เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากความรับผิดชอบในหน้าที่การงานธรรมดาๆ ฉันชื่อ ‘นลิน’ เป็นเพียงผู้ช่วยพยาบาลประจำคลินิกเล็กๆ แห่งหนึ่งในซอย สิ่งที่ฉันต้องทำในวันนั้นมีเพียงแค่นำยาขยายหลอดเลือดหัวใจไปส่งให้กับ ‘คุณพิพัฒน์’ ชายชราเศรษฐีเก่าที่ทุกคนในละแวกนี้ต่างหวาดกลัว
กิตติศัพท์ของเขาเป็นที่เลื่องลือ ชายแก่ผู้เกรี้ยวกราด อารมณ์ร้าย และไล่คนรับใช้ออกไปจนหมดบ้านเพื่ออาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวในคฤหาสน์ไม้สักหลังใหญ่ท้ายซอย ไม่มีใครอยากเฉียดกรายเข้าไปใกล้รั้วเหล็กดัดสีดำสนิทนั้น หากแต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ ฉันสูดลมหายใจลึก ก้าวเท้าเข้าไปในอาณาเขตที่เงียบสงัดจนน่าขนลุก
ทว่า… ทุกอย่างกลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิงในวินาทีที่บานประตูไม้บานใหญ่เปิดออก
ร่างของคุณพิพัฒน์ไม่ได้ยืนตระหง่านอย่างน่าเกรงขามเหมือนที่ใครๆ เล่าลือ เขากลับมีใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากเขียวคล้ำ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของแกจะทรุดฮวบลงมาพิงซบที่ตัวฉันอย่างหมดแรง!
“คุณลุง! คุณลุงคะ เป็นอะไรหรือเปล่า!” ฉันร้องลั่นด้วยความตกใจ พยายามพยุงร่างหนักอึ้งนั้นไว้
มือที่สั่นเทาและเย็นเฉียบของคุณพิพัฒน์คว้าหมับเข้าที่ข้อมือฉัน แกยัด ‘ซองจดหมายสีน้ำตาล’ ที่ประทับตราครั่งสีแดงลงในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของฉันอย่างรวดเร็วและใช้แรงฮึดสุดท้ายที่มี กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ
“ซ่อนมันไว้… ขอร้องล่ะ… อย่าให้ ‘คุณหญิง’ เห็นเด็ดขาด…”
ก่อนที่ฉันจะทันได้ถามไถ่หรือทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้า เสียงบานประตูหน้าบ้านก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนังดัง ปัง!
ผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นคือหญิงวัยกลางคนในชุดเดรสหรูหรา เธอคือ ‘คุณหญิงดาริกา’ ภรรยาของคุณพิพัฒน์ที่ตามข่าวลือบอกว่าแยกกันอยู่ไปหลายปีแล้ว ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ดวงตากลับวาวโรจน์ไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้นอย่างปิดไม่มิด
สายตาของเธอตวัดมองร่างของคุณพิพัฒน์ที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนของฉัน ก่อนจะจ้องมองมาที่ฉันด้วยความเกลียดชัง
“นี่แกเป็นใคร!” เสียงแหลมปรี๊ดตวาดกร้าว ดังก้องไปทั่วคฤหาสน์
“ฉัน… ฉันเป็นผู้ช่วยพยาบาลค่ะ เอา…”
“เพียะ!”
ไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ ฝ่ามือเรียวที่ประดับด้วยแหวนเพชรก็ตบฉาดเข้าที่ซีกหน้าของฉันอย่างแรงจนฉันเซล้มลงไปกองกับพื้น พร้อมกับร่างของคุณพิพัฒน์
“อย่ามาตอแหล!” คุณหญิงดาริกาชี้หน้าฉัน มือของเธอสั่นเทิ้ม “แกคิดว่าฉันโง่เหรอ นังเด็กเมื่อวานซืน! แกมันก็แค่นังเมียน้อย นังผู้หญิงหน้าด้านที่คิดจะมาปอกลอกผัวฉัน! แกเป็นคนทำลายครอบครัวฉัน!”
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มือหนึ่งกุมแก้มที่ชาดิก “ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ! คุณพิพัฒน์กำลังแย่ ฉันต้องโทรเรียกกู้ชีพ…”
“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เธอปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อฉัน “แกคิดจะทำอะไร แกป้อนยาพิษอะไรให้ผัวฉันกินเพื่อหวังฮุบสมบัติใช่ไหม! ฟังฉันให้ดีนะนังแพศยา ฉันจะบดขยี้แกให้จมดิน ฉันจะทำให้ชีวิตแกพังพินาศย่อยยับจนไม่มีที่ยืนในสังคม ก่อนที่ไอ้ผัวเฮงซวยของฉันมันจะฟื้นขึ้นมาพล่ามความจริงอะไรให้ใครฟังเสียอีก!”
หัวใจของฉันเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก คำขู่ของเธอไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แววตาของเธอคือแววตาของฆาตกรที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกปิดความลับบางอย่าง… ความลับที่น่าจะอยู่ในซองจดหมายในกระเป๋าเสื้อของฉัน
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ฉันรู้ว่าหากฉันยอมจำนน ฉันอาจจะไม่ได้เดินออกไปจากบ้านหลังนี้แบบมีชีวิต
ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด ฉันผลักร่างของคุณหญิงดาริกาออกสุดแรงจนเธอเสียหลักล้มลง ฉันรีบล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกง กดโทรออกเบอร์ 1669 พร้อมกับวิ่งหนีเข้าไปในห้องรับแขกเพื่อหลบซ่อนและแจ้งพิกัด
เสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งของคุณหญิงดาริกาดังไล่หลังมา เธอคว้าแจกันใบใหญ่ปาใส่ผนังจนแตกกระจาย เดินตามหาฉันราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังล่าเหยื่อ
“แกอยู่ไหน! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ นังขยะ!”
ฉันซ่อนตัวอยู่หลังโซฟาตัวใหญ่ มือสั่นเทากุมซองจดหมายนั้นไว้แน่น น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้ม เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีแต่กลับยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ จนกระทั่ง… เสียงไซเรนของรถพยาบาลและรถตำรวจดังก้องเข้ามาในซอยและหยุดลงที่หน้าบ้าน
เมื่อเจ้าหน้าที่พังประตูเข้ามา คุณหญิงดาริกาก็รีบเปลี่ยนสีหน้า บีบน้ำตาและแสร้งทำเป็นภรรยาที่น่าสงสาร ร้องห่มร้องไห้บอกว่าฉันเป็นคนร้ายที่บุกเข้ามาทำร้ายสามีเธอ
แต่เธอคิดผิด…
เมื่อสถานการณ์อยู่ในการควบคุมของตำรวจและกู้ภัยกำลังปฐมพยาบาลคุณพิพัฒน์ ฉันเดินก้าวออกมาจากที่ซ่อน พร้อมกับยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลประทับตราครั่งให้กับนายตำรวจระดับสารวัตรที่เข้ามาคุมพื้นที่
“นี่คือสิ่งที่คุณพิพัฒน์ฝากให้ฉันซ่อนไว้จากผู้หญิงคนนั้นค่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ร่างกายจะยังสั่นอยู่ก็ตาม
นายตำรวจเปิดซองนั้นต่อหน้าทุกคน ภายในไม่ใช่พินัยกรรมอย่างที่คุณหญิงดาริกาหวาดระแวง แต่มันคือ ‘หลักฐานทางการเงินและผลตรวจเลือดจากแล็บเอกชน’ ที่ระบุชัดเจนว่า คุณหญิงดาริกาแอบลักลอบนำเงินกงสีไปใช้หนี้พนันนับร้อยล้าน และที่สำคัญ… เธอได้แอบสั่งให้คนลอบวางยาพิษชนิดสะสมในอาหารของคุณพิพัฒน์มาตลอดหลายเดือนเพื่อหวังเอาเงินประกันและมรดก!
ใบหน้าที่เคยเสแสร้งบีบน้ำตาของคุณหญิงดาริกาซีดเผือดลงในพริบตา ขาของเธออ่อนแรงจนทรุดลงไปกองกับพื้น ตำรวจรวบตัวเธอและสวมกุญแจมือทันทีท่ามกลางเสียงกรีดร้องโวยวายที่สิ้นหวัง
ค่ำคืนอันแสนโหดร้ายจบลงตรงนั้น คุณพิพัฒน์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดจากการช่วยเหลือที่ทันท่วงที ส่วนคุณหญิงดาริกาต้องไปชดใช้กรรมในคุกพร้อมกับข้อหาพยายามฆ่าและฉ้อโกง
ส่วนฉัน… นลิน ผู้ช่วยพยาบาลตัวเล็กๆ ได้กลับมาใช้ชีวิตที่สงบสุขอีกครั้ง แม้ว่ารอยฝ่ามือบนแก้มจะจางหายไปตามกาลเวลา แต่เหตุการณ์ในคฤหาสน์ไม้สักหลังนั้น เป็นเครื่องเตือนใจฉันเสมอว่า บางครั้งภัยร้ายที่น่ากลัวที่สุด ก็ไม่ได้มาจากชายชราที่ทุกคนหวาดหวั่น แต่มาจากความโลภในจิตใจของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ครอบครัว’ ต่างหาก
