เพลิงโทสะสะท้านคฤหาสน์: เมื่อผมกลับบ้านก่อนกำหนด แล้วพบว่า

คนรับใช้กำลังลากคอ ‘แม่บังเกิดเกล้า’ โยนทิ้งหน้าประตูราวกับขอทานข้างถนน!

I. เซอร์ไพรส์ที่กลายเป็นฝันร้าย

การเจรจาธุรกิจที่มหานครนิวยอร์กเสร็จสิ้นเร็วกว่ากำหนดถึงสามวัน ผม “ภาคภูมิ” ประธานบริหารหนุ่มแห่งเครือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ตัดสินใจเลื่อนตั๋วเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ ให้เร็วที่สุดโดยไม่บอกใคร ผมอยากทำเซอร์ไพรส์ “แม่สายใจ” แม่บังเกิดเกล้าผู้เป็นดั่งดวงใจของผม และ “รินลดา” แฟนสาวนางแบบที่ผมเพิ่งพาเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์เมื่อไม่กี่เดือนก่อน

ตลอดการเดินทาง ผมจินตนาการถึงรอยยิ้มดีใจของแม่ แม่เป็นคนต่างจังหวัดที่ใช้ชีวิตสมถะ ชอบใส่เสื้อคอกระเช้า นุ่งผ้าถุง และมักจะขลุกอยู่แต่ในสวนหลังบ้านเพื่อปลูกผัก แม้ผมจะร่ำรวยล้นฟ้า แต่แม่ก็ไม่เคยเรียกร้องของมีค่าใดๆ ท่านขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ลูกชายคนเดียวก็พอ

แต่เมื่อรถยุโรปคันหรูของผมแล่นเข้าใกล้ประตูรั้วอัลลอยด์บานยักษ์ของคฤหาสน์ ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำให้รอยยิ้มของผมแข็งค้าง หัวใจที่เคยพองโตถูกบีบรัดด้วยความตกตะลึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ลุกโชนจนแทบจะเผาไหม้ทุกสิ่ง!

II. หญิงชราผู้ถูกเหยียบย่ำ

“โอ๊ย! ปล่อยฉันเถอะ ฉันเจ็บ… ฉันเป็นแม่ของตากภูมินะ!”

เสียงแหบพร่าที่คุ้นหูดังแว่วมาพร้อมกับร่างของหญิงชราผมสีดอกเลาที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้นคอนกรีตหน้าประตูรั้ว “นังแจ่ม” หัวหน้าแม่บ้านที่ผมเพิ่งจ้างมาใหม่ด้วยเงินเดือนสูงลิ่ว กำลังจิกคอเสื้อคอกระเช้าที่เก่าซีดของแม่ผม และออกแรงลากถูลู่ถูกังไปตามพื้นคอนกรีตอย่างป่าเถื่อน!

“ถุย! หน้าอย่างแกเนี่ยนะแม่ของคุณภูมิ! ขี้ตู่ไม่ดูสารรูปตัวเอง! คุณภูมิเป็นถึงมหาเศรษฐี จะมีแม่เป็นยายแก่แต่งตัวซอมซ่อเหมือนขอทานข้างถนนได้ยังไง!” นังแจ่มแผดเสียงด่าทออย่างหยาบคาย พร้อมกับออกแรงผลักร่างของแม่จนล้มกลิ้งไปกระแทกกับกระถางต้นไม้

“ฉันพูดความจริง… ให้ฉันเข้าไปรอตากภูมิข้างในเถอะนะ…” แม่สายใจยกมือที่สั่นเทาขึ้นไหว้ รอยถลอกที่มีเลือดซึมปรากฏชัดเจนบนหัวเข่าและข้อศอกที่เหี่ยวย่น

“คุณรินลดาเธอกำลังจะจัดปาร์ตี้จิบน้ำชาต้อนรับเพื่อนไฮโซของเธอ! ถ้าขืนปล่อยให้ยายเพิงหมาแหงนอย่างแกเข้าไปเพ่นพ่านให้เสียบรรยากาศ ฉันก็โดนไล่ออกสิโว้ย! ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะเอาน้ำสาด!” นังแจ่มไม่พูดเปล่า เธอยกเท้าขึ้นหมายจะเขี่ยร่างของแม่ผมให้พ้นทาง

เส้นความอดทนของผมขาดสะบั้นลงในวินาทีนั้น!

III. พายุแห่งความพิโรธ

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!”

เสียงตะโกนดังกึกก้องประดุจฟ้าร้องของผม ทำเอานังแจ่มสะดุ้งสุดตัว ผมกระชากประตูรถเปิดออก พุ่งตัวลงไปราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกแหย่หนวด ผมผลักร่างของนังแม่บ้านใจยักษ์จนกระเด็นล้มก้นกระแทกพื้นอย่างแรง ก่อนจะรีบถลันเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของแม่สายใจเข้ามากอดไว้แน่น

“แม่ครับ… ภูมิอยู่นี่แล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะครับแม่” ผมเสียงสั่น น้ำตาลูกผู้ชายรื้นขึ้นมาเมื่อเห็นรอยเลือดและน้ำตาบนใบหน้าของผู้หญิงที่ผมรักที่สุดในโลก

“ตากภูมิ… ลูกกลับมาแล้ว…” แม่กอดผมแน่น ร้องไห้สะอื้นราวกับเด็กๆ

นังแจ่มเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า ใบหน้าที่เคยก้าวร้าวบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บๆ เมื่อตระหนักได้ว่าหญิงชราที่เธอเพิ่งด่าว่าเป็นขอทาน คือ “นายแม่” ตัวจริงของคฤหาสน์หลังนี้

“ค-คุณภูมิ… ท-ทำไมกลับมาก่อนกำหนดล่ะคะ… แจ่ม… แจ่มไม่รู้จริงๆ ค่ะ ว่ายายแก่… เอ้ย! ว่าคุณท่านคือคุณแม่ของคุณภูมิ!” นังแจ่มละล่ำละลัก พยายามคลานเข่าเข้ามาเพื่อขอความเมตตา

ผมค่อยๆ พยุงแม่ให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้านังแจ่มด้วยสายตาที่เย็นเยียบและอำมหิตที่สุด

“แกไม่รู้? หรือแกสันดานเสียจนชินฮะ! ต่อให้ผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่แม่ของฉัน แกก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายร่างกายและดูถูกความเป็นมนุษย์ของใครแบบนี้!” ผมตวาดลั่นจน รปภ. หน้าประตูบ้านพากันวิ่งหน้าตื่นเข้ามา

IV. ผู้ชักใยเบื้องหลังและคำพิพากษา

“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นน่ะแจ่ม! เสียงเอะอะโวยวายไปถึงข้างใน ฉันบอกแล้วไงว่าเพื่อนไฮโซของฉันกำลังจะมา… อ้าว! ภูมิ! คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ!”

รินลดา แฟนสาวของผมในชุดเดรสหรูหราเดินกรีดกรายออกมาจากคฤหาสน์ รอยยิ้มของเธอแข็งค้างเมื่อเห็นผมกำลังประคองแม่สายใจที่เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนเลือด

ผมมองผู้หญิงที่ผมเคยวาดฝันจะแต่งงานด้วย ก่อนจะประติดประตอยเรื่องราวทั้งหมดได้ในพริบตา

“รินลดา… คุณเป็นคนสั่งให้นังแจ่มลากแม่ของผมออกไปจากบ้านใช่ไหม!”

“ภ-ภูมิคะ… คือริน… รินแค่เห็นว่าคุณป้าท่านดูสกปรก รินกลัวเพื่อนๆ จะตกใจ รินเลยบอกให้แจ่มพาคุณป้าไปหลบหลังบ้านก่อน… แต่รินไม่ได้สั่งให้แจ่มทำร้ายท่านเลยนะคะ!” รินลดารีบโยนความผิด บีบน้ำตาแสร้งทำเป็นน่าสงสาร

“ตอแหล! คุณรินลดานั่นแหละค่ะที่สั่งให้แจ่มลากนัง… เอ้ย ลากคุณท่านออกไปโยนทิ้งหน้าบ้าน บอกว่าอย่าให้เสนียดจัญไรมาเปื้อนพรมเปอร์เซียในห้องรับแขก!” นังแจ่มรีบแฉกลับเพื่อเอาตัวรอด

ความจริงที่กระแทกหน้าทำเอาผมหัวเราะออกมาอย่างสมเพช สมเพชตัวเองที่ตาบอดหลงรักผู้หญิงที่มีแต่เปลือก และปล่อยให้แม่ต้องมาตกระกำลำบากในบ้านของลูกชายตัวเอง

“พอได้แล้ว!!!” ผมแผดเสียงจนผู้หญิงทั้งสองคนเงียบกริบ

ผมชี้หน้าพวกเธอทั้งคู่ด้วยความเด็ดขาด

“รปภ.! ลากตัวผู้หญิงสองคนนี้ออกไปจากพื้นที่ของฉันเดี๋ยวนี้! และให้เวลาเก็บเสื้อผ้าแค่ห้านาทีเท่านั้น ถ้าช้ากว่านั้น… ให้โยนข้าวของของพวกมันออกไปกองรวมกับกองขยะหน้าหมู่บ้าน!”

“ภูมิ! คุณจะทำแบบนี้กับรินไม่ได้นะ! รินเป็นเมียคุณนะ!” รินลดากรีดร้อง โผเข้ามาเกาะแขนผม แต่ผมสะบัดออกอย่างรังเกียจ

“เมียที่เหยียบย่ำแม่ของผัว ฉันไม่นับว่าเป็นคนในครอบครัว! ไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะแจ้งความจับพวกเธอข้อหาทำร้ายร่างกายแม่ฉัน!”

V. บ้านที่อบอุ่นอวลด้วยไอรัก

รปภ. ร่างยักษ์หิ้วปีกรินลดาและนังแจ่มออกไปจากประตูคฤหาสน์ เสียงกรีดร้องและด่าทอกันเองของพวกเธอค่อยๆ ห่างออกไปจนลับสายตา

ความเงียบสงบกลับคืนสู่คฤหาสน์อีกครั้ง ผมอุ้มร่างที่บอบบางของแม่สายใจขึ้นแนบอก เดินฝ่าประตูบานใหญ่เข้าไปในบ้าน

“ภูมิ… แม่ขอโทษนะลูก ที่ทำตัวซอมซ่อจนทำให้หนูต้องทะเลาะกับแฟน…” แม่พูดเสียงเครือ

ผมส่ายหน้า น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือที่เหี่ยวย่นของแม่

“แม่ไม่ต้องขอโทษครับ คนที่ต้องขอโทษคือภูมิ… ภูมิทำงานหาเงินสร้างคฤหาสน์ใหญ่โต แต่กลับปล่อยให้บ้านหลังนี้มีแต่พวกปลิงที่ไร้หัวใจ ภูมิขอโทษที่ปกป้องแม่ไม่ได้…”

ผมวางแม่ลงบนโซฟาหลุยส์ราคาแพง นำกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้ท่านอย่างเบามือที่สุด

“ตั้งแต่วันนี้ไป จะไม่มีใครหน้าไหนมาดูถูกหรือทำร้ายแม่ได้อีกแล้ว… ต่อให้แม่จะใส่เสื้อเก่าๆ หรือตัวเปื้อนดิน แม่ก็คือ ‘นายหญิง’ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบ้านหลังนี้เสมอครับ”

แม่สายใจลูบหัวผมด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน บาดแผลบนร่างกายอาจต้องใช้เวลารักษา แต่รอยร้าวในคฤหาสน์หลังนี้ได้ถูกกวาดล้างออกไปจนหมดสิ้นแล้ว วันนี้ผมได้เรียนรู้ว่า… สิ่งที่ทำให้บ้านเป็น ‘บ้าน’ อย่างแท้จริง ไม่ใช่ราคาของคฤหาสน์หรือเครื่องประดับหรูหรา แต่มันคือความรักและความกตัญญูที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *