ผมกำลังตรวจสอบแผนที่ลาดตระเวน จ่าสิบเอกคู่หูของผมก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาในเต็นท์บัญชาการ ใบหน้าของเขาตื่นตระหนกอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“ผู้กองครับ! มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งสลบอยู่หน้าป้อมยาม… เธอ… เธออ้างว่าเป็นลูกสาวผู้กองครับ!”
หัวใจของผมกระตุกวูบ ผมทิ้งปากกาในมือแล้วพุ่งตัวฝ่าสายฝนออกไปที่หน้าฐานทัพทันที ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากสปอตไลต์ ร่างเล็กๆ ที่บอบบางและเปียกปอนนอนขดตัวอยู่บนเตียงพยาบาลสนาม ทันทีที่ผมเห็นใบหน้านั้น โลกทั้งใบของนักรบอย่างผมก็เหมือนถูกบดขยี้จนแหลกสลาย
II. รอยแผลและเสียงกระซิบที่กรีดขั้วหัวใจ
“ของขวัญ… ลูกพ่อ!”
ผมถลาเข้าไปคุกเข่าข้างเตียง มือที่เคยจับแต่ปืนสั่นเทาขณะค่อยๆ สัมผัสใบหน้าของลูกสาว ดวงตาข้างขวาของเธอปูดบวมจนปิดสนิทเป็นสีม่วงคล้ำ ริมฝีปากแตกยับ และเมื่อแพทย์ทหารทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ผมก็ต้องกัดกรามแน่นจนเลือดซิบ… ตามร่างกายของเด็กสาววัย 14 ปีเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และผลเอ็กซเรย์สนามระบุว่า ซี่โครงของเธอหักถึงสองซี่
ของขวัญค่อยๆ ลืมตาข้างซ้ายที่ยังพอมองเห็นขึ้นมา เมื่อเธอเห็นหน้าผม น้ำตาที่อัดอั้นมาตลอดทางก็ไหลทะลักออกมา เธอพยายามยื่นมือเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนมาจับเสื้อลายพรางของผม
“พ่อคะ…” เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “ครอบครัวใหม่ของแม่เป็นคนทำ… พวกเขามีกัน 11 คน รุมตีหนู… แล้วพวกเขาก็… ถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ด้วย…”
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนสลักระเบิดที่ถูกดึงออก ไฟแค้นที่ร้อนแรงที่สุดในชีวิตปะทุขึ้นในอกผม ของขวัญเล่าปนเสียงสะอื้นว่า นลิน อดีตภรรยาของผม ปล่อยให้ “เสี่ยทรงพล” สามีใหม่ และบรรดาลูกติดรวมถึงญาติๆ ของฝั่งนั้นรวม 11 คน กลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกายเธอมาตลอดหลายเดือนเพื่อความสนุกสนาน โดยที่นลินทำเป็นปิดตาข้างหนึ่งเพราะกลัวจะถูกไล่ออกจากกองเงินกองทอง วันนี้ของขวัญทนถูกทรมานไม่ไหว จึงขโมยเงินและหนีขึ้นรถทัวร์ ซ่อนตัวมาตลอดทางกว่าจะถึงฐานทัพของผม
“ไม่เป็นไรแล้วลูก… พ่ออยู่นี่แล้ว ไม่มีใครทำร้ายหนูได้อีกแล้ว” ผมจุมพิตลงบนหน้าผากที่ชื้นเหงื่อของลูกสาว “จ่า! ดูแลลูกสาวผมให้ดีที่สุด ผมจะลางาน”
“ผู้กองจะไปไหนครับ? ให้ผมจัดกำลังพล…” “ไม่ต้อง นี่เป็นเรื่องส่วนตัว” ผมหยิบเสื้อแจ็คเก็ตและกุญแจรถจี๊ปประจำตัว แววตาของผมตอนนี้ไม่มีความเป็นทหารผู้รักสงบอีกต่อไป มีเพียงวิญญาณของ ‘มัจจุราช’ ที่พร้อมจะลากคอพวกเดนมนุษย์ลงนรก!
III. งานเลี้ยงของปีศาจ
ณ คฤหาสน์หรูใจกลางเมืองหลวง ค่ำคืนนี้ครอบครัวของเสี่ยทรงพลกำลังจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวริมสระน้ำอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะร่วนดังระงม นลินกำลังนั่งจิบไวน์ราคาแพง โดยไม่สนใจเลยว่าลูกสาวสายเลือดแท้ๆ ของตัวเองหายตัวไปไหน ในขณะที่กลุ่มวัยรุ่นลูกติดของเสี่ยทรงพลกำลังนั่งล้อมวงเปิดคลิปวิดีโอในโทรศัพท์มือถือ หัวเราะเยาะภาพเด็กผู้หญิงที่กำลังร้องไห้อ้อนวอนขณะถูกรุมทุบตี
โครม!!! เสียงประตูเหล็กหน้าคฤหาสน์ถูกรถจี๊ปทหารพุ่งชนจนพังพินาศ บานประตูหลุดกระเด็นกระแทกรูปปั้นหินอ่อนจนแตกกระจาย เสียงหัวเราะในงานเลี้ยงเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาหันไปมองรถจี๊ปที่จอดสนิทอยู่กลางสนามหญ้า
ผมก้าวลงจากรถ สวมชุดคอมแบทสีดำสนิท ในมือถือกระบองเหล็กยุทธวิธี (Baton) สายตาของผมกวาดมองสิ่งมีชีวิตทั้ง 11 คนที่ลูกสาวผมเอ่ยถึง
“ก-แกเป็นใคร! บุกเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!” เสี่ยทรงพลตะโกนลั่น ชี้หน้าผมด้วยความโกรธ “ภูผา…” นลินเบิกตากว้าง หน้าซีดเผือดจนแก้วไวน์ในมือร่วงหล่นแตกกระจายบนพื้น “ค-คุณมาทำอะไรที่นี่!”
IV. ปฏิบัติการกวาดล้างนรก
“ฉันมารับของคืน…” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาพวกมันอย่างช้าๆ “และมา ‘คิดบัญชี’ กับพวกเดนมนุษย์ทั้ง 11 คน ที่บังอาจแตะต้องแก้วตาดวงใจของฉัน!”
กลุ่มวัยรุ่นลูกติดของเสี่ยทรงพลที่เคยก้าวร้าวรุมรังแกเด็กผู้หญิง บัดนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตหน่วยรบพิเศษที่ผ่านสมรภูมิเดือดมานับไม่ถ้วน พวกมันก็ตัวสั่นเป็นลูกนก วัยรุ่นชายสามคนพยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้ายผมเพื่อโชว์ออฟให้พ่อของมันดู
เปรี้ยง! กร๊อบ! ผมเบี่ยงตัวหลบหมัดที่เชื่องช้าอย่างง่ายดาย ใช้กระบองเหล็กในมือฟาดเข้าที่ข้อพับเข่าของคนแรกจนมันทรุดลงไปร้องโหยหวน ก่อนจะคว้าคอเสื้อคนที่สองและทุ่มลงกับพื้นหินอ่อนอย่างแรง กระดูกไหปลาร้าของมันหักดังลั่น ภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ชายฉกรรจ์สามคนก็นอนกองอยู่แทบเท้าผม ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
“หยุดนะไอ้บ้า! รปภ.! รปภ. อยู่ไหน!” เสี่ยทรงพลแหกปากร้อง “ยามหน้าบ้านของแก สลบไปหมดแล้ว” ผมก้าวข้ามร่างพวกมัน เดินตรงไปหาเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังถือโทรศัพท์มือถือตัวสั่นงันงก ผมจำหน้ามันได้จากคำบอกเล่าของลูกสาว… ยัยนี่คือคนที่ถ่ายคลิป!
ผมกระชากโทรศัพท์มาจากมือมัน บีบข้อมือมันจนแน่น “รหัสปลดล็อกคืออะไร?” “ม-ไม่บอก! ปล่อยฉันนะ!” ผมออกแรงบีบข้อต่อจนมันกรีดร้องลั่น “เปิด-คลิป-เดี๋ยว-นี้!”
เมื่อคลิปวิดีโอถูกเปิดขึ้น ภาพที่ลูกสาวของผมถูกเตะเข้าที่ซี่โครงและถูกตบหน้าจนตาบวม โดยมีเสียงหัวเราะของพวกมันทั้ง 11 คนเป็นแบ็คกราวด์ ทำให้สติสัมปชัญญะของผมขาดผึง ผมกำโทรศัพท์เครื่องนั้นแน่นจนหน้าจอแตกกระจายคามือ
V. กฎหมายและบทลงโทษที่สาสม
“ภูผา! พอได้แล้ว! อย่าทำอะไรครอบครัวใหม่ของฉันนะ!” นลินวิ่งเข้ามากางแขนปกป้องเสี่ยทรงพล
ผมมองผู้หญิงที่เคยรักด้วยสายตาที่ขยะแขยงที่สุด “ครอบครัวใหม่ของเธอ… แลกกับการปล่อยให้ลูกสาวแท้ๆ ถูกทุบตีจนซี่โครงหักอย่างนั้นเหรอ? นลิน… เธอไม่ใช่แม่คนอีกต่อไปแล้ว”
ผมล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบแฟ้มเอกสารบางอย่างโยนใส่หน้าเสี่ยทรงพล “แกคิดว่าฉันจะบุกมาตีพวกแกให้จบๆ ไปงั้นเหรอ? ผิดแล้วล่ะ…” ผมเหยียดยิ้มเย็นชา “เอกสารพวกนั้นคือหลักฐานการฟอกเงินและธุรกิจเถื่อนทั้งหมดของแก ที่หน่วยข่าวกรองทหารของฉันแอบสืบมาได้ ฉันส่งสำเนาทั้งหมดให้กองปราบและ DSI เรียบร้อยแล้ว”
เสียงไซเรนรถตำรวจนับสิบคันดังก้องมาจากหน้าหมู่บ้าน แสงไฟสีแดงน้ำเงินสาดส่องเข้ามาในคฤหาสน์
“ข้อหาทำร้ายร่างกายเยาวชน กักขังหน่วงเหนี่ยว และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จากการถ่ายคลิป… บวกกับข้อหาฟอกเงินและมาเฟียข้ามชาติ” ผมจ้องหน้าเสี่ยทรงพลและลูกๆ ของมันที่ตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ขาอ่อนจนทรุดลงไปกองกับพื้น “พวกแกทั้ง 11 คน… เตรียมตัวไปหัวเราะต่อในคุกก็แล้วกัน!”
VI. อ้อมกอดที่ปลอดภัยที่สุด
ตำรวจบุกเข้ามาควบคุมตัวเสี่ยทรงพลและลูกๆ ทุกคน นลินถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันปกปิดการกระทำความผิดและละเลยทอดทิ้งเด็ก เธอพยายามจะคุกเข่ากอดขาผม ร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่ผมเพียงแค่สะบัดขาออกและเดินหันหลังกลับไปที่รถจี๊ปอย่างไม่ไยดี
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาลทหารที่ปลอดภัยที่สุด แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องพักฟื้น ของขวัญลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ สิ่งแรกที่เธอเห็นคือผมที่นั่งกุมมือเธออยู่ข้างเตียงไม่ยอมไปไหน
“พ่อคะ…” “เรื่องร้ายๆ จบลงแล้วลูก พ่อจัดการกวาดล้างพวกมันหมดแล้ว พวกมันไม่มีวันได้ออกมาทำร้ายหนูอีก” ผมลูบผมที่นุ่มสลวยของลูกสาวอย่างทะนุถนอม “ตั้งแต่วันนี้ไป พ่อจะทำเรื่องขอสิทธิ์เลี้ยงดูหนูอย่างเด็ดขาด หนูจะอยู่กับพ่อนะลูก พ่อจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายแก้วตาดวงใจของพ่ออีกแล้ว”
ของขวัญยิ้มออกมาทั้งน้ำตา แม้ใบหน้าจะยังมีรอยฟกช้ำ แต่แววตาของเธอกลับมามีประกายแห่งความหวังอีกครั้ง เธอโผเข้ากอดคอผมแน่น อ้อมกอดของทหารแนวหน้าอย่างผม อาจจะแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยกลิ่นดินปืน… แต่มันจะเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งและปลอดภัยที่สุดในชีวิตของเธอตลอดไป.
