พรางรัก หักเหลี่ยมแค้น: ความลับที่สนามบิน

ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาในสนามบินสุวรรณภูมิ ฉัน “อลิสา” เพิ่งสวมกอดอำลา “นลิน” เพื่อนรักที่สุดของฉันที่กำลังจะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากมองส่งนลินเดินหายเข้าไปในประตูผู้โดยสารขาออก ฉันก็หมุนตัวเตรียมจะกลับไปลานจอดรถ แต่แล้วหางตาของฉันกลับสะดุดเข้ากับแผ่นหลังของใครบางคนที่คุ้นเคย

ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่กำลังยืนอยู่หน้าเกตสายการบินยุโรป… นั่นมัน “ภคิน” สามีของฉัน!

ฉันขมวดคิ้วด้วยความสับสน เมื่อเช้าภคินบอกฉันว่าเขามีสัมมนาสำคัญที่พัทยาและจะต้องค้างคืนที่นั่น แล้วเขามาทำอะไรที่สนามบิน? แต่ความสงสัยของฉันก็ถูกแทนที่ด้วยความช็อกจนแทบหยุดหายใจ เมื่อมีหญิงสาวรูปร่างบอบบางคนหนึ่งเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาหาเขา ก่อนที่ทั้งคู่จะโผเข้ากอดกันอย่างแนบแน่นและดูดดื่มเกินกว่าคนรู้จักทั่วไป

ผู้หญิงคนนั้นคือ “เมธาวี” หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่ภคินมักจะพามาแนะนำให้ฉันรู้จักในฐานะ “แค่เพื่อนร่วมงาน” เท่านั้น!

เลือดในกายของฉันเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง ขาทั้งสองข้างหนักอึ้ง แต่สัญชาตญาณกลับสั่งให้ฉันก้าวเท้าเข้าไปใกล้พวกเขาอย่างเงียบเชียบที่สุด ฉันซ่อนตัวอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว

“ทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว… นังโง่นั่นกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง” เสียงของภคินดังขึ้น น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนเวลาคุยกับฉัน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและเลือดเย็น

เมธาวีแสยะยิ้ม รอยยิ้มใสซื่อที่เธอเคยมอบให้ฉันหายไปจนหมดสิ้น เธอเงยหน้าขึ้นสบตาสามีของฉันแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงสะใจว่า “เธอจะไม่มีวันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ”

วินาทีนั้น โลกทั้งใบของฉันเหมือนพังทลายลงมาตรงหน้า ผู้ชายที่ฉันรักและไว้ใจให้เข้ามาช่วยบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของตระกูล กำลังร่วมมือกับชู้รักเพื่อปอกลอกและฮุบสมบัติของฉัน! ถ้านี่เป็นละครหลังข่าว ฉันคงพุ่งเข้าไปตบตีและกรีดร้องอาละวาดให้แหลกกันไปข้าง… แต่ฉันคืออลิสา ทายาทนักธุรกิจที่ถูกฝึกมาให้ใช้สมองมากกว่าอารมณ์

ฉันกัดริมฝีปากจนห้อเลือด มือที่สั่นเทาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา กดบันทึกวิดีโอและเสียงการสนทนาอันน่าสะอิดสะเอียนของพวกเขาทั้งคู่ไว้จนจบ ก่อนจะหันหลังเดินออกมาจากสนามบินอย่างเงียบเชียบ น้ำตาแห่งความเสียใจถูกแทนที่ด้วยไฟแค้นที่ลุกโชน

สามวันต่อมา ภคินกลับมาที่บ้านพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นและของฝากจาก “พัทยา” เขาสวมบทบาทสามีที่แสนดีได้อย่างแนบเนียนจนน่าขนลุก

“อลิสครับ วันนี้มีเอกสารอนุมัติงบประมาณโครงการใหม่ คุณเซ็นตรงนี้ให้ผมหน่อยนะ” ภคินยื่นแฟ้มเอกสารให้ฉันเหมือนทุกครั้งที่เขาทำ

ฉันรับแฟ้มนั้นมา กวาดสายตามองเอกสารแผ่นบนสุด มันดูเหมือนเอกสารเบิกจ่ายธรรมดา แต่ด้วยการสืบสวนอย่างลับๆ ร่วมกับทนายความส่วนตัวตลอดสามวันที่ผ่านมา ฉันรู้ดีว่า… ใต้เอกสารแผ่นนี้ คือ ‘หนังสือมอบอำนาจและโอนหุ้นทั้งหมด’ ที่เขาใช้หมึกพิมพ์แบบพิเศษซ่อนไว้ หากฉันเซ็นลงไป ทุกอย่างที่เป็นของฉันจะตกเป็นของบริษัทนอมินีที่เมธาวีเป็นเจ้าของทันที

ฉันเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้ภคิน “ได้สิคะ แต่พอดีอลิสมีของขวัญเซอร์ไพรส์ให้คุณก่อน… เปิดทีวีสิคะ”

ภคินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง แต่ก็ยอมกดรีโมทเปิดทีวีจอแบนขนาดใหญ่กลางห้องรับแขก ทันทีที่ภาพปรากฏ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาของเขาก็ซีดเผือดราวกับกระดาษ

มันไม่ใช่วิดีโอเซอร์ไพรส์วันครบรอบ แต่มันคือ ภาพวิดีโอจากสนามบิน ภาพที่เขากอดจูบกับเมธาวี พร้อมกับเสียงสนทนาที่ดังก้องไปทั่วห้อง

“ทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว… นังโง่นั่นกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง”

“เธอจะไม่มีวันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ”

แฟ้มเอกสารในมือของภคินร่วงหล่นลงพื้น “อ-อลิส… นี่มัน… มันไม่ใช่แบบที่คุณคิดนะ ผมอธิบายได้!”

“อธิบายว่าคุณกำลังจะปลอมแปลงเอกสารฮุบหุ้นบริษัทของฉัน หรืออธิบายว่าคุณแอบโอนเงินบริษัทไปซื้อคอนโดหรูให้เมธาวีดีล่ะคะ?” ฉันลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม โยนซองเอกสารที่บรรจุหลักฐานการยักยอกทรัพย์และเส้นทางการเงินทั้งหมดใส่หน้าเขา

“อลิสรู้ทันคุณหมดแล้วภคิน… และฉันก็ได้โอนหุ้นทั้งหมดของฉันเข้าสู่ระบบทรัสต์ที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว เอกสารที่คุณพยายามหลอกให้ฉันเซ็น มันก็แค่กระดาษเปล่าที่ไร้ค่า”

“อลิส! ผมขอโทษ! ผมหน้ามืดตามัวไปเอง ให้โอกาสผมนะ!” ภคินทรุดตัวลงคุกเข่า พยายามจะคว้ามือฉันไปจับ

แต่ฉันสะบัดออกอย่างแรงด้วยความขยะแขยง ทันใดนั้น ประตูบ้านก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสองนายและทนายความของฉัน

“คุณภคิน คุณถูกจับกุมในข้อหาพยายามฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสาร… อ้อ ไม่ต้องห่วงนะคะ ‘แค่เพื่อนร่วมงาน’ ของคุณ ก็กำลังถูกตำรวจรวบตัวอยู่ที่คอนโดเหมือนกัน” ฉันเหยียดยิ้มเย็นชา ก้มลงกระซิบที่ข้างหูของผู้ชายที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

“คนที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่าง และไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น… คือพวกแกต่างหาก ไปนอนชดใช้กรรมในคุกซะเถอะ!”

ฉันยืนมองตำรวจสวมกุญแจมือและลากตัวอดีตสามีจอมคดโกงออกไปจากบ้านอย่างเวทนา วันนี้… บ้านที่เคยมีเงาของความหลอกลวงได้ถูกทำความสะอาดจนหมดจดแล้ว และฉันก็พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ในฐานะผู้หญิงที่แข็งแกร่งและไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาหลอกใช้ได้อีกตลอดกาล.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *