เมื่อฉันอุ้มลูกน้อยที่เขาตลบหลังทิ้งให้ตาย มาฉีกหน้ากากเจ้าบ่าวจอมปลอมกลางงานวิวาห์ร้อยล้าน!
I. คืนหิมะสีเลือดที่ฮอกไกโด
ความหนาวเย็นติดลบยี่สิบองศาเซลเซียส สามารถแช่แข็งได้แม้กระทั่งลมหายใจ… แต่มันก็ยังไม่เย็นชาเท่ากับหัวใจของผู้ชายที่ฉันเคยเรียกว่า “สามี”
หกสัปดาห์ก่อนหน้านี้ “เตชินท์” พาฉันซึ่งเพิ่งคลอด “น้องคิน” ได้เพียงสองสัปดาห์ มาพักฟื้นที่กระท่อมไม้กลางป่าสนในเกาะฮอกไกโด เขาบอกว่ามันคือของขวัญต้อนรับลูกชายของเรา แต่ความจริงแล้ว… มันคือ “ลานประหาร” ที่เขาเตรียมไว้
พายุหิมะครั้งประวัติศาสตร์พัดถล่มเกาะ ถนนทุกสายถูกตัดขาด ไฟฟ้าในกระท่อมดับสนิท และในวินาทีที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามา เตชินท์กลับสวมเสื้อโค้ทตัวหนา คว้ากุญแจรถขับเคลื่อนสี่ล้อคันเดียวที่เรามี และหันมามองฉันที่กำลังกอดลูกน้อยตัวสั่นเทาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
“พี่ต้องไปแล้วรมิดา… ญาดาและบอร์ดบริหารรอพี่อยู่ที่กรุงเทพฯ งานแต่งงานของเรากำลังจะเริ่มขึ้น” เตชินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดเรื่องสภาพอากาศ “อยู่ในนี้แหละ ฮีตเตอร์พังแล้ว หิมะก็ตกหนักขนาดนี้ คงไม่มีใครเข้ามาช่วยได้… ลาก่อนนะ ถือซะว่าทำเพื่ออนาคตของพี่ก็แล้วกัน”
เขาเดินจากไป ทิ้งให้ฉันและทารกแรกเกิดต้องเผชิญกับความตายในความมืดมิด ฉันกอดน้องคินไว้แนบอก ใช้ความอบอุ่นสุดท้ายจากร่างกายของคนเป็นแม่ปกป้องลูกจนสติสัมปชัญญะค่อยๆ เลือนราง…
แต่สวรรค์ยังไม่ต้องการตัวเรา หน่วยกู้ภัยท้องถิ่นขับรถลุยหิมะเข้ามาตรวจตราพื้นที่ และพบเราสองแม่ลูกในสภาพที่ชีพจรเต้นอ่อนเต็มที ฉันรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์… พร้อมกับไฟแค้นที่ลุกโชนท่ามกลางพายุหิมะ!
II. งานวิวาห์บนความพินาศของผู้อื่น
หกสัปดาห์ต่อมา ณ ห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับหกดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร
บรรยากาศถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์สีขาวบริสุทธิ์ ประดับประดาด้วยกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสนับหมื่นดอก แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับ แขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐีและนักการเมืองนับพันคนมารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานในงานวิวาห์แห่งปี
บนเวที เตชินท์ ในชุดสูททักซิโด้สีขาวสั่งตัด กำลังยืนส่งยิ้มละมุนละไมเคียงข้าง “ญาดา” ทายาทสาวของตระกูลอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน เขาดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความสุข ราวกับว่าอดีตภรรยาและลูกชายที่เขาเพิ่งฆ่าตายทางอ้อมนั้น ไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
“คุณเตชินท์ช่างเป็นผู้ชายที่แสนดีและสมบูรณ์แบบที่สุดเลยค่ะ ญาดาโชคดีเหลือเกินที่มีคุณ” เจ้าสาวเอ่ยผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจ ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง
แต่ก่อนที่เจ้าบ่าวจะได้เอ่ยคำหวานตอบกลับ… ประตูไม้บานยักษ์ของห้องบอลรูมก็ถูกผลักออกอย่างแรง!
III. แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
เสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงคลออยู่เงียบกริบลงทันที ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่จุดเดียวกัน
ฉัน… “รมิดา” ก้าวเดินเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าที่สง่างามและมั่นคง ฉันไม่ได้สวมชุดราตรีหรูหรา มีเพียงชุดเดรสสีดำสนิทที่ตัดกับความสว่างไสวของงานวิวาห์ ภายในอ้อมกอดของฉันคือ “น้องคิน” ที่กำลังหลับสนิท ซุกซบอยู่กับแผ่นอกของแม่ และในมือขวาของฉัน… มี “ซองจดหมายสีน้ำตาลประทับตราครั่งสีแดง” ปิดผนึกอย่างแน่นหนา
ฉันก้าวเดินไปตามพรมแดงตรงกลางห้องโถง รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะที่ดังก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่หายนะ
“น-นั่นใครน่ะ? แขกฝั่งไหน?” เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นรอบทิศทาง “อุ้มเด็กมาด้วย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!”
บนเวที ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาของเตชินท์บัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนก้าวไม่ออก เขามองฉันราวกับเห็นปีศาจที่ฟื้นคืนชีพจากขุมนรก
“ร-รมิดา… เป็นไปไม่ได้…” เตชินท์ละล่ำละลัก เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
“ใครกันคะพี่เตชินท์? ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?” ญาดาหันไปถามเจ้าบ่าวด้วยความงุนงงและเริ่มหงุดหงิด
ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเวที ก้มมองผู้ชายที่ฉันเคยมอบชีวิตให้ด้วยสายตาที่เย็นเยียบยิ่งกว่าพายุหิมะในฮอกไกโด “ก็เป็น ‘ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย’ ของเจ้าบ่าวของคุณไงคะ คุณญาดา… อ้อ และเด็กคนนี้ ก็คือสายเลือดแท้ๆ ที่เขาพยายามจะแช่แข็งทิ้งไว้กลางพายุหิมะเมื่อเดือนครึ่งที่ผ่านมา”
IV. ซองจดหมายพิพากษา
สิ้นคำพูดของฉัน เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งงานราวกับรังผึ้งแตก คุณพ่อของญาดาซึ่งเป็นประธานบริษัทลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเตชินท์! แกมีเมียมีลูกอยู่แล้วงั้นเหรอ!”
“ม-ไม่จริงนะครับคุณพ่อ! ผู้หญิงคนนี้เป็นพวกต้มตุ๋น รปภ.! ลากตัวผู้หญิงบ้าคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้!” เตชินท์ตะโกนเสียงหลง พยายามจะกลบเกลื่อนความผิด
แต่ก่อนที่หน่วยรักษาความปลอดภัยจะทันได้เข้าถึงตัวฉัน ฉันก็ชูซองจดหมายสีน้ำตาลในมือขึ้นสูง “ถ้าใครกล้าแตะต้องตัวฉันแม้แต่ปลายเล็บ หลักฐานทั้งหมดในซองนี้จะถูกส่งตรงถึงสำนักข่าวทุกช่องทันที!”
ฉันปาซองจดหมายนั้นขึ้นไปบนเวที มันตกลงตรงหน้าคุณพ่อของญาดาพอดี ท่านก้มลงหยิบมันขึ้นมาฉีกเปิดออก ทันทีที่สายตาของชายสูงวัยไล่อ่านเอกสารทีละแผ่น มือของเขาก็สั่นสะท้านไปด้วยความโกรธแค้น
ในซองจดหมายนั้นประกอบไปด้วย:
-
ทะเบียนสมรสฉบับจริง: ที่มีชื่อของฉันและเตชินท์ โดยยังไม่มีการจดทะเบียนหย่าใดๆ ทั้งสิ้น การแต่งงานในวันนี้จึงเป็นเพียงการหลอกลวงและซ้อนทับ
-
หลักฐานการโอนเงินและยักยอกทรัพย์: เส้นทางการเงินที่เตชินท์แอบดูดเงินจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลญาดา เข้าบัญชีนอมินีของตัวเองที่ต่างประเทศ มูลค่ากว่าสองร้อยล้านบาท
-
หมายจับจากกองปราบปราม: คดี “พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ที่ฉันได้แจ้งความและรวบรวมหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่สนามบิน และคำให้การของหน่วยกู้ภัยที่ญี่ปุ่นไว้อย่างแน่นหนา
“ไอ้สารเลว!” เพียะ!! คุณพ่อของญาดาฟาดฝ่ามือลงบนหน้าของเตชินท์อย่างแรงจนเขาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นเวที “แกหลอกลูกสาวฉัน! แกตั้งใจจะฮุบบริษัทของฉัน แล้วยังโหดเหี้ยมขนาดฆ่าเมียฆ่าลูกตัวเองได้ลงคอ!”
ญาดากรีดร้องออกมาเมื่อเห็นหลักฐานทั้งหมด เธอทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ฟูมฟาย ชุดแต่งงานราคาแพงบัดนี้ไร้ความหมายเมื่อเทียบกับความอัปยศที่เธอต้องเผชิญหน้าแขกนับพัน
V. จุดจบของปีศาจ
เตชินท์คลานเข่าเข้ามาที่ขอบเวที น้ำตาของลูกผู้ชายที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและจอมปลอมไหลอาบแก้ม “รมิดา… พี่ขอโทษ พี่มันโง่เองที่หน้ามืดตามัว รมิดาให้อภัยพี่นะ เรากลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิมเถอะนะ ดูสิ ลูกกำลังมองพี่อยู่นะ”
ฉันมองใบหน้าอันน่าสมเพชของผู้ชายตรงหน้า ยกมือขึ้นลูบหลังน้องคินที่ยังคงหลับตาพริ้มอย่างทะนุถนอม “ลูกไม่ได้มองคุณหรอกเตชินท์… เพราะสำหรับลูก พ่อของเขาได้ตายไปตั้งแต่วันที่ทิ้งเราไว้ท่ามกลางความหนาวเหน็บนั้นแล้ว”
จังหวะนั้นเอง ประตูห้องบอลรูมก็เปิดออกอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหลายนายเดินตรงเข้ามาหาเตชินท์พร้อมกุญแจมือ “นายเตชินท์ คุณถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่า และฉ้อโกงทรัพย์สิน…”
เตชินท์ดิ้นรนขัดขืน กรีดร้องโวยวายอย่างคนเสียสติ ในขณะที่ถูกเจ้าหน้าที่ลากตัวออกไปจากงานวิวาห์ที่เขาเคยใฝ่ฝันว่าจะทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐี ทุกสายตาในงานมองเขาด้วยความสมเพชและขยะแขยง
ฉันยืนนิ่ง มองดูจุดจบของผู้ชายที่ทำลายชีวิตฉัน แสงไฟจากแชนเดอเลียร์ตกกระทบลงบนใบหน้าของฉันและลูกน้อย…
วันนี้… พายุหิมะในใจของฉันได้สงบลงแล้ว และความอบอุ่นของรุ่งอรุณใหม่ ก็พร้อมที่จะโอบกอดฉันและน้องคิน ให้ก้าวเดินต่อไปในชีวิตที่ปราศจากปีศาจร้ายอย่างสมบูรณ์.
