30 สายที่ไร้การตอบรับ: เมื่อลมหายใจสุดท้ายของแม่ แลกมาด้ว

ยบทลงโทษของคนทรยศ!

I. น้ำตาในห้อง ICU กับเสียงรอสายที่ไร้ค่า

เสียงเครื่องวัดชีพจรในห้อง ICU ดังเป็นจังหวะเชื่องช้าและแผ่วเบาลงทุกขณะ กลิ่นยาฆ่าเชื้อคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ฉันชื่อ “นลิน” หญิงสาวที่กำลังนั่งกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อขาว นัยน์ตาของฉันบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักมาตลอดสองคืน

บนเตียงผู้ป่วยที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยาง ร่างที่ผอมซูบของ “คุณหญิงพรรณี” แม่สามีที่รักและเอ็นดูฉันเหมือนลูกสาวแท้ๆ กำลังนอนหอบหายใจรวยริน แพทย์เพิ่งเดินมาบอกฉันเมื่อสิบนาทีที่แล้วว่า ท่านกำลังจะจากไป และให้รีบตามญาติพี่น้องมาดูใจเป็นครั้งสุดท้าย

ฉันกดโทรออกหาเบอร์ที่คุ้นเคยเป็นครั้งที่ 30… เบอร์ของ “กวิน” สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน และเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของคุณหญิงพรรณี

“หมายเลขที่คุณเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…”

เสียงตอบรับอัตโนมัติดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจ ฉันรู้ดีว่ากวินไม่ได้ติดประชุมสำคัญ หรือไปดูงานที่ต่างประเทศอย่างที่เขาอ้าง… เขาอยู่บนเกาะสวรรค์ริมทะเลทางใต้ กำลังดื่มด่ำกับวันหยุดพักผ่อนสุดหรู กับ “รินรดา” เมียน้อยหน้าด้านที่เขาแอบคบหามาเกือบปี!

“น-นลิน…” เสียงแหบพร่าดังมาจากคนบนเตียง

ฉันรีบวางโทรศัพท์และถลันเข้าไปกุมมือที่เหี่ยวย่นและเย็นเฉียบของคุณหญิงพรรณี “คุณแม่คะ… นลินอยู่นี่ค่ะ คุณแม่แข็งใจไว้นะคะ นลินกำลังพยายามติดต่อพี่กวิน…”

คุณหญิงพรรณียิ้มบางๆ อย่างปวดร้าว ส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาใสๆ ไหลรินจากหางตาของคนเป็นแม่ที่กำลังรอคอยลูกชายในวินาทีสุดท้ายของชีวิต

“ไม่ต้องโทรแล้วลูก… แม่รู้ดีว่ามันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน… นลิน ฟังแม่นะ…” ท่านบีบมือฉันแน่นด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย “อย่าให้ความอ่อนแอ… ทำให้ลูกต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่างของมันอีก… บริษัทและบ้าน… แม่ยกให้…”

เสียงของคุณหญิงขาดหายไปพร้อมกับเสียงเครื่องวัดชีพจรที่ลากยาวเป็นเส้นตรง

ตี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

“คุณแม่! คุณแม่คะ!!” ฉันร้องไห้โฮ ซบหน้าลงกับฝ่ามือที่ไร้ไออุ่น ในวินาทีนั้น ความโศกเศร้าที่เกาะกินหัวใจได้แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นที่ลุกโชน ฉันปาดน้ำตาทิ้ง มองดูร่างไร้วิญญาณของผู้หญิงที่แสนดีที่สุดในชีวิต… กวิน แกจะต้องชดใช้ให้กับลมหายใจสุดท้ายของแม่แก!

II. แชมเปญบนเกาะสวรรค์ และการปิดหูปิดตา

ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ณ วิลล่าหรูริมทะเลราคาคืนละแสน…

กวินนอนสวมแว่นตากันแดด จิบแชมเปญเย็นฉ่ำอยู่บนเตียงผ้าใบ โดยมีรินรดาในชุดบิกินี่สีแดงสดกำลังทาครีมกันแดดให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ โทรศัพท์มือถือของกวินที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกสั่นครืดคราดเป็นครั้งที่ยี่สิบกว่า หน้าจอโชว์ชื่อ ‘นลิน (ภรรยา)’

“พี่กวินคะ นังนลินมันโทรมาจิกพี่อีกแล้ว น่ารำคาญจริงๆ เลย ปล่อยให้รินรับสายแล้วด่ามันให้หงายเงิบไปเลยดีไหมคะ?” รินรดาเบ้ปาก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขย่า

กวินถอนหายใจอย่างรำคาญ แย่งโทรศัพท์มาจากมือเมียน้อย “อย่าไปยุ่งกับมันเลยริน มันก็แค่เรียกร้องความสนใจแหละ คงจะเอาเรื่องแม่ที่กำลังป่วยมาอ้างเพื่อให้พี่บินกลับไปล่ะสิ ผู้หญิงน่าเบื่อแบบนั้น พี่ไม่สนใจหรอก”

พูดจบ กวินก็กด ‘ปิดเครื่อง’ แล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งลงตะกร้าผ้าอย่างไม่ไยดี

“คืนนี้เราไปปาร์ตี้บนเรือยอร์ชกันดีกว่านะจ๊ะที่รัก ปล่อยให้นังนลินมันเฝ้าคนแก่ป่วยๆ ไปคนเดียวเถอะ”

ทั้งสองหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข โดยไม่เคยรับรู้เลยว่า บนแผ่นดินใหญ่ หญิงชราผู้ให้กำเนิดเขาได้สิ้นใจลงไปแล้ว ท่ามกลางความโดดเดี่ยวที่ลูกชายแท้ๆ มอบให้

III. การกลับมาของลูกทรยศ

ห้าวันต่อมา…

รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ กวินและรินรดาเดินควงแขนกันเข้ามาด้วยใบหน้าเบิกบาน ผิวสีแทนสวยจากการอาบแดดบ่งบอกถึงการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม กวินตั้งใจจะพาเมียน้อยเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันถึงในบ้าน

แต่เมื่อพวกเขาผลักประตูห้องโถงใหญ่เข้ามา รอยยิ้มของกวินก็ต้องแข็งค้าง

คฤหาสน์ที่เคยสว่างไสว บัดนี้ถูกตกแต่งด้วยผ้าสีดำและสีขาว บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก ที่กลางห้องโถง มีรูปภาพขาวดำขนาดใหญ่ของคุณหญิงพรรณีตั้งตระหง่านอยู่ ท่ามกลางพวงหรีดดอกไม้สดที่เหี่ยวเฉาลงไปบ้างแล้ว

ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สักมุมห้อง สวมชุดไว้ทุกข์สีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉย ปราศจากคราบน้ำตา ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาล

“น-นี่มันเรื่องอะไรกัน นลิน! แม่ฉันเป็นอะไร! ทำไมบ้านถึงจัดงานศพ!” กวินตะโกนเสียงหลง ปล่อยแขนจากรินรดาแล้ววิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาฉัน

“แม่ของคุณเสียชีวิตไปตั้งแต่ห้าวันที่แล้วค่ะ… ในวันที่ฉันโทรหาคุณ 30 สาย แล้วคุณมัวแต่ปิดเครื่องไปเสวยสุขกับผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้ไงคะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

“ม-ไม่จริง… ทำไมเธอไม่บอกฉัน! ทำไมเธอไม่พยายามติดต่อฉันให้มากกว่านี้ฮะ!” กวินแผดเสียง โยนความผิดมาให้ฉันอย่างหน้าด้านๆ

ฉันแค่นหัวเราะ ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับผู้ชายที่ฉันเคยรัก “ฉันโทรหาคุณจนวินาทีสุดท้ายที่แม่คุณสิ้นลม! พยาบาลและหมอใน ICU เป็นพยานได้ว่าแม่คุณร้องเรียกชื่อคุณจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย! แต่คุณเลือกที่จะปิดเครื่องหนี… คุณมันไม่ใช่ลูกคน คุณมันเดรัจฉาน!”

IV. พินัยกรรมสีเลือด และการเช็ดบิล

“แกกล้าด่าฉันเหรอ! ฉันเป็นผัวแกนะ และฉันก็เป็นทายาทคนเดียวของตระกูลนี้! บ้านหลังนี้ บริษัททุกอย่าง มันตกเป็นของฉันแล้ว! เก็บข้าวของของแกแล้วไสหัวออกไปซะ ฉันจะให้รินรดาย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่แทน!” กวินชี้นิ้วสั่งอย่างจองหอง

รินรดายิ้มเยาะ เดินเข้ามายืนเชิดหน้าอยู่ข้างๆ กวิน “ได้ยินไหมคะคุณอดีตภรรยา พี่กวินเขาไล่แล้ว ก็รีบๆ ออกไปสิคะ เหม็นกลิ่นคนแพ้”

ฉันไม่ได้โกรธ แต่กลับรู้สึกสมเพชคนทั้งคู่จับใจ ฉันค่อยๆ ดึงเอกสารออกจากซองสีน้ำตาล แล้วโยนมันใส่หน้ากวินอย่างแรง กระดาษหลายแผ่นปลิวว่อนไปทั่วพื้น

“อ่านซะสิ… กวิน” ฉันกอดอก มองดูเขาด้วยสายตาของผู้ชนะ

กวินก้มลงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่าน ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้าง ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

“ม-ไม่จริง… เป็นไปไม่ได้…” กวินละล่ำละลัก

“พินัยกรรมฉบับสุดท้าย ที่คุณแม่เซ็นต่อหน้าทนายความและแพทย์ ก่อนที่คุณแม่จะเข้า ICU… คุณแม่รู้สันดานของคุณดี ว่าคุณมันผลาญสมบัติและมั่วสุมกับผู้หญิงไม่เลือกหน้า ท่านจึงระบุไว้ชัดเจนว่า…”

ฉันก้าวเข้าไปใกล้กวิน เน้นทีละคำให้ดังก้องไปถึงโสตประสาทของเมียน้อยที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ

“ทรัพย์สินทั้งหมด หุ้นในบริษัท อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงคฤหาสน์หลังนี้ ตกเป็นของ ‘นลิน’ ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว 100% ส่วนกวิน ลูกชายที่ไม่เคยเหลียวแลแม่… จะไม่ได้รับมรดกแม้แต่สตางค์แดงเดียว!”

“ไม่!! แม่ต้องโดนเธอหลอกให้เซ็นแน่ๆ ฉันจะฟ้องศาล!” กวินกรีดร้องเหมือนคนเสียสติ

“เชิญฟ้องเลยค่ะ ทนายความระดับประเทศพร้อมสู้คดีด้วยหลักฐานจากแพทย์ทุกอย่าง” ฉันเหยียดยิ้ม ก่อนจะหันไปหารินรดาที่กำลังยืนตัวสั่น “ส่วนเธอ… รินรดา ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม? ผู้ชายที่เธอกำลังเกาะกินอยู่ตอนนี้ มันคือไอ้ขี้แพ้ที่ไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน!”

รินรดากลืนน้ำลายเอื๊อก เมื่อรู้ว่าบ่อทองคำของเธอเหือดแห้งลงแล้ว เธอรีบก้าวถอยหลังห่างจากกวินทันที

“พ-พี่กวิน… ถ-ถ้างั้น รินขอตัวก่อนนะคะ รินเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระด่วน”

“ริน! รินรดา! เธอจะทิ้งพี่ไปแบบนี้ไม่ได้นะ!” กวินพยายามคว้าแขนเมียน้อย แต่รินรดาสะบัดออกอย่างแรงและวิ่งหนีออกไปจากบ้านราวกับเห็นผี

ฉันมองดูผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งและนอกใจฉัน กำลังทรุดตัวลงคุกเข่าร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้ารูปหน้าศพของแม่ตัวเอง ความเจ็บปวดที่เขาได้รับตอนนี้ มันยังเทียบไม่ได้กับความโดดเดี่ยวของคุณแม่ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต

“รปภ.!” ฉันส่งเสียงเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยร่างยักษ์สองคนที่ยืนรออยู่หน้าประตู “ลากตัวผู้ชายคนนี้ออกไปจากคฤหาสน์ของฉัน… และถ้ามันกลับมาป้วนเปี้ยนที่นี่อีก ให้แจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุกได้เลย”

ฉันหันหลังเดินกลับขึ้นบันไดไปอย่างสง่างาม ปล่อยให้เสียงร้องโหยหวนและคำขอโทษที่สายเกินไปของกวิน ดังก้องสะท้อนอยู่ในห้องโถงที่ว่างเปล่า… บทลงโทษของคนทรยศ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *