แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังประตูกลับพลิกชะตาชีวิตให้กลายเป็นมหาเศรษฐีชั่วข้ามคืน!
I. พินัยกรรมที่ไม่ยุติธรรม
ห้องทำงานไม้สักที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นซิการ์ของ “คุณปู่ธนา” บัดนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด “ทนายวิบูลย์” นั่งอยู่หัวโต๊ะพร้อมแฟ้มพินัยกรรมฉบับสุดท้าย ในขณะที่ฉัน “ข้าวหอม” และพี่สาวต่างแม่ “นลิน” นั่งเผชิญหน้ากันเพื่อรอฟังคำตัดสินที่จะเปลี่ยนชีวิตเรา
คุณปู่ธนาคือมหาเศรษฐีที่สร้างเนื้อสร้างตัวจากธุรกิจค้าไม้และที่ดิน ก่อนท่านจะจากไป ท่านได้ทิ้งมรดกมหาศาลเอาไว้ นลินคือหลานสาวคนโปรดที่แม่ของเธอคอยเป่าหูคุณปู่มาตลอด ส่วนฉันคือหลานสาวกำพร้าที่ถูกลืม มีหน้าที่แค่ดูแลปรนนิบัติคุณปู่ในยามป่วยไข้
“สำหรับทรัพย์สินชิ้นแรก…” ทนายวิบูลย์ขยับแว่นตา “เพนท์เฮาส์สุดหรูใจกลางสุขุมวิท มูลค่า 150 ล้านบาท ตกเป็นของ… คุณนลินครับ”
นลินกรี๊ดร้องด้วยความดีใจ เธอตบมือและหันมาส่งยิ้มเยาะเย้ยให้ฉัน “และสำหรับคุณข้าวหอม…” ทนายเปิดกระดาษหน้าต่อไป “คุณปู่ระบุให้รับมอบ ‘บ้านไม้ตากอากาศ’ ขนาดหนึ่งชั้น บริเวณหุบเขาชายป่าในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมที่ดินรอบตัวบ้านจำนวน 2 ไร่ครับ”
สิ้นเสียงทนายความ นลินก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “โอ๊ย! ข้าวหอมเอ๊ย! ฉันนึกว่าปู่จะสงสารเห็นแกคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ เลยจะแบ่งหุ้นบริษัทให้สักนิด ที่ไหนได้… ให้กระท่อมไม้ผุๆ กลางป่าเนี่ยนะ!”
ฉันนั่งกำมือแน่นบนตัก ไม่โต้ตอบสิ่งใด นลินเดินเข้ามากระซิบที่ข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามสุดขีด “สมน้ำหน้า! ขยะก็ต้องอยู่กับขยะ! ไปหมกตัวอยู่บ้านนอกนั่นแหละ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกนะ นังตัวเหม็น!”
นลินคว้าโฉนดเพนท์เฮาส์เดินสะบัดก้นออกจากห้องไปอย่างผู้ชนะ ปล่อยให้ฉันนั่งมองกุญแจทองเหลืองเก่าๆ สนิมเขรอะที่ทนายวางไว้ตรงหน้า… นี่คือสิ่งเดียวที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้ฉันจริงๆ อย่างนั้นหรือ?
II. การเดินทางสู่กระท่อมร้าง
สัปดาห์ต่อมา ฉันเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็ก นั่งรถทัวร์ข้ามคืนและต่อรถสองแถวเข้ามาในหุบเขาลึกของเชียงใหม่ ถนนดินแดงทอดยาวตัดผ่านป่าทึบจนแทบไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ฉันตัดสินใจจะมานอนค้างที่บ้านไม้หลังนี้สักคืนเพื่อรำลึกถึงคุณปู่ ก่อนจะคิดหาทางว่าจะขายมันเพื่อเอาเงินไปตั้งตัวได้อย่างไร
เมื่อรถสองแถวมาจอดส่ง ฉันก็ต้องถอนหายใจยาว… เบื้องหน้าคือ “บ้านไม้” ที่ดูซอมซ่อกว่าที่คิด มันเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ ที่ถูกเถาวัลย์และตะไคร่น้ำเกาะกินจนแทบกลืนไปกับป่า สภาพดูเหมือนพร้อมจะพังลงมาได้ทุกเมื่อถ้ามีพายุพัดผ่าน
“นี่สินะ… รางวัลของความกตัญญู” ฉันยิ้มขื่นให้ตัวเอง หยิบกุญแจทองเหลืองขึ้นมา ไขแม่กุญแจที่คล้องประตูไม้บานเก่า
เอี๊ยด… เสียงบานพับประตูดังลั่นเมื่อฉันผลักมันเข้าไป ภายในบ้านมืดสลัวและเต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ มีเพียงเตียงไม้เก่าๆ และโต๊ะทำงานหนึ่งตัว ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้า
ฉันวางกระเป๋าลงบนพื้น หยิบไม้กวาดที่มุมห้องมาเตรียมจะทำความสะอาด แต่ในจังหวะที่ฉันกำลังปัดฝุ่นบนโต๊ะทำงานไม้นั้นเอง… สายตาของฉันก็สะดุดเข้ากับร่องลึกรูปสลักบนโต๊ะ ซึ่งมีรูปร่างคุ้นตาอย่างประหลาด
มันมีรูปร่างเหมือน… “จี้หยก” ที่คุณปู่เคยให้ฉันใส่ติดคอไว้ตั้งแต่เด็ก!
III. ความลับใต้แผ่นไม้และภาพที่ทำให้หยุดหายใจ
ด้วยความสงสัย ฉันปลดสร้อยคอและนำจี้หยกรูปสี่เหลี่ยมสลักลายมังกร วางทาบลงไปในร่องบนโต๊ะไม้นั้น กริ๊ก!
เสียงกลไกเหล็กทำงานดังก้องขึ้นจากใต้พื้นดิน! ฉันสะดุ้งสุดตัวและถอยหลังกรูด ทันใดนั้น พื้นไม้กระดานตรงกลางห้องก็ค่อยๆ แยกออกจากกัน เผยให้เห็นบันไดเหล็กที่สว่างไสวไปด้วยไฟ LED สีขาวนวล ทอดตัวลึกลงไปใต้ดิน!
หัวใจของฉันเต้นระรัว ฉันสูดลมหายใจลึกและตัดสินใจก้าวเดินลงไปตามบันไดนั้น เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง ประตูกระจกนิรภัยบานใหญ่ก็เลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ
และวินาทีนั้นเอง… ฉันก็ต้องยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ขาทั้งสองข้างก้าวไม่ออก เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันเกินกว่าที่จินตนาการจะรับไหว!
ข้างใต้กระท่อมไม้ผุพังนี้ ไม่ใช่ห้องใต้ดินธรรมดา แต่มันคือ “ศูนย์หลบภัยและคลังสมบัติส่วนตัว” สุดไฮเทคที่ถูกสร้างไว้ในถ้ำหินปูนใต้ภูเขา! พื้นที่กว้างขวางหลายร้อยตารางเมตรถูกตกแต่งอย่างหรูหราด้วยสไตล์โมเดิร์น มีระบบปรับอากาศและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในตัว ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานยักษ์ที่มองออกไปเห็นน้ำตกใต้ดินที่ไหลรินอย่างงดงาม
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันช็อกจนแทบหยุดหายใจ คือสิ่งที่ตั้งอยู่กลางห้อง… ตู้กระจกนิรภัยนับสิบตู้ เรียงรายอยู่ตรงหน้า ภายในบรรจุ “ทองคำแท่ง” ส่องประกายเหลืองอร่าม โฉนดที่ดินนับร้อยฉบับที่ครอบคลุมพื้นที่ภูเขาทั้งลูก และเครื่องเพชรโบราณประจำตระกูลที่หายสูญไปนานหลายสิบปี!
บนโต๊ะทำงานกระจกใส มีจดหมายซองหนึ่งวางทิ้งไว้พร้อมลายมือของคุณปู่
“ข้าวหอม หลานรักของปู่… ถ้าหลานได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าหลานไม่ได้รังเกียจกระท่อมไม้ซอมซ่อ และไม่ได้ทิ้งมันไป เพนท์เฮาส์ที่กรุงเทพฯ มันเป็นแค่เปลือกนอกที่ปู่จงใจยกให้นลินเพื่อทดสอบความโลภ แต่ทรัพย์สินที่แท้จริงของตระกูลเรา… ทองคำแท่งสำรองมูลค่ากว่าพันล้าน และโฉนดภูเขาที่เป็นแหล่งแร่หายากนี้ ปู่ขอยกให้หลาน ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์และคู่ควรที่สุด จงใช้มันสร้างชีวิตใหม่ให้ดีนะลูก”
น้ำตาของฉันไหลพรากอาบสองแก้ม ฉันท่ามกลางขุมทรัพย์มหาศาลนี้ คุณปู่ไม่ได้ทิ้งฉัน ท่านรักและมองเห็นความจริงใจของฉันมาโดยตลอด!
IV. จุดจบของคนหยิ่งยโส
หกเดือนต่อมา…
ณ เพนท์เฮาส์สุดหรูในกรุงเทพฯ ชีวิตของนลินกำลังดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็ว เธอใช้ชีวิตฟู่ฟ่า จัดปาร์ตี้ทุกคืน ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมจนเงินสดที่ได้จากมรดกส่วนอื่นหมดเกลี้ยง ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ เพนท์เฮาส์หรูหราแห่งนี้มีค่าส่วนกลางและค่าบำรุงรักษาสูงถึงเดือนละหลักแสนบาท!
เมื่อไม่มีเงินจ่าย นลินถูกฟ้องร้องและกำลังจะถูกยึดเพนท์เฮาส์ เธอถูกแฟนหนุ่มไฮโซหลอกเอาเงินไปลงทุนจนหมดตัว สภาพของเธอตอนนี้ไม่ต่างจากหมาจนตรอก
“ฉันต้องไปหาอีนังข้าวหอม! ที่ดินบ้านนอกของมันน่าจะพอขายได้สักสองสามล้าน!” นลินตัดสินใจนั่งรถทัวร์ ซมซานมายังจังหวัดเชียงใหม่ หวังจะมาขูดรีดเอาที่ดินจากน้องสาวที่เธอเคยด่าทอ
แต่เมื่อรถรับจ้างขับมาถึงพิกัดที่ตั้งของกระท่อมไม้… นลินก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
กระท่อมผุพังหายไปแล้ว พื้นที่โดยรอบถูกปรับปรุงใหม่เป็นคฤหาสน์รีสอร์ตส่วนตัวสุดหรูที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ มีพนักงานรักษาความปลอดภัยยืนตรวจตราอย่างเข้มงวด รถซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ที่โรงรถ
“น-นี่มันอะไรกัน…” นลินละล่ำละลัก พยายามจะเดินเข้าไป แต่ถูก รปภ. ห้ามไว้ จังหวะนั้นเอง ประตูไม้สักบานใหญ่ก็เปิดออก ฉันเดินออกมาในชุดเดรสผ้าไหมเรียบหรู แต่ดูมีราคาแพงลิบลิ่ว ผิวพรรณเปล่งปลั่งและดูมีอำนาจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ข-ข้าวหอม…? น-นี่แกไปเอาเงินมาจากไหน!” นลินชี้หน้าฉันด้วยมือที่สั่นเทา
ฉันยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปใกล้พี่สาวที่ตอนนี้สภาพซอมซ่อไม่ต่างจากคนจรจัด “ก็เงินจาก ‘ขยะ’ ที่พี่เคยบอกให้ฉันมาอยู่ยังไงล่ะคะ… ใต้กระท่อมไม้นั่น มีทองคำและโฉนดที่ดินมูลค่าหลายพันล้านที่คุณปู่ซ่อนไว้ให้ฉันคนเดียว”
“ไม่จริง! แกโกง! สมบัตินั่นมันต้องเป็นของฉัน! ฉันเป็นหลานคนโปรดนะ!” นลินกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง พยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้ายฉัน แต่ถูก รปภ. สองคนล็อกตัวไว้ทันที
“หลานคนโปรดที่กำลังจะถูกยึดที่ซุกหัวนอนน่ะเหรอคะ?” ฉันมองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบและสมเพช “พี่เคยบอกฉันใช่ไหม ว่าขยะก็ต้องอยู่กับขยะ… ตอนนี้ฉันพบที่ของฉันแล้ว หวังว่าพี่คงจะหาที่ทิ้งขยะที่เหมาะสมกับสภาพของพี่ในตอนนี้ได้เหมือนกันนะคะ”
“ข้าวหอม! ฉันขอโทษ! พี่ขอร้องล่ะ ช่วยพี่ด้วย พี่ไม่มีที่ไปแล้ว!” นลินเปลี่ยนท่าที ทรุดตัวลงคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนอย่างน่าสมเพช
“รปภ. ช่วยเชิญ ‘คนแปลกหน้า’ คนนี้ออกไปจากเขตที่ดินของฉันด้วยค่ะ กลิ่นเหม็นความโลภของเธอมันกำลังทำลายบรรยากาศธรรมชาติของฉัน”
ฉันหันหลังเดินกลับเข้าคฤหาสน์โดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย ปล่อยให้เสียงกรีดร้องโหยหวนของนลินดังระงมอยู่หน้าประตู…
ความยุติธรรมได้ทำงานของมันแล้ว พินัยกรรมที่เคยดูเหมือนการกลั่นแกล้ง แท้จริงคือบททดสอบที่แยก ‘เพชร’ ออกจาก ‘กรวดทราย’ และในวันนี้ หญิงสาวที่เคยถูกเหยียบย่ำ ได้สยายปีกขึ้นเป็นมหาเศรษฐีนีที่ทรงอำนาจที่สุด เหนือคำดูถูกทั้งปวง!
