กลับมาพบแม่ถูกมัด และความลับศพอำพรางที่เมียรักซ่อนไว้ผ่านสองงานศพจอมปลอม!
I. การกลับมาของชายผู้แบกความฝัน
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงบนถนนลูกรังในหมู่บ้านชานเมือง “ดนัย” ก้าวลงจากรถแท็กซี่ด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม แม้ผิวพรรณจะกร้านแดดและซูบผอมลงไปมากจากการไปเป็นแรงงานก่อสร้างที่ประเทศกาตาร์ยาวนานถึง 5 ปีเต็ม แต่ในมือของเขาคือ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยธนบัตรมูลค่ากว่าสิบล้านบาท มันคือหยาดเหงื่อและเลือดตาที่เขาแลกมา เพื่อหวังจะสร้างครอบครัวที่สุขสบายให้กับ “วิภา” ภรรยาสาวแสนสวย และ “แม่ย้อย” มารดาผู้แก่ชรา
ดนัยไม่ได้บอกใครเรื่องการกลับมาครั้งนี้ เขาหวังจะทำเซอร์ไพรส์ให้ผู้หญิงทั้งสองคนที่เขารักที่สุดในชีวิตประหลาดใจ แต่เมื่อเขาไขกุญแจรั้วและผลักประตูไม้บานเก่าเข้าไปในบ้าน บรรยากาศรอบตัวกลับเงียบสงัดจนน่าขนลุก กลิ่นเหม็นอับชื้นผสมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเตะจมูกจนเขาต้องขมวดคิ้ว
ไม่มีเสียงตอบรับจากภรรยา ไม่มีเงาของแม่ที่มักจะนั่งร้อยมาลัยอยู่ที่ระเบียง… มีเพียงความเงียบที่แฝงไปด้วยลางร้าย
II. เสียงสะอื้นในมุมมืด
ดนัยวางกระเป๋าเงินล้านลงบนพื้นห้องโถง เขาเริ่มเดินสำรวจไปรอบๆ บ้าน ทุกอย่างดูหรูหราขึ้น เฟอร์นิเจอร์ใหม่เอี่ยม ทีวีจอแบนขนาดใหญ่ ซึ่งขัดแย้งกับเงินเดือนอันน้อยนิดที่เขาส่งมาให้ใช้จ่าย แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดหาเหตุผล หูของเขาก็แว่วได้ยินเสียง ‘อู้อี้’ คล้ายคนพยายามส่งเสียงร้องดังมาจากห้องเก็บของใต้บันได
หัวใจของดนัยกระตุกวาบ เขารีบพุ่งตัวไปกระชากประตูห้องเก็บของที่ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจจากด้านนอก เขาใช้ค้อนที่วางอยู่ใกล้ๆ ทุบมันจนพังและผลักประตูเข้าไป
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้วิญญาณของชายหนุ่มแทบหลุดออกจากร่าง!
“แม่!!!”
แม่ย้อย หญิงชราวัยเจ็บสิบปีในสภาพผอมโซราวกับหนังหุ้มกระดูก กำลังถูกเชือกไนลอนเส้นหนามัดตรึงติดกับเก้าอี้ไม้ ปากของเธอถูกพันด้วยเทปกาวสีดำหลายชั้น ข้อมือและข้อเท้าเต็มไปด้วยรอยถลอกและคราบเลือดแห้งกรัง ดวงตาของแม่เบิกกว้างเมื่อเห็นลูกชาย น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและดีใจไหลอาบสองแก้มที่ตอบลึก
ดนัยมือสั่นเทาขณะรีบแกะเทปกาวและตัดเชือกออก ร่างของแม่ร่วงหล่นสู่อ้อมกอดของเขา
“แม่! ใคร… ใครทำกับแม่แบบนี้! นังวิภาไปไหน!” ดนัยร้องไห้โฮ กอดร่างที่บอบช้ำของมารดาไว้แน่น
แม่ย้อยสำลักอากาศ ไออย่างหนักก่อนจะเค้นเสียงที่แหบแห้งออกมา
“ดนัย… หนีไปลูก… นังวิภามันไม่ใช่คน… มันเป็นปีศาจ! มันมัดแม่ไว้เกือบอาทิตย์แล้ว เพราะแม่ไปรู้ความลับของมันเข้า…”
III. สองงานศพจอมปลอม
ดนัยประคองแม่ให้ดื่มน้ำ ก่อนจะค่อยๆ ฟังความจริงที่หลุดออกมาจากปากผู้เป็นแม่ ซึ่งทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบ
“เมื่อเดือนก่อน… นังวิภามันจัดงานศพขึ้นสองงานซ้อน มันบอกชาวบ้านว่าเศรษฐีผัวเมียคู่หนึ่งที่เป็นญาติห่างๆ ของมัน ป่วยตายด้วยโรคติดต่อร้ายแรง ศพถูกซีลอย่างแน่นหนาและเผาทันทีโดยไม่มีการเปิดโลงให้ใครดู… มันได้ทั้งเงินประกันและมรดกมาหลายล้านบาท…” แม่ย้อยเล่าด้วยเสียงสั่นสะท้าน
“แต่มันโกหก! แม่แอบได้ยินมันคุยโทรศัพท์กับชู้รักของมัน… โลงศพสองใบนั้น เป็นโลงศพเปล่า! มันยัดเงินให้สัปเหร่อเพื่อเผาโลงเปล่าปิดคดี! ส่วนศพจริงๆ ของเศรษฐีสองผัวเมียนั่น…” แม่ย้อยชี้มือที่สั่นเทาไปยังชั้นบนของบ้าน “มันซ่อนอยู่ใต้เตียงนอนของแก!”
IV. ความจริงที่เน่าเฟะใต้ฟูกนอน
ดนัยแทบคลุ้มคลั่ง เขาวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นบันไดไปยังห้องนอนใหญ่ของเขาและวิภา ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ถูกฉีดไว้จนฉุนจัดก็ไม่อาจกลบกลิ่น ‘ซากศพ’ ที่เน่าเปื่อยได้อีกต่อไป
เขาพุ่งตรงไปยังเตียงนอนคิงไซส์หรูหราที่ตั้งอยู่กลางห้อง ดนัยใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี ยกฟูกที่นอนหนาเตอะนั้นพลิกคว่ำลงกับพื้น!
ภาพเบื้องล่างทำเอาเขาทรุดเข่าลงไปอาเจียนอย่างควบคุมไม่ได้!
ภายในฐานเตียงไม้ที่ถูกเจาะให้กลายเป็นช่องลับขนาดใหญ่ ปรากฏร่างที่กำลังเน่าสลายของชายหญิงคู่หนึ่ง ถูกห่อด้วยพลาสติกสีดำหนาหลายชั้นและเทปกาว รอบๆ ศพเต็มไปด้วยก้อนดับกลิ่น กากกาแฟ และถุงถ่านที่วิภานำมาซ่อนไว้เพื่อดูดซับกลิ่นเหม็นเน่า นี่ยังไม่รวมถึงเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เปื้อนคราบเลือดซุกซ่อนอยู่ด้วย!
เมียที่เขารักและเทิดทูน ทนทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำส่งเงินมาให้ แท้จริงแล้วคือฆาตกรเลือดเย็นที่ฆ่าชิงทรัพย์ และใช้วิธีจัดงานศพทิพย์เพื่อตบตาตำรวจ ส่วนศพจริงกลับนำมาซ่อนไว้ใต้เตียงที่เธอนอนหลับอยู่ทุกคืน!
V. จุดจบของปีศาจในคราบเมียรัก
“ว้าย! ดนัย! ค-คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่!”
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง วิภาในชุดเดรสหรูหรา สวมสร้อยเพชรเส้นโต เพิ่งกลับจากการช้อปปิ้ง เธอทำถุงแบรนด์เนมร่วงหล่นลงพื้น ดวงตาเบิกโพลงเมื่อเห็นฟูกที่นอนถูกเปิดออก และสามีของเธอกำลังยืนจ้องมองมาด้วยสายตาของมัจจุราช
ดนัยก้าวเดินช้าๆ เข้าไปหาภรรยา เขาไม่ได้ลงมือทำร้ายเธอแม้แต่ปลายเล็บ แต่แววตาของเขากลับทำให้วิภาต้องก้าวถอยหลังจนล้มทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
“ดนัย… ฟังวิภาก่อนนะ วิภาอธิบายได้… สองคนนั่นมันจะทำร้ายวิภา วิภาเลยต้องป้องกันตัว! ส่วนเงินพวกนั้น วิภาก็ทำเพื่อครอบครัวเราไงคะ!” วิภาพยายามบีบน้ำตา คลานเข้ามากอดขาสามี
ดนัยเตะกล่องเครื่องเพชรของเธอทิ้งอย่างไม่ไยดี ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่กรีดลึกถึงกระดูกดำ
“ฉันแบกปูนตากแดดที่กาตาร์ห้าปี หอบเงินสิบล้านกลับมาเพื่อหวังจะสร้างสวรรค์ให้ครอบครัว… แต่เธอ… กลับสร้าง ‘นรก’ และ ‘สุสาน’ ไว้ใต้เตียงนอนของเรา!”
“ดนัย… อย่าแจ้งตำรวจเลยนะ วิภาขอร้อง เราเอาเงินสิบล้านของคุณหนีไปด้วยกันเถอะนะ!”
“เงินสิบล้านนี้ เป็นของฉันกับแม่… ส่วนเธอ…” ดนัยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรออกไปยังหมายเลข 191 “สิ่งที่เธอจะได้รับ คือลานประหารชีวิต!”
สิ้นคำพูดของดนัย เสียงไซเรนรถตำรวจที่ดนัยแอบโทรเรียกไว้ตั้งแต่ตอนที่เห็นสภาพของแม่ ก็ดังแว่วเข้ามาใกล้เรื่อยๆ วิภากรีดร้องอย่างเสียสติ พยายามจะวิ่งหนี แต่ดนัยคว้าแขนเธอเหวี่ยงกระแทกกับผนัง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบุกเข้ามารวบตัวฆาตกรสาวพร้อมหลักฐานคาหนังคาเขา
ดนัยอุ้มร่างของแม่ย้อยเดินออกจากบ้านหลังนั้นโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย ในมือของเขาหิ้วกระเป๋าเงินล้านที่แลกมาด้วยความสุจริต ทิ้งความเน่าเฟะและความมืดมิดของเมียทรยศให้ถูกฝังกลบไปพร้อมกับความลับใต้เตียงนอนนั้น… ตลอดกาล.
