กับข้อความมรณะที่เปิดโปงการทรยศของสายเลือดเดียวกัน!
บทที่ 1: เงางำในคฤหาสน์เก่า
สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ตระกูล “วรโชติเมธี” มืดครึ้มราวกับกำลังซ่อนความลับอันดำมืดเอาไว้ ผมชื่อ “กวิน” ลูกชายคนโตของตระกูลที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศกะทันหัน หลังจากได้รับสายจากป้าแม่บ้านว่า “คุณแม่พิมพ์” แม่บังเกิดเกล้าของผมหายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่เมื่อคืน
คฤหาสน์ที่เคยอบอุ่นบัดนี้เงียบสงัดจนน่าขนลุก ผมเดินตามหาแม่ไปทั่วทุกมุมบ้าน แต่กลับไร้ร่องรอย จนกระทั่งสายตาของผมเหลือบไปเห็นรอยลากแปลกๆ บนพื้นหญ้าที่เปียกแฉะ รอยนั้นทอดยาวไปทางสวนหลังบ้าน… มุ่งหน้าไปยัง ‘แท็งก์น้ำคอนกรีตเก่า’ ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายสิบปี
หัวใจของผมเต้นระรัว สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนว่ามีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น ผมวิ่งฝ่าสายฝนตรงไปยังแท็งก์น้ำนั้นทันที
บทที่ 2: ลมหายใจสุดท้ายที่ก้นบ่อ
เมื่อผมปีนบันไดเหล็กที่ขึ้นสนิมไปจนถึงปากแท็งก์ กลิ่นอับชื้นและคาวเลือดจางๆ ก็ลอยมาเตะจมูก ผมส่องไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือลงไปเบื้องล่าง และภาพที่ปรากฏก็ทำให้วิญญาณของผมแทบหลุดออกจากร่าง!
“แม่!!!” ผมตะโกนลั่น
ร่างของแม่พิมพ์นอนจมกองน้ำขังที่ก้นแท็งก์ ร่างกายของท่านเปียกปอน บอบช้ำ และกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ผมไม่รอช้า รีบปีนบันไดลงไปด้านในแทบจะในทันที น้ำตากระบอกตาของผมแตกทะลักเมื่อได้ตระการตาเห็นสภาพของผู้หญิงที่ผมรักที่สุด
“แม่ครับ! อดทนไว้นะ กวินอยู่นี่แล้ว กวินจะพาแม่ขึ้นไปเดี๋ยวนี้!” ผมช้อนร่างที่เย็นเฉียบของท่านขึ้นมาแนบอก
แม่พิมพ์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ขุ่นมัวและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ท่านพยายามอ้าปากพูด แต่เสียงที่ออกมากลับเป็นเพียงลมหายใจที่แหบพร่า มือที่สั่นเทาของท่านพยายามล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่เปียกชุ่ม และยัด ‘โทรศัพท์มือถือ’ เครื่องเก่าของท่านใส่มือผม
“น-นนท์… นนท์…” แม่เค้นเสียงออกมาได้เพียงชื่อของ “นนท์” น้องชายแท้ๆ ของผม ก่อนที่ดวงตาของท่านจะเบิกกว้าง ร่างกายกระตุกเกร็งเป็นครั้งสุดท้าย… และสิ้นลมหายใจไปในอ้อมกอดของผม
“แม่! ไม่นะแม่! ตื่นสิครับ!” ผมร้องไห้โหยหวนจนแทบขาดใจ เสียงสะท้อนในแท็งก์น้ำร้างดังก้องกังวานราวกับเสียงจากนรก
บทที่ 3: ข้อความในถังขยะดิจิทัล
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยนำร่างของแม่ขึ้นมา ผมนั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องโถงของคฤหาสน์ ในมือยังคงกำโทรศัพท์มือถือของแม่ไว้แน่น ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเป็นอุบัติเหตุ แม่คงเดินลื่นพลัดตกลงไป
แต่คำพูดสุดท้ายของแม่ที่เอ่ยชื่อ ‘นนท์’ ทำให้ผมสะกิดใจ
ผมตัดสินใจชาร์จแบตเตอรี่และเปิดโทรศัพท์ของแม่ โชคดีที่มันกันน้ำได้ระดับหนึ่ง ผมเข้าไปตรวจดูแอปพลิเคชันแชทและข้อความต่างๆ ทุกอย่างดูปกติ ไม่มีอะไรน่าสงสัย แชทระหว่างแม่กับนนท์มีแต่การถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ
แต่ด้วยสัญชาตญาณ ผมกดเข้าไปดูในโฟลเดอร์ “ข้อความที่เพิ่งลบ (Recently Deleted)”
และที่นั่น… ผมพบข้อความเสียงที่ถูกลบไปเมื่อคืนนี้ตอนเวลาตีสอง! มันถูกส่งมาจากเบอร์ของ ‘นนท์’ น้องชายที่ผมรักและไว้ใจที่สุด!
มือผมสั่นขณะกดฟังเสียงนั้น…
(เสียงของนนท์ที่เย็นชาและอำมหิต)
“แม่ครับ… เซ็นโอนหุ้นทั้งหมดให้ผมกับคุณอาเถอะ แล้วผมจะโยนเชือกผูกบันไดลงไปให้แม่ปีนขึ้นมา… อย่าดื้อรั้นเลยครับแม่ ผมกับคุณอาวางแผนสูบเงินตระกูลนี้มาตั้งสิบปีแล้ว เราจะไม่ยอมให้ไอ้กวินที่เพิ่งกลับมา ชุบมือเปิปฮุบมรดกไปหรอก… ถ้าแม่ไม่เซ็น ก็ทนหนาวตายอยู่ที่ก้นแท็งก์นั่นแหละ!”
ข้อความนั้นจบลงพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะของ “อาทิตย์” อาแท้ๆ ของเราที่ยืนอยู่ข้างๆ นนท์ในตอนนั้น
บทที่ 4: การหักหลังที่ฝังรากลึก
โลกทั้งใบของผมพังทลายลงตรงหน้า ความโศกเศร้าแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ลุกโชนอยู่ในอก
มันไม่ใช่อุบัติเหตุ! แต่เป็นการฆาตกรรมที่เลือดเย็นที่สุด! น้องชายแท้ๆ และอาที่สายเลือดเดียวกัน ร่วมมือกันวางแผนมานับสิบปี พวกเขาคงค่อยๆ ยักยอกทรัพย์สิน และเมื่อผมกำลังจะกลับมารับช่วงต่อธุรกิจ พวกเขาจึงบีบบังคับแม่ให้โอนทุกอย่างให้ และเมื่อแม่ปฏิเสธ… พวกเขาก็ปล่อยให้แม่ตายอย่างโดดเดี่ยวในแท็งก์น้ำร้าง!
เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ นนท์และอาทิตย์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในบ้าน พร้อมกับแสร้งทำเป็นร้องไห้ฟูมฟาย
“พี่กวิน! ผมเพิ่งรู้ข่าว แม่เป็นยังไงบ้าง! ทำไมแม่ถึงโชคร้ายแบบนี้!” นนท์โผเข้ามาหมายจะกอดผม บีบน้ำตาได้อย่างแนบเนียน
อาทิตย์แสร้งทำหน้าเศร้า “อาเสียใจด้วยนะกวิน… ตำรวจบอกว่าแม่อาจจะลื่นตกลงไปช่วงฝนตกหนัก”
ผมยืนนิ่ง มองดูหน้ากากจอมปลอมของปีศาจสองตัวที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผมไม่ตอบอะไร แต่ค่อยๆ ยกโทรศัพท์มือถือของแม่ขึ้นมา และกดเล่น ‘ข้อความเสียง’ นั้นให้ดังก้องไปทั่วห้องโถง
บทที่ 5: ปิดบัญชีเลือด
“…ทนหนาวตายอยู่ที่ก้นแท็งก์นั่นแหละ!”
สิ้นเสียงข้อความ นนท์และอาทิตย์หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ นนท์ก้าวถอยหลัง ขาทั้งสองข้างสั่นระริก “พ-พี่กวิน… นั่นมันเสียงตัดต่อ! มีคนใส่ร้ายผม!”
“มึงยังกล้าโกหกอีกเหรอไอ้สวะ!” ผมตวาดลั่นจนบ้านทั้งหลังสะเทือน “มึงฆ่าแม่! มึงฆ่าคนที่เบ่งมึงออกมาเพียงเพราะความโลภ!”
อาทิตย์เห็นท่าไม่ดี รีบล้วงมือเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตหมายจะชักปืนออกมา “ในเมื่อแกรู้แล้ว แกก็ต้องตายตามอีนังพิมพ์ไปอีกคน!”
แต่ก่อนที่อาทิตย์จะได้ชักปืน ประตูคฤหาสน์ก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง ตำรวจชุดสืบสวนและหน่วยสวาทกว่าสิบนายที่ผมแอบส่งข้อความและหลักฐานไปให้ก่อนหน้านี้ บุกกรูกันเข้ามาล้อมจับทั้งสองคนไว้ทันที!
“ยอมจำนนซะ! พวกคุณถูกจับข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน!” ผู้กองตะโกนสั่ง
นนท์ทรุดลงกับพื้น ร้องไห้โวยวายอย่างน่าสมเพช “พี่กวิน! ผมขอโทษ! อาเขียวเป็นคนบังคับผม! พี่ช่วยผมด้วย!”
ผมเดินเข้าไปหาน้องชาย ก้มลงมองด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเมตตาใดๆ
“น้ำตาของมึง… มันไม่คู่ควรแม้แต่จะรดลงบนหลุมศพของแม่ด้วยซ้ำ จงไปชดใช้กรรมในนรกซะเถอะ”
ตำรวจลากตัวคนทรยศทั้งสองออกไปจากคฤหาสน์ ผมยืนมองดูรถตำรวจที่แล่นออกไปท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาลง… ความแค้นได้รับการชำระแล้ว แต่บาดแผลในหัวใจของผมจะยังคงอยู่ตลอดไป อย่างน้อย วันนี้ผมก็ได้ปกป้องสิ่งที่แม่รักที่สุด และลากคอปีศาจในคราบสายเลือด ให้ไปชดใช้กรรมอย่างสาสม!
