บทเรียนราคาแพงของอดีตภรรยา: เมื่อคำเยาะเย้ยในคลินิกหรูถูกตอกกลับด้วยความจริง

 และการปรากฏตัวของชายผู้ทำลายภาพฝันจอมปลอมจนพังพินาศ!

I. การพบพานในรอบหนึ่งปี

เวลาหนึ่งปีอาจจะสั้นสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับผม “กวิน” มันคือช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูและก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต หลังจากที่ผมหย่าขาดจาก “รสสุคนธ์” อดีตภรรยาที่เลือกทิ้งผมไปหา “ดนัย” อดีตเพื่อนสนิทของผมเอง ผมก็ใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทให้กับการสร้างธุรกิจ จนบัดนี้ บริษัทของผมกลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับประเทศ

บ่ายวันศุกร์ ผมเดินทางมาที่คลินิกสุขภาพระดับพรีเมียมใจกลางเมือง เพื่อตรวจสุขภาพประจำปีตามสิทธิ์ VVIP ขณะที่ผมกำลังนั่งจิบกาแฟอ่านนิตยสารธุรกิจอยู่ในเลานจ์รับรอง เสียงส้นสูงที่คุ้นเคยก็ดังก้องขึ้น ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดที่ผมพยายามจะลืมมาตลอดหนึ่งปีเต็ม

“อ้าว… นึกว่าใคร ที่แท้ก็กวินนี่เอง”

ผมเงยหน้าขึ้นจากนิตยสาร รสสุคนธ์ยืนอยู่ตรงหน้าผม ในชุดแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอจูงมือ “น้องพอร์ช” ลูกชายวัย 7 ขวบของเธอ (ที่เกิดจากอดีตสามีคนแรกก่อนจะมาแต่งงานกับผม) รสสุคนธ์ปรายตามองเสื้อเชิ้ตเรียบๆ ที่ไม่มีโลโก้แบรนด์เนมตะโกนบอกราคาของผมด้วยสายตาเหยียดหยาม

“ไม่คิดเลยนะว่าจะมาเจอคุณที่คลินิกแพงๆ แบบนี้ได้ สงสัยจะเก็บเงินมาทั้งปีเพื่อมาตรวจสุขภาพล่ะสิ” เธอแค่นหัวเราะ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ “ดูฉันสิ ตั้งแต่เลิกกับคุณแล้วมาแต่งงานกับดนัย ชีวิตฉันก็มีแต่คำว่าสมบูรณ์แบบ ดนัยเขาเป็นถึงผู้บริหารระดับสูง ไม่เหมือนคุณที่วันๆ เอาแต่ทำงานงกๆ ไม่มีความก้าวหน้า”

II. คำพูดไร้เดียงสาที่แฝงยาพิษ

ผมไม่ได้ตอบโต้ เพียงแค่วางแก้วกาแฟลงและส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก การนิ่งเงียบของผมยิ่งทำให้รสสุคนธ์รู้สึกได้ใจ เธอหันไปพยักพเยิดกับลูกชาย

“น้องพอร์ช บอกคุณอาเขาสิลูก ว่าตอนนี้ชีวิตเราดีแค่ไหน”

เด็กชายวัย 7 ขวบมองหน้าผม ก่อนจะพูดเจื้อยแจ้วตามสิ่งที่ผู้เป็นแม่พร่ำสอนมา “คุณแม่บอกว่า การที่คุณแม่ทิ้งคุณอาแล้วเลือกคุณลุงดนัย คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในโลกเลยครับ! คุณลุงดนัยรวยมาก ซื้อของเล่นแพงๆ ให้พอร์ชทุกวัน ไม่เหมือนคุณอาที่ขี้เหนียว”

คำพูดของเด็กน้อยไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกโกรธ แต่ผมกลับรู้สึกสมเพชรสสุคนธ์ที่ใช้เด็กบริสุทธิ์เป็นเครื่องมือในการเหยียบย่ำคนอื่น

“ยินดีด้วยนะรส ที่คุณได้ชีวิตที่ ‘สมบูรณ์แบบ’ อย่างที่หวังไว้” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท “หวังว่าความสุขจอมปลอมที่คุณสร้างขึ้นมา มันจะอยู่กับคุณไปได้นานๆ นะ”

“จอมปลอมงั้นเหรอ!” รสสุคนธ์เสียงเขียว “แกมันก็แค่พวกขี้อิจฉา กวิน! ดนัยเขากำลังจะมาจ่ายค่าคอร์สความงามหลักแสนให้ฉันวันนี้ เดี๋ยวแกจะได้เห็นว่าคนรวยจริงๆ เขาใช้ชีวิตกันยังไง!”

III. ชายผู้มาใหม่และการล่มสลายของภาพลวงตา

ทันใดนั้นเอง ประตูกระจกอัตโนมัติของคลินิกก็เปิดออก รสสุคนธ์ฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินกระหืดกระหอบเข้ามา

“นั่นไง! ดนัยมาพอดีเลย… ที่รักคะ! ทางนี้ค่ะ!” รสสุคนธ์โบกมือเรียก

แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ทุกคนในเลานจ์ต้องตกตะลึง ดนัย ไม่ได้ดูเหมือนผู้บริหารผู้มั่งคั่งอย่างที่รสสุคนธ์โอ้อวด เขาสวมเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ เหงื่อแตกพลั่ก ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนเพิ่งเห็นผี และที่สำคัญ… ด้านหลังของเขามีชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสองคนเดินประกบติดมาด้วยท่าทีคุกคาม

ดนัยไม่ได้เดินไปหารสสุคนธ์ที่กำลังอ้าแขนรอรับ เขาเดินผ่านอดีตภรรยาของผมไปราวกับเธอเป็นเพียงธาตุอากาศ ก่อนจะพุ่งตรงมาที่ผม… แล้ว ทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นต่อหน้าผมทันที!

IV. ความจริงที่ตบหน้าจนชา

“ก-กวิน… บอสครับ! ผมขอร้องล่ะครับ อย่าฟ้องผมเลย!” ดนัยพนมมือไหว้ผมอย่างลุกลี้ลุกลน น้ำตาของผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งไหลอาบแก้ม “ผมยอมแล้ว ผมจะหาเงินมาคืนให้หมด อย่าส่งผมเข้าคุกเลยนะครับบอส!”

รสสุคนธ์ยืนตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของเธอหายวับไปราวกับถูกลบด้วยยางลบ หน้าของเธอซีดเผือดจนไร้สีเลือด ปากอ้าค้างแต่ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา

“ด-ดนัย… นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ทำไมคุณต้องไปคุกเข่าเรียกมันว่าบอส!” รสสุคนธ์ตะกุกตะกักถาม

ผมลุกขึ้นยืน ล้วงมือประสานไว้ในกระเป๋ากางเกง มองอดีตเพื่อนรักและอดีตภรรยาด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุด “ดูเหมือนสามีใหม่สุดที่รักของคุณ จะยังไม่ได้บอกความจริงสินะ รสสุคนธ์” ผมเหยียดยิ้ม “ดนัยไม่ได้เป็นผู้บริหารระดับสูงที่ไหนหรอก เขาเป็นแค่ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในบริษัทลูกของผม… ใช่ บริษัทที่ผมเป็นประธานกรรมการบริหารนั่นแหละ”

รสสุคนธ์เข่าอ่อนจนแทบจะล้มลงไปกองกับพื้น น้องพอร์ชกอดแขนแม่แน่นด้วยความตกใจ

“และที่สำคัญ…” ผมพูดต่อ น้ำเสียงดังกังวานและเฉียบขาด “รถสปอร์ต นาฬิกาหรู หรือแม้แต่คอร์สความงามหลักแสนที่คุณกำลังภูมิใจนักหนา มันมาจากเงินที่ดนัย ‘ยักยอก’ ไปจากบริษัทของผมรวมแล้วกว่าสามสิบล้านบาท! และตอนนี้ ทนายของผมได้ทำการอายัดทรัพย์สินทุกอย่าง และส่งเรื่องให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว”

V. จุดจบของการทรยศ

“ไม่จริง… กวิน คุณโกหกใช่ไหม!” รสสุคนธ์กรีดร้องเสียงหลง หันไปเขย่าตัวดนัย “บอกฉันสิดนัย ว่ามันไม่จริง! คุณรวยจะตาย คุณบอกฉันเองนี่!”

“หุบปากเถอะรส!” ดนัยตวาดกลับทั้งน้ำตา “เพราะเธอนั่นแหละ! เพราะความบ้าวัตถุ ความอยากได้อยากมีของเธอ ฉันถึงต้องขโมยเงินบริษัทมาปรนเปรอเธอไง! ตอนนี้ฉันหมดตัวแล้ว บ้านก็กำลังจะโดนยึด ฉันกำลังจะติดคุก!”

คำสารภาพของดนัยเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางแสกหน้าของรสสุคนธ์ โลกทั้งใบที่เธอสร้างขึ้นจากการเหยียบย่ำผมพังทลายลงในพริบตา เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ร้องไห้ฟูมฟายอย่างไร้ศักดิ์ศรี ท่ามกลางสายตาสมเพชของพยาบาลและแขกคนอื่นๆ ในคลินิก

ผมก้มลงมองอดีตภรรยาที่กำลังสะอื้นไห้ “หนึ่งปีก่อน คุณทิ้งผมเพราะคิดว่าผมไม่มีอนาคต แต่วันนี้… คุณคงได้คำตอบแล้วสินะ ว่าการตัดสินใจของคุณ มัน ‘ถูกต้องที่สุด’ อย่างที่คุณสอนลูกไว้หรือเปล่า”

ผมหันหลังกลับ ไม่แม้แต่จะชายตามองพวกเขาทั้งสองคนอีกต่อไป ชายชุดดำของผมหิ้วปีกดนัยออกไปเพื่อส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทิ้งให้รสสุคนธ์นั่งกอดลูกชายอยู่กลางคลินิก พร้อมกับความจริงที่ว่า เธอได้ทิ้งเพชรแท้ในมือ เพื่อไปคว้าเอาเศษกรวดที่เคลือบยาพิษ… และเธอจะต้องชดใช้ความผิดพลาดนี้ไปตลอดชีวิต!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *