เที่ยวบินข้ามทวีป: บทเรียนราคาแพงของสามีเห็นแก่ตัว

มือของ ‘ธีรเดช’ ที่กำลังกดปิดฝากระโปรงรถฮอนด้าซีวิคสีดำชะงักไปเล็กน้อย เขากวาดสายตามองกองสัมภาระที่อัดแน่นอยู่เต็มท้ายรถจนแทบจะทะลักออกมา ทั้งกระเช้ารังนกเกรดพรีเมียม กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดที่เพิ่งถอยมาจากช็อป และเครื่องประดับทองคำแท้… ของฝากมูลค่าเฉียดแสนบาทเหล่านี้ถูกเตรียมไว้เพื่อเอาใจ ‘คุณนายสมพิศ’ ผู้เป็นมารดาของเขาในวันเกิดครบรอบหกสิบปี
เขาหันกลับมามองฉัน ‘รินรดา’ ภรรยาที่แต่งงานกินอยู่กันมาเจ็ดปี และ ‘น้องพรีม’ ลูกสาววัยห้าขวบที่กำลังยืนจับมือฉันแน่นอยู่ริมฟุตบาทหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสาร
“ริน พี่ขอโทษจริงๆ นะที่ให้รินกับลูกนั่งรถไปด้วยไม่ได้” ธีรเดชตีหน้าเศร้า แววตาแสร้งทำเป็นรู้สึกผิด “รินก็เห็นว่าของฝากแม่มันเต็มรถไปหมด แค่ที่นั่งพี่ก็แทบจะขยับตัวไม่ได้แล้ว รินพาลูกนั่งรถทัวร์ไปก่อนนะ แค่หกชั่วโมงเอง เดี๋ยวพี่ไปรอรับที่ บขส. ปลายทาง”
เขายัดตั๋วรถทัวร์ชั้นประหยัดราคาถูกสองใบใส่มือฉัน ก่อนจะก้มลงลูบหัวลูกสาวอย่างลวกๆ “เป็นเด็กดีนะพรีม ไปกับแม่นะลูก พ่อต้องรีบเอาของไปให้คุณย่า”
พูดจบ ธีรเดชก็รีบก้าวขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง และขับออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะมองกระจกหลังเพื่อดูว่าลูกสาวตัวน้อยกำลังยืนน้ำตาคลอเบ้าเพราะถูกผู้เป็นพ่อทอดทิ้งให้ไปเผชิญความลำบาก
ฉันมองตามท้ายรถที่ค่อยๆ ลับสายตาไป รอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความสมเพชค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก
“คุณแม่ขา… เราต้องนั่งรถทัวร์เบียดๆ ไปหาคุณย่าจริงๆ หรอคะ พรีมเมารถ พรีมไม่อยากไปเลย” ลูกสาวกระตุกชายเสื้อฉันเบาๆ
ฉันย่อตัวลงตรงหน้าลูกสาว ลูบผมที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อของเด็กน้อย ก่อนจะดึงตั๋วรถทัวร์สองใบในมือขึ้นมา… แล้วฉีกมันทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โยนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี
“ใครบอกว่าเราจะไปหาคุณย่ากันล่ะคะลูกพรีม?” ฉันยิ้มกว้าง แววตาเต็มไปด้วยอิสรภาพ “วันนี้เราจะไปเที่ยวกันค่ะ… ไปในที่ที่สวยที่สุด”
ธีรเดชคิดว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงโง่ๆ ที่ยอมทนให้เขากับแม่กดหัวมาตลอดเจ็ดปี เขาคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องบัญชีเงินฝาก ‘ลับ’ ที่เขาแอบเปิดร่วมกับแม่ของเขา แล้วค่อยๆ ยักยอกเงินจากธุรกิจร้านอาหารที่เราสองคนสร้างมาด้วยกันไปซุกซ่อนไว้ เขาหลอกฉันว่าช่วงนี้เศรษฐกิจแย่ ร้านขาดทุน เพื่อบีบให้ฉันต้องประหยัดอดออมจนแทบไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้ลูก ในขณะที่ตัวเองรูดการ์ดซื้อของแบรนด์เนมไปปรนเปรอแม่ตัวเองอย่างหน้าชื่นตาบาน
แต่เขาคงลืมไปว่า… ฉันคือคนที่วางระบบบัญชีทั้งหมดให้ร้าน
เมื่อคืนนี้ หลังจากที่เขานอนหลับกรนเสียงดัง ฉันได้ทำการแฮ็กเข้าระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งของบัญชีร่วมนั้น (ด้วยพาสเวิร์ดที่เป็นวันเกิดแม่ของเขา ซึ่งเดาได้ไม่ยากเลย) และพบว่ามีเงินสดนอนนิ่งอยู่เกือบสามล้านบาท!
และในวินาทีที่รถของธีรเดชเลี้ยวพ้นประตูสถานีขนส่งไป… เงินทุกบาททุกสตางค์ในบัญชีนั้นก็เพิ่งถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของฉันในต่างประเทศจนเหลือยอดเงิน 0.00 บาทอย่างสมบูรณ์แบบ
เงินก้อนหนึ่งถูกสกัดออกมาใช้จ่ายทันที… สำหรับตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจ (Business Class) ของสายการบินระดับโลก มุ่งหน้าสู่มหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส
“ไปกันเถอะลูก แท็กซี่มารอแล้ว” ฉันจูงมือลูกสาวขึ้นรถแท็กซี่ที่จองไว้ล่วงหน้า “ไปสนามบินสุวรรณภูมิค่ะพี่”
เก้าชั่วโมงต่อมา…
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ในต่างจังหวัด ธีรเดชกำลังยืนยิ้มหน้าบานรับคำชมจากบรรดาญาติๆ และเพื่อนฝูงของคุณนายสมพิศ ที่ต่างพากันรุมล้อมชื่นชมของขวัญวันเกิดราคาแพงหูฉี่
“แหม… ตาเดชนี่เป็นอภิชาตบุตรจริงๆ เลยนะคุณพี่สมพิศ ซื้อกระเป๋าใบละเป็นแสนให้แม่” ป้าข้างบ้านเอ่ยปากชมเปาะ
“ก็แหงล่ะ ลูกชายฉันเก่ง ธุรกิจรัดตัว ส่วนนังรินรดาน่ะเหรอ ป่านนี้คงนั่งกระเตงลูกหน้ามันอยู่บนรถทัวร์นู่นแหละ บุญแค่ไหนแล้วที่ลูกชายฉันยังเลี้ยงดู ไม่ทิ้งไปหาเมียใหม่ที่คู่ควร” คุณนายสมพิศเชิดหน้าพูดอย่างเย่อหยิ่ง
“แม่ครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปจ่ายค่าจัดเลี้ยงโต๊ะจีนก่อนนะครับ เฮียเจ้าของโต๊ะแกเดินมารอรับเงินแล้ว” ธีรเดชบอกแม่ ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อโอนเงินค่าอาหารจำนวนห้าหมื่นบาท
เขากดรหัสผ่านเข้าแอปพลิเคชันธนาคารด้วยความเคยชิน เลือกบัญชีลับที่เขาเก็บซ่อนไว้… แต่แล้ว นิ้วที่กำลังจะกดโอนเงินก็ชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาเหือดแห้งไปในพริบตา ดวงตาของเขาเบิกกว้างราวกับเห็นผี
ยอดเงินคงเหลือ: 0.00 THB
“ปะ… เป็นไปได้ยังไง! ระบบรวนเหรอวะ!” ธีรเดชใจหายวาบ เขากดรีเฟรชหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือเริ่มสั่นเทา ก่อนจะรีบกดเข้าไปดูประวัติการทำธุรกรรมล่าสุด
โอนออก: 2,850,000 THB
ผู้รับโอน: น.ส. รินรดา
หัวใจของธีรเดชหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบ เขารีบกดโทรหารินรดาทันที เสียงรอสายดังอยู่เนิ่นนานจนเขาแทบจะคลุ้มคลั่ง
ในที่สุด ปลายสายก็กดรับ
“ริน! เงินในบัญชีหายไปไหน! รินทำอะไรลงไป เอาเงินคืนมาเดี๋ยวนี้นะ นั่นมันเงินของพี่กับแม่!” ธีรเดชตะคอกใส่โทรศัพท์อย่างเสียสติ ไม่สนแล้วว่าญาติๆ กำลังหันมามอง
ปลายสายไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงเสียงดนตรีคลาสสิกเบาๆ คลอประสานกับเสียงพูดคุยเป็นภาษาฝรั่งเศส และเสียงจิบแชมเปญที่ดังลอดมาให้ได้ยิน
(แหม… เสียงดังจังเลยนะคะคุณสามี พอดีตอนนี้รินอยู่บนเลานจ์ชั้นเฟิร์สคลาส กำลังจะรอต่อเครื่องเข้าปารีสน่ะค่ะ สัญญาณอาจจะไม่ค่อยดีนะ) น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยอำนาจ
“ปารีส! รินพูดบ้าอะไร! รินพาลูกขึ้นรถทัวร์ไปแล้วไม่ใช่เหรอ! แล้วเงินสามล้านนั่นเอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นพี่จะแจ้งตำรวจจับรินข้อหาลักทรัพย์!”
(ลักทรัพย์เหรอคะ? ธีรเดช คุณลืมไปแล้วเหรอว่าชื่อบัญชีนั้นมันเป็นชื่อ ‘บัญชีร่วม’ ที่เราเคยเปิดไว้ด้วยกันตอนเริ่มทำร้านใหม่ๆ ก่อนที่คุณจะแอบเอาชื่อแม่คุณไปเพิ่มทีหลัง สิทธิ์ในการถอนเงินครึ่งหนึ่งมันเป็นของฉันตามกฎหมาย ส่วนอีกครึ่ง… ถือว่าเป็นค่าเลี้ยงดูลูกและค่าเหนื่อยที่ฉันทนเป็นคนใช้ให้บ้านคุณมาเจ็ดปีก็แล้วกันนะคะ)
“รินรดา! นังบ้า! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!” ธีรเดชตะบี้ตะบันตะโกนจนหน้าดำหน้าแดง
(อ้อ… ลืมบอกไปค่ะ ทนายของฉันจะส่งเอกสารฟ้องหย่าและฟ้องแบ่งสินสมรสไปให้คุณที่บ้านแม่พรุ่งนี้นะคะ เตรียมตัวหาเงินมาจ่ายหนี้ค่าโต๊ะจีน และเตรียมตัวถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังของร้านอาหารที่คุณแอบทำบัญชีปลอมไว้ด้วยล่ะ ขอให้มีความสุขกับกระเป๋าแบรนด์เนมและรถทัวร์ที่คุณรักนะคะ)
“ริน! เดี๋ยว ริน! ริน!”
ติ๊ด.
สายถูกตัดไปแล้ว ธีรเดชยืนตัวแข็งทื่อ โทรศัพท์ร่วงหลุดจากมือตกลงบนพื้นกระเบื้องจนหน้าจอแตกละเอียด ไม่ต่างอะไรกับชีวิตของเขาในตอนนี้
“ตาเดช เป็นอะไรลูก เฮียโต๊ะจีนเขารอเงินอยู่นะ จ่ายๆ ไปสิลูก แขกเหรื่อรออยู่” คุณนายสมพิศเดินเข้ามาสะกิดลูกชายด้วยความรำคาญ
ธีรเดชหันมามองหน้าแม่ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกทั้งงาน
ในขณะเดียวกัน ที่ระดับความสูงสามหมื่นห้าพันฟุตเหนือน่านฟ้าทวีปยุโรป…
รินรดาเอนหลังพิงเบาะหนังแท้ที่ปรับเอนนอนได้ร้อยแปดสิบองศา มือขวาถือแก้วแชมเปญดอมเปริญอง (Dom Pérignon) หันไปมองลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหลับสนิทพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุขใต้ผ้าห่มขนสัตว์เนื้อนุ่ม
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างเครื่องบิน กระทบกับรอยยิ้มที่งดงามที่สุดในรอบเจ็ดปีของเธอ
รถทัวร์สายตะวันออกเฉียงเหนือหกชั่วโมงน่ะเหรอ? เก็บไว้ให้คนเห็นแก่ตัวอย่างเขาใช้นั่งกลับมากรุงเทพฯ ตอนที่ล้มละลายก็แล้วกัน เพราะสำหรับรินรดา… ตั๋วเครื่องบินใบนี้ คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *