‘เกม’ ของพ่อ และสิ่งที่ฉันเห็นผ่านช่องประตู ทำให้ฉันต้องวิ่งไปหยิบมือถือเพื่อจบชีวิตคู่!
I. หน้าที่ของคุณพ่อที่แสนดี (จนผิดปกติ)
ในสายตาของคนภายนอก ครอบครัวของเราคือครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ฉันชื่อ “นารา” เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดที่ทำงานหนักเพื่อสร้างฐานะให้ครอบครัว ส่วน “ธาม” สามีของฉัน เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่มักจะเลิกงานตรงเวลาเสมอ เขาจึงรับหน้าที่ดูแล “น้องใยไหม” ลูกสาววัย 5 ขวบของเราในช่วงเย็นก่อนที่ฉันจะกลับถึงบ้าน
ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ธามอาสาทำหน้าที่ “อาบน้ำ” ให้น้องใยไหมทุกคืน ตอนแรกฉันรู้สึกขอบคุณและดีใจที่พ่อลูกสนิทสนมกัน แต่พักหลังมานี้ ฉันเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง…
พวกเขาใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานเกินไป นานกว่าหนึ่งชั่วโมงทุกคืน!
เสียงน้ำไหลถูกเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา และเมื่อน้องใยไหมเดินออกมาจากห้องน้ำ แกมักจะอยู่ในสภาพที่ริมฝีปากซีดเผือด ตัวสั่นเทาเหมือนคนหนาวจัด และไม่มีรอยยิ้มร่าเริงเหมือนเด็กที่เพิ่งเล่นน้ำเสร็จเลยสักนิด เมื่อฉันถามธาม เขาก็มักจะตอบปัดๆ ว่า “ลูกเล่นฟองสบู่เพลินน่ะ ปล่อยแกเถอะ”
II. คำสารภาพและน้ำตาของเด็กบริสุทธิ์
บ่ายวันอาทิตย์ ขณะที่ธามออกไปเตะฟุตบอลกับเพื่อน ฉันกำลังนั่งหวีผมให้น้องใยไหมอยู่ที่หน้ากระจก ลูกสาวของฉันดูซูบผอมลงและมีอาการหวัดเรื้อรัง สัญชาตญาณความเป็นแม่เริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยอย่างรุนแรง
“ใยไหมลูก… ช่วงนี้หนูอาบน้ำกับคุณพ่อนานจังเลย หนูเล่นอะไรกันเหรอคะลูก?” ฉันแกล้งถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติที่สุด
ทันทีที่ได้ยินคำถาม มือเล็กๆ ของน้องใยไหมก็กำชายกระโปรงตัวเองแน่น ดวงตากลมโตที่เคยสดใสเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ก่อนที่แกจะปล่อยโฮออกมาอย่างหนักจนร่างสั่นเทา
“แม่ขา… หนูไม่อยากเล่นเกมนี้แล้ว หนูหนาว…” น้องใยไหมสะอื้นฮัก กอดเอวฉันแน่น “แต่คุณพ่อบอกว่า… ห้ามบอกใครเด็ดขาดเรื่อง ‘เกม’ ที่เราเล่นกันในห้องน้ำ ถ้าหนูบอกแม่ คุณพ่อจะเอาตุ๊กตากระต่ายของหนูไปทิ้งถังขยะให้หมดเลย…”
หัวใจของฉันเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบอย่างแรง เลือดในกายเย็นเฉียบ ความคิดในแง่ร้ายสารพัดแล่นเข้ามาในหัว สามีของฉันกำลังทำมิดีมิร้ายลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองงั้นหรือ?! ฉันพยายามสูดลมหายใจ ลูบหลังปลอบลูกสาวและสัญญากับแกเบาๆ ว่า “แม่จะไม่ให้ใครมาทำร้ายหนูอีก แม่สัญญา”
III. รอยแยกของบานประตู
คืนวันจันทร์ ถัดมา… เวลาสองทุ่มตรง ธามพาน้องใยไหมเข้าไปในห้องน้ำตามปกติ เสียงล็อกประตูไม่ได้ดังคลิกเหมือนทุกครั้ง เพราะกลอนประตูห้องน้ำห้องมาสเตอร์เบดรูมมันเสียและปิดไม่สนิทมาหลายวันแล้ว ฉันแกล้งทำเป็นนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อเสียงน้ำจากฝักบัวเริ่มดังขึ้น ฉันก็ค่อยๆ ลุกขึ้นย่องด้วยปลายเท้าไปยังหน้าห้องน้ำ
หัวใจของฉันเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก มือที่สั่นเทาค้ำยันกำแพงไว้ ฉันค่อยๆ แนบใบหน้าเข้ากับรอยแยกของบานประตูที่เปิดแง้มอยู่เพียงไม่กี่มิลลิเมตร… ฉันเตรียมใจที่จะพังประตูเข้าไปหากเห็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด
แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้า… กลับทำให้ความหวาดกลัวของฉัน แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ลุกโชนยิ่งกว่าไฟนรก!
IV. เกมทรมานเด็กและการหักหลัง
ธามไม่ได้กำลังล่วงละเมิดลูกสาวอย่างที่ฉันกลัว… แต่สิ่งที่เขาทำมันคือการ ‘ทรมานจิตใจเด็ก’ อย่างเลือดเย็น!
สามีตัวดีของฉันกำลังนอนแช่น้ำอุ่นจัดอยู่ในอ่างอาบน้ำอย่างสบายใจ บนขอบอ่างมีแท็บเล็ตตั้งอยู่ หน้าจอแสดงภาพวิดีโอคอลของ “ลิตา” เลขาสาวสุดเปรี้ยวที่ทำงานแผนกเดียวกับเขา ทั้งสองคนกำลังคุยกันด้วยถ้อยคำหวานเลี่ยนและหัวเราะคิกคัก
“ที่รักคะ… เมื่อไหร่จะหย่ากับนังนาราซะที ลิตารอไม่ไหวแล้วนะ” เสียงลิตาดังแว่วออกมา “โธ่ลิตา ขอเวลาผมสูบเงินมันมาลงทุนเปิดร้านกาแฟให้คุณก่อนสิ นารามันโง่จะตาย ทำงานหาเงินมาให้ผมใช้ฟรีๆ” ธามตอบพร้อมกับส่งจูบผ่านหน้าจอ
แล้วน้องใยไหมล่ะ? สายตาของฉันกวาดมองลงไปที่พื้นห้องน้ำ มุมสี่เหลี่ยมเล็กๆ ข้างชักโครก… น้องใยไหมกำลังนั่งกอดเข่าตัวสั่นงกๆ อยู่บนพื้นกระเบื้องที่เปียกและเย็นเฉียบจากการเปิดแอร์ที่ทะลุเข้ามาทางช่องระบายอากาศ แกไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำ!
“ใยไหม! พ่อบอกว่าไง!” ธามหันไปตวาดลูกสาวเสียงเขียวเมื่อเด็กน้อยขยับตัวเพราะความหนาว “เล่น ‘เกมรูปปั้น’ ต่อไป! ห้ามขยับ ห้ามส่งเสียงรบกวนเวลาพ่อคุยธุระ ไม่งั้นตุ๊กตาแกโดนจับยัดลงถังขยะแน่!”
เด็กน้อยวัย 5 ขวบสะดุ้งสุดตัว รีบนั่งนิ่งกอดเข่าตัวเอง น้ำตาใสๆ ไหลอาบแก้มแต่ไม่กล้าแม้แต่จะสะอื้นออกมา
ธามใช้ลูกสาวเป็นข้ออ้างในการหลบเข้ามาวิดีโอคอลพลอดรักกับเมียน้อยทุกคืน โดยการบังคับให้น้องใยไหมนั่งทนหนาวเป็นชั่วโมงๆ เพื่อไม่ให้ฉันสงสัย!
V. หลักฐานชิ้นสำคัญ
ฉันไม่ได้พังประตูเข้าไปตวาดด่า… สติปัญญาและความแค้นสอนให้ฉันเยือกเย็น ฉันรีบหันหลังกลับ วิ่งฝีเท้าเบากริบไปที่โต๊ะทำงาน คว้าโทรศัพท์มือถือ ของตัวเองขึ้นมาทันที!
ฉันกลับมาที่หน้าประตูห้องน้ำอีกครั้ง เปิดโหมดบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K สอดเลนส์กล้องผ่านรอยแยกของประตู บันทึกภาพทุกอย่างอย่างชัดเจน ทั้งบทสนทนาที่เขากำลังวางแผนปอกลอกเงินของฉัน ภาพที่เขาเปลือยกายคุยเสียวกับเมียน้อย และที่สำคัญที่สุด… ภาพการกระทำอันโหดร้ายที่เขาข่มขู่และปล่อยให้ลูกสาวตัวเล็กๆ นั่งหนาวสั่นอยู่บนพื้นกระเบื้อง
ฉันบันทึกวิดีโอความยาวกว่า 5 นาที ก่อนจะกดส่งไฟล์นั้นเข้าไปในอีเมลสำรองของตัวเอง และส่งให้ “ทนายทรงพล” ทนายความประจำบริษัทของฉันทันที
VI. จุดจบของคนสารเลว
สิบห้านาทีต่อมา ธามเปิดประตูห้องน้ำออกมาพร้อมกับเช็ดผม แสร้งทำหน้าเป็นคุณพ่อที่เหน็ดเหนื่อย ส่วนน้องใยไหมเดินก้มหน้าตัวสั่นตามออกมา
“นารา ไปเอาผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมให้ลูกหน่อยสิ ผมเหนื่อยละ” ธามพูดหน้าตาเฉย
ฉันไม่ได้ตอบ ฉันเดินเข้าไปอุ้มน้องใยไหมขึ้นมาแนบอก เอาผ้าห่มผืนหนาคลุมตัวลูกสาวไว้แน่น จูบซับน้ำตาที่แก้มของแก ก่อนจะหันไปจ้องหน้าธามด้วยแววตาที่เย็นเยียบที่สุดในชีวิต
“เธอมองหน้าผมทำไม…” ธามเริ่มหน้าเสีย
“นับตั้งแต่วินาทีนี้… ออกไปจากบ้านของฉัน ซะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจ
“นารา! เธอเป็นบ้าอะไร! มาไล่ผมทำไม!” ฉันชูหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังเล่นคลิปวิดีโอการกระทำอันน่ารังเกียจของเขาในห้องน้ำให้เขาดูเต็มสองตา
ธามหน้าซีดเผือดราวกับศพ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น “น-นารา… ผมอธิบายได้นะ มันไม่ใช่แบบนั้น…”
“ทนายของฉันจะจัดการเรื่องฟ้องหย่า และฟ้องชู้กับนังลิตา พรุ่งนี้เช้าหมายศาลจะส่งไปถึงออฟฟิศของพวกแกทั้งคู่!” ฉันตะคอกใส่หน้าเขา “และด้วยคลิปวิดีโอนี้ที่แกทารุณกรรมจิตใจลูก ศาลจะไม่มีวันยอมให้แกได้สิทธิ์เลี้ยงดูใยไหมแม้แต่นาทีเดียว! ส่วนบัตรเครดิตและเงินในบัญชีที่แกใช้ชื่อฉัน ฉันอายัดหมดแล้ว… ออกไปแต่ตัวเปล่าๆ ของแกซะ ก่อนที่ฉันจะเรียกยามมาลากคอแกออกไป!”
บทส่งท้าย: รุ่งอรุณใหม่ของสองแม่ลูก
คืนนั้น ธามต้องหอบเสื้อผ้าใส่ถุงขยะเดินคอตกออกจากบ้านไปท่ามกลางความมืด เขาพยายามไปขออาศัยกับลิตา แต่เมื่อเมียน้อยรู้ว่าธามถูกอายัดบัตรเครดิตและกำลังจะถูกฟ้องร้องจนล้มละลาย เธอก็ไล่เขากระเจิงราวกับหมูหมา
กระบวนการหย่าร้างจบลงอย่างรวดเร็วด้วยหลักฐานที่แน่นหนา ฉันชนะคดีและได้สิทธิ์ขาดในการดูแลลูกสาวเพียงผู้เดียว พร้อมกับค่าทดแทนก้อนใหญ่ที่ทำให้สองคนนั้นต้องชดใช้ไปอีกหลายปี
ส่วนน้องใยไหม… ตอนนี้แกไม่ต้องทนเล่น ‘เกมรูปปั้น’ ที่แสนทรมานอีกต่อไปแล้ว ทุกค่ำคืนของเราสองแม่ลูกเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ นิทานก่อนนอน และอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุด เพราะขยะชิ้นใหญ่ที่เคยทำร้ายเรา ได้ถูกกวาดทิ้งออกไปจากชีวิตอย่างถาวรแล้ว!
