หน้ากากแม่พระกับรอยแผลใต้ร่มผ้า:

 เจ็ดปีที่ถูกกักขัง สู่การทวงคืนลูกสาวจากขุมนรกผู้ดี
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ ‘น้องพริม’ ลูกสาวเพียงคนเดียวของฉันก้าวเท้าเข้าสู่โรงเรียนอนุบาลนานาชาติชื่อดังจนถึงชั้นประถม ฉัน… ‘จันทร์เจ้า’ ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้าไปในรั้วโรงเรียนของลูกเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“สภาพอย่างเธอ ไปก็มีแต่จะทำให้ลูกอับอายเปล่าๆ เด็กพวกนั้นเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล ถ้าเขารู้ว่าพริมมีแม่เป็นอดีตเด็กเสิร์ฟสลัมๆ อย่างเธอ ลูกจะโดนเพื่อนล้อและไม่มีที่ยืนในสังคม”
นั่นคือคำประกาศิตของ ‘อรรถกร’ สามีที่ฉันเคยคิดว่ารักและหวังดีกับครอบครัวที่สุด เขาใช้ความต่ำต้อยของฉันเป็นข้ออ้างในการกางปีก ‘ปกป้อง’ ลูกสาว ฉันยอมกลืนน้ำตาและก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ยอมเป็นแม่ที่ถูกซ่อนไว้ในมุมมืดของบ้าน ทำหน้าที่ซักรีดเสื้อผ้า ทำกับข้าว และรอคอยลูกสาวกลับมาสู่อ้อมกอดในทุกๆ เย็น แม้กระทั่งวันแม่แห่งชาติ ฉันก็ทำได้เพียงนั่งมองรูปลูกสาวถือพวงมาลัยไหว้เก้าอี้เปล่าๆ ที่อรรถกรถ่ายส่งมาให้ดู
แต่พักหลังมานี้ น้องพริมเปลี่ยนไป จากเด็กร่าเริงช่างจ้อ ลูกเริ่มเก็บตัว มีอาการหวาดผวา และมักจะใส่เสื้อแขนยาวเสมอแม้ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เมื่อฉันถาม อรรถกรก็มักจะตวาดตัดบทว่าฉันคิดมากไปเองและห้ามฉันยุ่งก้าวก่ายเรื่องการเลี้ยงดูลูก
จนกระทั่งวันงานแสดงละครเวทีประจำปีของโรงเรียนมาถึง ความอึดอัดและสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ร้องเตือน ทำให้ฉันตัดสินใจทำเรื่องบ้าบิ่นที่สุด ฉันแอบติดต่อไปหา ‘ป้านวล’ หัวหน้าแม่บ้านทำความสะอาดของโรงเรียนที่ฉันเคยช่วยเหลือไว้ เธอใจอ่อนยอมให้ฉันยืมชุดยูนิฟอร์มพนักงานทำความสะอาดและบัตรห้อยคอชั่วคราว เพื่อให้ฉันได้แอบเข้าไปดูลูกสาวแสดงละครเวทีสักครั้งในชีวิต
ฉันสวมชุดสีฟ้าหม่น สวมหมวกและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า แฝงตัวอยู่หลังม่านห้องประชุมใหญ่ หัวใจของฉันพองโตเมื่อเห็นน้องพริมในชุดนางฟ้าตัวน้อยกำลังเต้นรำอยู่บนเวที แต่แล้ว… รอยยิ้มของฉันก็ต้องแข็งค้าง เมื่อสายตาเลื่อนไปปะทะกับที่นั่งโซนวีไอพีแถวหน้าสุด
อรรถกรนั่งอยู่ตรงนั้น… เขาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว แต่ข้างกายเขามี ‘รดามณี’ ไฮโซสาวทายาทห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่อรรถกรอ้างว่าเป็นเพียง ‘พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ’ นั่งเคียงคู่กัน
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของฉันแหลกสลายจนแทบหยุดเต้น คือตอนที่การแสดงจบลง พิธีกรประกาศให้ตัวแทนนักเรียนมอบดอกไม้ให้ผู้ปกครอง น้องพริมเดินอุ้มช่อดอกไม้ลงมาจากเวที แล้วตรงดิ่งไปคุกเข่ามอบมันให้กับรดามณี!
“ช่างเป็นภาพครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นจริงๆ เลยครับ น้องพริมกับคุณแม่รดามณีและคุณพ่ออรรถกร” เสียงพิธีกรประกาศก้องไปทั่วหอประชุม เสียงปรบมือดังเกรียวกราว
น้ำตาของฉันไหลทะลักออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ เจ็ดปีที่ผ่านมา… อรรถกรไม่ได้ซ่อนฉันเพื่อปกป้องลูก แต่เขาซ่อนฉันเพื่อสร้างครอบครัวจอมปลอมที่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้ตัวเองได้เชิดหน้าชูตาในสังคมชั้นสูง โดยเอาผู้หญิงคนอื่นมาสวมรอยเป็นแม่ของลูกฉัน!
ฉันพาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงเดินหนีออกมาทางหลังเวที ตั้งใจจะกลับบ้านไปเก็บข้าวของและพาลูกหนีไปให้ไกลที่สุด แต่ในขณะที่ฉันเดินผ่านห้องน้ำหญิงที่เงียบสงัด เสียงสะอื้นไห้ของเด็กที่แสนคุ้นเคยก็ดังก้องลอดออกมา มันเป็นเสียงร้องที่พยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“ฮึก… หนูเจ็บค่ะ คุณน้าลิตา หนูเจ็บ…”
ฉันชะงักฝีเท้า หัวใจหล่นวูบ รีบแอบมองลอดช่องประตูที่แง้มอยู่ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาเลือดในกายของฉันเดือดพล่านจนแทบทะลัก
รดามณี หญิงสาวที่เมื่อครู่ยังปั้นหน้ายิ้มแย้มเป็นแม่พระ บัดนี้กำลังใช้เล็บแหลมยาวที่ทาสีแดงสด หยิกและบิดเข้าที่ต้นแขนเล็กๆ ของน้องพริมอย่างแรงจนเด็กน้อยตัวงอ รดามณีถลกแขนเสื้อของน้องพริมขึ้น เผยให้เห็นรอยจ้ำเลือดและรอยช้ำสีม่วงอมเขียวหลายแห่งที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า!
“หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะนังเด็กบ้า! เมื่อกี้บนเวทีแกเต้นผิดจังหวะ รู้ไหมว่าฉันอายคนอื่นเขายังไง! ฉันอุตส่าห์ยอมลดตัวมาเป็นแม่ให้เด็กชั้นต่ำอย่างแก แกควรจะกราบเท้าฉันด้วยซ้ำ!” รดามณีกระชากผมลูกสาวของฉันอย่างแรง “แล้วจำไว้! กลับไปบ้านห้ามไปฟ้องนังแม่สลัมของแกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะให้พ่อแกไล่มันไปนอนข้างถนน!”
“ฮือออ คุณพ่อคะ พริมเจ็บ…” น้องพริมร้องไห้ตัวสั่นเทา หันไปหาอรรถกรที่ยืนพิงอ่างล้างมืออยู่ข้างๆ
แต่คำตอบที่หลุดออกมาจากปากคนเป็นพ่อ กลับกรีดหัวใจฉันจนเหวอะหวะ “ทนเอาหน่อยพริม อย่าดื้อกับคุณลิตา ถ้าไม่มีคุณลิตา พ่อก็ไม่มีหน้ามีตาในสังคม ไม่มีเงินส่งแกเรียนแพงๆ หรอก เลิกร้องไห้แล้วไปเติมแป้งซะ เดี๋ยวต้องออกไปถ่ายรูปกับคนอื่นอีก”
สติของฉันขาดผึง… ความกลัว ความเจียมตัว ความยอมจำนนที่เคยมีมาตลอดเจ็ดปี ถูกไฟแห่งความโกรธแค้นของคนเป็นแม่เผาผลาญจนหมดสิ้น
ปัง!!!
ฉันถีบประตูห้องน้ำเข้าไปอย่างแรงจนบานประตูกระแทกผนังดังสนั่น รดามณีและอรรถกรสะดุ้งสุดตัว หันมามอง ‘พนักงานทำความสะอาด’ ที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยความตกตะลึง
“อย่ามาแตะต้องลูกของฉัน!!”
ฉันตะโกนสุดเสียง กระชากหมวกและหน้ากากอนามัยออกทิ้ง ก่อนจะพุ่งเข้าไปผลักรดามณีอย่างแรงจนร่างระหงของเธอเสียหลักล้มก้นกระแทกพื้น ส้นสูงราคาแพงพลิกจนเธอร้องกรี๊ดออกมา ฉันรีบคว้าตัวน้องพริมเข้ามากอดไว้แน่นในอก ลูกสาวปล่อยโฮออกมาสุดเสียง ซุกหน้าลงกับไหล่ของฉันราวกับเจอที่พึ่งสุดท้าย
“จันทร์เจ้า! แกมาทำบ้าอะไรที่นี่! ใครใช้ให้แกเสนอหน้ามา!” อรรถกรหน้าซีดเผือด รีบถลันเข้ามาหมายจะกระชากแขนฉัน
เพียะ!!!
ฉันตวัดฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างเต็มแรง แรงจนหน้าของเขาหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือห้ารอยปรากฏชัดบนแก้ม
“ฉันมาทวงลูกของฉันคืนจากขุมนรกของพวกแกไงล่ะ!” ฉันตวาด น้ำตาไหลอาบแก้มแต่น้ำเสียงกลับกร้าวแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แกมันไม่ใช่คน อรรถกร! แกปล่อยให้ผู้หญิงใจทรามคนนี้มาทำร้ายลูกเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง เพียงเพื่อแลกกับหน้ากากจอมปลอมในสังคมทุเรศๆ ของพวกแก!”
“แก… นังไพร่! แกกล้าผลักฉันเหรอ!” รดามณีตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา ชี้หน้าด่าฉันด้วยความมาดร้าย “พี่อรรถกร! ไล่มันออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นลิตาจะยกเลิกสัญญาธุรกิจทั้งหมด!”
“จันทร์เจ้า! แกกำลังทำชีวิตฉันพัง ปล่อยลูกเดี๋ยวนี้แล้วไสหัวกลับบ้านไป!” อรรถกรขู่ฟ่อ ทำท่าจะพุ่งเข้ามาทำร้ายฉัน
แต่ฉันไม่ถอย ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือที่กดบันทึกวิดีโอไว้ตั้งแต่ตอนที่แอบดูพวกเขานอกประตูขึ้นมาชูให้ดู
“เอาสิ! เข้ามาเลยอรรถกร! คลิปที่นังผู้หญิงคนนี้ทำร้ายร่างกายลูกสาวฉัน และคลิปที่แกยืนดูอยู่เฉยๆ ฉันบันทึกไว้หมดแล้ว! ถ้าแกกล้าแตะต้องฉันหรือลูกแม้แต่ปลายเล็บ คลิปนี้จะไปอยู่บนหน้าแรกของทุกสื่อไฮโซที่พวกแกบูชานักหนา! ฉันจะแฉให้หมดว่า ‘ครอบครัวสมบูรณ์แบบ’ ของแก มันก็แค่ละครลวงโลกที่สร้างทับบนหยาดน้ำตาของเด็กคนหนึ่ง!”
อรรถกรชะงักงัน ขาทั้งสองข้างแข็งทื่อ รดามณีอ้าปากค้าง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดเมื่อรู้ว่าความลับและภาพลักษณ์ที่เพียรสร้างกำลังจะพังพินาศ
ฉันก้มลงมองลูกสาวที่กอดฉันแน่น “พริม ไม่ต้องกลัวนะลูก แม่มารับหนูแล้ว เราจะกลับบ้านกัน… กลับไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครมาทำร้ายหนูได้อีก”
ฉันจูงมือลูกสาวเดินเชิดหน้าออกจากห้องน้ำ ทิ้งชายผู้เห็นแก่ตัวและหญิงใจร้ายให้จมอยู่กับความหวาดผวาและความพินาศที่กำลังจะมาเยือน
ระหว่างทางเดินออกจากโรงเรียนหรูหรา แม้ฉันจะยังสวมชุดพนักงานทำความสะอาดที่ดูต่ำต้อย แต่ฉันไม่รู้สึกอับอายอีกต่อไป เพราะในวันนี้ ฉันได้สลัดคราบคนอ่อนแอทิ้งไป และได้สวมมงกุฎแห่ง ‘ความเป็นแม่’ อย่างเต็มภาคภูมิ… มงกุฎที่ไม่มีเงินก้อนไหนในโลก หรือสังคมไฮโซจอมปลอมใดๆ จะสามารถพรากไปจากหัวใจของฉันได้อีกตลอดกาล.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *