รยศที่กล้าไล่เมียท้องแก่ทิ้ง!
I. คืนร้าวและสายฝนที่ไร้ความปรานี
สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้ารั่ว แต่ความหนาวเหน็บจากหยาดฝนยังไม่สู้ความเย็นชาจากสายตาของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน
ฉัน “ฟ้าลดา” หญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์ได้เก้าเดือนเต็ม มือหนึ่งกุมท้องที่กำลังปวดเกร็งเป็นระลอกด้วยอาการเจ็บท้องเตือน อีกมือหนึ่งพยายามยึดขอบประตูบ้านที่ฉันร่วมสร้างมากับเขา… “ชวิน” สามีที่ฉันรักสุดหัวใจ ทว่าวันนี้เขากลับโยนกระเป๋าเสื้อผ้าของฉันออกมากองกับพื้นถนนที่เปียกแฉะ
“ออกไปซะฟ้าลดา! ฉันเบื่อเต็มทนแล้วที่ต้องมานั่งเลี้ยงดูผู้หญิงที่ทำอะไรไม่เป็นนอกจากเป็น ‘ตัวถ่วง’ แบบเธอ!” ชวินตะคอกใส่หน้าฉัน แววตาของเขาไม่มีความสงสารหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“พี่ชวิน… แต่ฟ้ากำลังจะคลอดลูกของเรานะคะ พี่จะไล่ฟ้าไปตอนนี้ได้ยังไง…” ฉันอ้อนวอนทั้งน้ำตา อาการปวดท้องเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ลูกงั้นเหรอ? หึ! ก็แค่ภาระอีกชิ้นนึงที่ฉันต้องแบกรับไงล่ะ!”
ทันใดนั้น ร่างระหงของ “รตี” เลขาสาวสุดเปรี้ยวของเขาก็เดินกรีดกรายเข้ามายืนซ้อนควงแขนชวิน รตีแสยะยิ้มมุมปาก มองฉันด้วยสายตาเหยียดหยามตั้งแต่หัวจรดเท้า
“พี่ชวินเขาพูดขนาดนี้แล้ว ยังจะหน้าด้านอยู่อีกเหรอคะ? รีบๆ ไสหัวไปสิคะ พี่ชวินเขาจะได้มีเวลามาดูแลรตีเต็มที่เสียที” รตีพูดพลางซบไหล่สามีของฉัน
“ได้… ในเมื่อพี่เลือกแบบนี้ ฟ้าก็จะไป แต่จำไว้นะคะชวิน ว่าพี่จะไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกคนนี้อีก!” ฉันกัดฟันแน่น ฝืนความเจ็บปวดที่ท้อง ก้มลงเก็บกระเป๋าและเดินตากฝนออกไปจากบ้านหลังนั้นอย่างโดดเดี่ยว ฉันต้องพาร่างที่อุ้ยอ้ายโบกรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาลเพียงลำพัง ท่ามกลางน้ำตาและความเจ็บปวดที่แสนสาหัส
II. ของขวัญต้อนรับชีวิตใหม่ กับ แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
หลังจากผ่านความทรมานในห้องคลอดนานกว่าสิบชั่วโมง ในที่สุดฉันก็ได้ให้กำเนิดลูกชายตัวน้อยที่แข็งแรงและน่ารัก เสียงร้องแรกของเขาเยียวยาบาดแผลในใจของฉันจนหมดสิ้น ฉันนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงคนไข้ในวอร์ดธรรมดา เฝ้ามองลูกน้อยด้วยรอยยิ้ม
แต่แล้วความสงบก็ถูกทำลายลง
ประตูห้องพักฟื้นถูกผลักออกอย่างแรง ชวินและรตีเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเยี่ยมลูก แต่มาเพื่อตอกย้ำความพ่ายแพ้ของฉัน
ชวินโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนเตียงของฉัน
“เซ็นซะ ฟ้าลดา ใบหย่า! ฉันจัดการทุกอย่างมาให้เรียบร้อยแล้ว เธอจะได้ไม่เรียกร้องสิทธิ์อะไรจากฉันอีก”
รตียกมือซ้ายขึ้นมาลูบผมจงใจอวด ‘แหวนเพชรเม็ดโต’ ที่นิ้วนางข้างซ้าย แสงเพชรสะท้อนเข้าตาฉันอย่างจัง
“อุ๊ยตาย! ขอโทษทีค่ะ พอดีแหวนหมั้นที่พี่ชวินเพิ่งซื้อให้มันประกายแยงตาไปหน่อย เซ็นๆ ไปเถอะนะคะฟ้าลดา รตีกับพี่ชวินเราจะได้เอาฤกษ์แต่งงานไปให้ซินแสดูสักที อ้อ… แล้วไม่ต้องห่วงนะคะ ค่าคลอดอนาถาเนี่ย เดี๋ยวรตีจะใจบุญช่วยจ่ายให้เป็นเศษทานเอาบุญก็แล้วกัน”
ฉันมองหน้าคนทั้งสอง สลับกับใบหย่าบนเตียง แทนที่จะร้องไห้ฟูมฟาย ฉันกลับรู้สึกสมเพชผู้ชายคนนี้จับใจ ฉันหยิบปากกาขึ้นมา ตวัดลายเซ็นลงบนใบหย่าอย่างไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
“ขอบคุณนะชวิน… ขอบคุณที่ปลดแอกฉันจากผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณ” ฉันยื่นใบหย่าคืนให้เขา
ชวินหัวเราะหึ “ปากดีไปเถอะ ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ เธอคงต้องหอบลูกไปนอนใต้สะพานลอยแน่ๆ!”
III. ความลับใต้พินัยกรรม 20 ล้านเหรียญ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ทันใดนั้น ประตูห้องพักก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐาน ท่าทางน่าเกรงขาม ก้าวเดินเข้ามาในห้อง ตามด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคน ชายคนนั้นคือ “คุณทนายวิเชียร” ทนายความประจำตระกูล ‘วรโชติเมธี’ ตระกูลมหาเศรษฐีเก่าแก่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ
“ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับคุณฟ้าลดา พอดีผมเพิ่งทราบข่าวว่าคุณหนูคลอดแล้ว จึงรีบนำเอกสารสำคัญมาให้ครับ” ทนายวิเชียรโค้งคำนับฉันอย่างนอบน้อมที่สุด
ชวินและรตีมองหน้ากันด้วยความงุนงง
“นี่คุณเป็นใคร? แล้วมาเรียกยัยฟ้าลดาว่าคุณหนูทำไม ผู้หญิงคนนี้มันไม่มีหัวนอนปลายเท้า เป็นแค่เด็กกำพร้า!” ชวินตวาด
ทนายวิเชียรหันไปมองชวินด้วยสายตาเย็นเยียบ
“เด็กกำพร้าที่คุณพูดถึง คือหลานสาวเพียงคนเดียวและทายาทผู้สืบสกุลของ ท่านเจ้าสัวธนินทร์ วรโชติเมธี ครับ”
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้อง ชวินและรตีอ้าปากค้าง ขาแข็งจนขยับไม่ได้
“คุณฟ้าลดาครับ… นี่คือพินัยกรรมที่คุณปู่ของท่านระบุไว้ หลังจากที่คุณบรรลุนิติภาวะและมีทายาทสืบสกุล ทรัพย์สินทั้งหมดซึ่งรวมถึงหุ้นในเครือวรโชติกรุ๊ป อสังหาริมทรัพย์ และเงินสดในบัญชีสวิสเซอร์แลนด์ มูลค่ารวมกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 700 ล้านบาท) จะตกเป็นของคุณฟ้าลดาแต่เพียงผู้เดียวครับ” ทนายวิเชียรยื่นแฟ้มเอกสารทองคำให้ฉัน
ฉันรับแฟ้มนั้นมาด้วยรอยยิ้ม ฉันรู้เรื่องมรดกนี้มาตลอด แต่คุณปู่ขอให้ฉันปิดบังไว้เพื่อทดสอบใจผู้ชายที่ฉันจะแต่งงานด้วย และตอนนี้ ชวินก็สอบตกอย่างไม่มีชิ้นดี
IV. บทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิต
ชวินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ มือที่ถือใบหย่าสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ มรดก 700 ล้านบาท! ถ้าเพียงแต่เขาไม่ไล่ฉันออกจากบ้าน ถ้าเพียงแต่เขายังเป็นสามีของฉัน เขาจะได้เสวยสุขในกองเงินกองทองไปตลอดชีวิต!
“ฟ-ฟ้า… ท-ทำไมฟ้าไม่เคยบอกพี่เลย…” ชวินเสียงสั่น ละล่ำละลักพยายามจะเดินเข้ามาจับมือฉัน แต่ถูกบอดี้การ์ดกันตัวออกไป “ฟ้า… พี่ขอโทษ พี่หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ เราฉีกใบหย่านี่ทิ้งเถอะนะ กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิมเถอะ พี่รักฟ้านะ!”
รตีที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับกรี๊ดลั่น “พี่ชวิน! พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง แล้วรตีล่ะ!”
“หุบปากไปเลยนังรตี! เพราะแกคนเดียวที่ทำให้ฉันต้องเสียลูกเสียเมียไป!” ชวินหันไปตวาดใส่เมียน้อยอย่างเกรี้ยวกราด สันดานที่แท้จริงของคนเห็นแก่ตัวเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้น
ฉันมองภาพอันน่าสมเพชนั้นด้วยความเย็นชา
“สายไปแล้วค่ะคุณชวิน ลายเซ็นในใบหย่ามีผลสมบูรณ์แล้ว คุณไม่มีสิทธิ์ใดๆ ในทรัพย์สินของฉันแม้แต่สตางค์แดงเดียว อ้อ… ทนายวิเชียรคะ บริษัทเอเจนซี่เล็กๆ ของคุณชวิน ตอนนี้สถานะการเงินเป็นยังไงบ้างคะ?”
“ใกล้ล้มละลายแล้วครับคุณหนู และทางวรโชติกรุ๊ปของเราก็เพิ่งเข้าไปกว้านซื้อหนี้สินทั้งหมดของบริษัทเขามาเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้คุณชวินเป็นลูกหนี้ของคุณฟ้าลดาโดยสมบูรณ์”
ชวินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นโรงพยาบาล ร้องไห้โฮราวกับคนเสียสติ แหวนเพชรของรตีดูหมองลงไปถนัดตาเมื่อเทียบกับอำนาจและเงินทองที่ชวินเพิ่งทำหลุดมือไปเพราะความมักมากและโง่เขลาของเขาเอง
“คุณทนายคะ ช่วยพา ‘คนแปลกหน้า’ สองคนนี้ออกไปจากห้องทีค่ะ ลูกชายของฉันต้องการการพักผ่อน” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ ไม่มองหน้าชายทรยศอีกต่อไป
เสียงร้องไห้อ้อนวอนของชวินดังก้องไปตามทางเดินโรงพยาบาล แต่ไม่อาจทำให้หัวใจของฉันสั่นคลอนได้อีกต่อไป วันนี้เขาได้เรียนรู้แล้วว่า การทอดทิ้งผู้หญิงที่รักเขาเพื่อไปหาความฉาบฉวย คือความผิดพลาดที่แพงที่สุดในชีวิต… และเขาจะต้องชดใช้ด้วยความล่มจมไปตลอดกาล!
