I. รอยยิ้มของคนแปลกหน้า และ น้ำตาตกใน
บรรยากาศในห้องอาหารสุดหรูของคฤหาสน์ตระกูล ‘วรโชติเมธี’ อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและคำสรรเสริญเยินยอ ทว่าไม่มีสักคำที่ส่งมาถึงฉัน “ภัทรวดี” ลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มท้องลูกแฝดวัยเจ็ดเดือน ฉันนั่งเงียบๆ อยู่ที่มุมโต๊ะ มือข้างหนึ่งลูบหน้าท้องที่นูนป่องเพื่อปลอบประโลมสองชีวิตน้อยๆ ที่กำลังดิ้นอยู่ในครรภ์
สายตาของทุกคนในครอบครัว รวมถึง “กฤต” สามีที่ฉันเคยรักหมดหัวใจ ต่างจับจ้องไปที่ “รินลดา” หญิงสาวไฮโซหน้าตาสะสวยที่นั่งอยู่เคียงข้างเขา
“ถ้าไม่ได้หนูรินลดา ป่านนี้บริษัทของครอบครัวเราคงล้มละลายไปแล้ว! หนูรินนี่แหละคือแม่พระผู้มากอบกู้ตัวจริง!” คุณหญิงดาริกา แม่สามีของฉันเอ่ยปากชมไม่ขาดปาก
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของกฤตเพิ่งผ่านวิกฤตหนี้สินมาได้เพราะเงินก้อนใหญ่ที่รินลดาอ้างว่าใช้เส้นสายจากต่างประเทศดึงมาร่วมลงทุน ทุกคนเชิดชูรินลดาเป็นเทพธิดา โดยไม่มีใครสนใจเลยว่าภรรยาตามกฎหมายที่กำลังตั้งครรภ์อย่างฉันต้องทนรับสายตาเหยียดหยามมากเพียงใด
“กฤตโชคดีจริงๆ ที่มีรินเข้ามาในชีวิต… ส่วนบางคน นอกจาะจะเกาะลูกชายฉันกินไปวันๆ แล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย” คุณหญิงดาริกาปรายตามองมาที่ฉันอย่างจงใจ
กฤตไม่ได้แก้ตัวแทนฉัน เขากลับส่งยิ้มหวานและเอื้อมมือไปกุมมือของรินลดาอย่างหน้าไม่อาย ฉันเลือกที่จะเงียบ ไม่ปริปากโต้เถียงใดๆ… ไม่ใช่เพราะฉันอ่อนแอ แต่เพราะฉันรู้ดีว่า ‘ละครฉากนี้’ ใกล้จะถึงตอนจบแล้ว
II. กระดาษแผ่นเดียวในโรงพยาบาล
สามวันต่อมา ความเครียดสะสมทำให้ฉันมีอาการเจ็บท้องก่อนกำหนดจนต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ฉันนอนรอคอยอย่างโดดเดี่ยวในห้องพักฟื้น หวังเพียงแค่กฤตจะมาถามไถ่อาการของลูกแฝดในท้องบ้าง
ประตูห้องถูกผลักออก กฤตเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งความห่วงใย ไม่มีแม้แต่ดอกไม้สักช่อ สิ่งเดียวที่เขาถือติดมือมาคือ ‘ซองเอกสารสีน้ำตาล’
เขาโยนซองนั้นลงบนเตียงผู้ป่วยตรงหน้าฉัน
“เซ็นซะภัทร… ใบหย่า” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและไร้เยื่อใย
ฉันมองหน้าผู้ชายที่กำลังจะเป็นพ่อของลูก “ในวันที่ฉันนอนเจ็บอยู่ในโรงพยาบาล คุณกลับเอาใบหย่ามาให้ฉันเนี่ยนะกฤต?”
“ก็แล้วจะให้ผมรอถึงเมื่อไหร่!” กฤตตวาดเสียงแข็ง “คุณมันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรดีนอกจากผลิตลูก! คุณช่วยอะไรครอบครัวผมได้บ้างตอนที่เรากำลังจะล้มละลาย? ไม่มีเลย! คุณมัน ‘คนไร้ค่า’ ภัทร… ผมต้องการแต่งงานกับรินลดาเพื่อรักษาฐานะและหน้าตาของตระกูลวรโชติเมธี รินลดาคือคนที่คู่ควรกับผม ไม่ใช่คุณ!”
คำว่า ‘ไร้ค่า’ ดังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ฉันร้องไห้ฟูมฟาย ฉันหยิบปากกาที่หัวเตียงขึ้นมา จรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงบนใบหย่าอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
“ขอบคุณที่ทำให้ฉันตาสว่างนะกฤต…” ฉันโยนกระดาษกลับไปให้เขา “หวังว่าสมบัติที่คุณแลกมาด้วยความทรยศ มันจะทำให้คุณมีความสุข”
กฤตแค่นหัวเราะ คว้าใบหย่าแล้วเดินหันหลังออกจากห้องไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งภรรยาและลูกแฝดไว้เบื้องหลัง โดยที่เขาไม่เคยรู้เลยว่า… ผู้หญิงที่เขาเพิ่งด่าว่า ‘ไร้ค่า’ แท้จริงแล้วซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนเอาไว้!
III. ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เครื่องแบบ
หนึ่งเดือนต่อมา…
ณ ห้องประชุมใหญ่ของตระกูลวรโชติเมธี กฤตและรินลดาจัดงานแถลงข่าวใหญ่โตเพื่อประกาศการควบรวมกิจการและการหมั้นหมายของพวกเขาทั้งสอง ท่ามกลางแสงแฟลชจากนักข่าว รินลดาชูแหวนเพชรเม็ดโตอวดสายตาทุกคนด้วยความเย่อหยิ่ง
แต่ก่อนที่กฤตจะได้จรดปากกาเซ็นสัญญาร่วมทุน…
ปัง!!
ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของหน่วยปฏิบัติการพิเศษติดอาวุธครบมือจากกรมตำรวจแห่งชาติ ทุกคนในห้องแตกตื่นและกรีดร้องด้วยความตกใจ
“หยุดการทำธุรกรรมทั้งหมด! พวกเราได้รับคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินของบริษัทนี้ และจับกุมตัว นางสาวรินลดา ในข้อหาฟอกเงินข้ามชาติ!” ผู้บังคับการตำรวจชาวไทยประกาศเสียงกร้าว
“น-นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! รินลดาคือนักลงทุนต่างชาตินะ พวกคุณไม่มีสิทธิ์!” กฤตโวยวาย หน้าซีดเผือด
“เธอไม่ใช่แค่นักลงทุนเถื่อนหรอกคุณกฤต… เธอคืออาชญากรข้ามชาติที่กองทัพสหรัฐฯ กำลังตามตัวอยู่ต่างหาก”
เสียงทรงอำนาจและเยือกเย็นที่คุ้นเคย ดังก้องมาจากด้านหลังกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ
IV. การปรากฏตัวของพยัคฆ์ติดปีก
ฝูงชนแหวกทางออก เผยให้เห็นหญิงสาวที่เพิ่งคลอดลูกแฝดได้ไม่นาน ทว่าบัดนี้ร่างกายของเธอกลับมาผอมเพรียวและแข็งแกร่ง
ฉัน… ภัทรวดี ก้าวเดินเข้ามาในห้องประชุม ทุกสายตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ไม่ใช่เพียงเพราะการปรากฏตัวของฉัน แต่เป็นเพราะ ‘ชุดเครื่องแบบทหารบกสหรัฐอเมริกาสีเขียวเข้มเต็มยศ’ ที่ฉันสวมใส่ บนบ่าสองข้างประดับด้วยเครื่องหมายรูปนกอินทรีสีเงินอันทรงเกียรติ!
ข้างกายฉันมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสถานทูตสหรัฐฯ และนายทหารอเมริกันเดินขนาบข้างเพื่ออารักขา
“ภ-ภัทร! นี่มัน… ชุดอะไรกัน? คุณ…” กฤตพูดติดอ่าง ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่
ฉันเดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าอดีตสามี ด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจล้นเหลือ
“ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะคะ…” ฉันเหยียดยิ้มเย็นชา “ฉัน พันเอกหญิง ภัทรวดี (U.S. Army Colonel) ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทหาร กองทัพบกสหรัฐอเมริกา ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก”
“พ-พันเอก… ไม่จริง! คุณเป็นแค่แม่บ้านธรรมดาที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า!” คุณหญิงดาริกาที่นั่งอยู่กรีดร้องลั่นก่อนจะทำท่าคล้ายจะเป็นลม
“ที่ฉันยอมทำตัวเป็นแม่บ้านธรรมดา ก็เพราะฉันลาพักร้อนมาเพื่ออยากมีครอบครัวที่สงบสุขไงคะ แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ได้รับภารกิจลับให้ติดตามเส้นทางการเงินของแก๊งฟอกเงินข้ามชาติ… ซึ่งบังเอิญเหลือเกิน ที่ ‘แม่พระ’ ของพวกคุณ ดันเป็นเป้าหมายรายใหญ่ที่ฉันกำลังตามจับอยู่พอดี”
ฉันปรายตามองรินลดาที่ตอนนี้ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น ร้องไห้ฟูมฟายเมื่อถูกเจ้าหน้าที่สวมกุญแจมือ เงินที่เธอนำมากอบกู้บริษัทของกฤต คือเงินสกปรกที่ถูกโจรกรรมมาจากองค์กรระดับโลก
V. บทสรุปของคนไร้ค่า
“ภัทร… ภัทรครับ! ผมไม่รู้เรื่อง! ผมถูกนังรินลดามันหลอก!” กฤตรีบคลานเข่าเข้ามากอดรองเท้าคอมแบททหารของฉัน น้ำตาของชายผู้เห็นแก่ตัวไหลอาบแก้ม “เรา… เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะภัทร! ผมเป็นพ่อของลูกแฝดนะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่!”
ฉันก้มมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธแค้น มีเพียงความสมเพชที่ก่อตัวขึ้น
“ผู้ชายที่กล้าโยนใบหย่าใส่หน้าภรรยาตัวเองตอนที่เธอกำลังอุ้มท้องลูกแฝด และด่าว่าเธอเป็น ‘คนไร้ค่า’ …ไม่มีสิทธิ์ได้ใช้คำว่า ‘พ่อ’ หรอกค่ะคุณกฤต”
ฉันสะบัดขาออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง
“บริษัทที่คุณหวงแหนนักหนา กำลังจะถูกยึดทรัพย์ทั้งหมดเป็นของกลาง… ส่วนฉันและลูกแฝด จะบินกลับไปใช้ชีวิตที่อเมริกา ขอให้คุณสนุกกับคดีความและหนี้สินร้อยล้านที่ ‘ภรรยาคนใหม่’ ของคุณทิ้งไว้ให้นะคะ”
ฉันหมุนตัวเดินหันหลังกลับ ส้นรองเท้าทหารกระทบพื้นเสียงดังกังวานก้าวออกจากห้องประชุมไปอย่างสง่างาม ทิ้งอดีตอันแสนเจ็บปวด และเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวังของคนในตระกูลวรโชติเมธีไว้เบื้องหลัง… ตลอดกาล.
