บัญชีแค้นแบรนด์เนม: รอยยิ้มสุดท้ายก่อนบิลเรียกเก็บ

I. คำสั่งที่ไร้หัวใจ

“ยกเลิกนัดหมอซะพิม! อาการปวดท้องประจำเดือนของคุณมันก็แค่เรื่องสำออยของผู้หญิงนั่นแหละ!”

เสียงตวาดของ “ชวิน” สามีที่ฉันแต่งงานด้วยมาสามปี ดังก้องไปทั่วห้องนั่งเล่น เขายืนกอดอกมองฉันที่กำลังนั่งตัวงออยู่บนโซฟา มือของฉันกุมหน้าท้องที่ปวดเกร็งจนแทบหายใจไม่ออก วันนี้ฉันมีนัดตรวจอัลตราซาวนด์ด่วนกับสูตินรีแพทย์เพราะมีเลือดออกผิดปกติ แต่ชวินกลับไม่สนใจอาการของฉันเลยแม้แต่น้อย

“แต่ชวินคะ หมอบอกว่าถ้าปล่อยไว้อาจจะอันตรายถึง…”

“ผมบอกให้ยกเลิกไง!” ชวินตัดบทอย่างรำคาญ “วันนี้วันเซลล์ใหญ่ของห้างหรูใจกลางกรุงเทพฯ คุณแม่ท่านอยากได้กระเป๋าคอลเลกชันใหม่ คุณต้องขับรถพาท่านไป และ ‘จ่าย’ ค่าของทั้งหมดให้ท่านด้วย ถือเป็นการไถ่โทษที่คุณยังไม่มีหลานให้ท่านสักที!”

ฉันเงยหน้ามองผู้ชายที่ฉันเคยคิดว่าจะเป็นคู่ชีวิต เขาโยนกุญแจรถยุโรปคันหรูที่เป็นชื่อของฉันลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะเดินหันหลังออกจากบ้านไปทำงาน ทิ้งให้ฉันทนปวดท้องอยู่เพียงลำพังพร้อมกับคำสั่งที่โหดร้ายที่สุด

ความเสียใจที่สะสมมานานแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สะกดกลั้นความเจ็บปวดทางกาย แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน…

“ได้ค่ะชวิน… ฉันจะพาลูกค้า VIP ของคุณไปชอปปิงให้หนำใจเลย” ฉันกระซิบกับตัวเอง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก

II. สามสิบนาทีแห่งความโลภ

“คุณหญิงแขไข” แม่ของชวิน นั่งเชิดหน้าอยู่เบาะหลังรถ เธอบ่นกระปอดกระแปดตลอดทางเรื่องที่ฉันขับรถช้า แต่ฉันไม่ได้โต้ตอบอะไร ฉันเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ ผ่านกระจกมองหลัง

เมื่อเรามาถึงโซน VIP ของบูติกแบรนด์เนมระดับโลก คุณหญิงแขไขก็พุ่งตัวเข้าไปราวกับคนอดอยาก เธอชี้นิ้วสั่งพนักงานให้หยิบกระเป๋าหนังจระเข้ รองเท้ารุ่นลิมิเต็ด และผ้าพันคอไหมราคาแพงหูฉี่มากองรวมกันจนแทบจะล้นเคาน์เตอร์

“พิม! ยืนบื้ออยู่ทำไม มาช่วยฉันเลือกสิยะ หรือว่าเสียดายเงิน!” คุณหญิงแขไขหันมาตวาดใส่ฉันที่ยืนกอดอกอยู่ห่างๆ

“ไม่เสียดายหรอกค่ะคุณแม่” ฉันยิ้มหวาน “คุณแม่เลือกตามสบายเลยนะคะ พิมให้เวลาคุณแม่ ‘สามสิบนาทีเต็ม’ อยากได้อะไรหยิบเลยค่ะ พิมจะเป็นคน ‘จัดการ’ ให้เอง”

คำว่า ‘จัดการ’ ของฉันทำให้คุณหญิงแขไขยิ้มกริ่ม เธอหันไปสั่งของเพิ่มอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจราคาป้ายเลยแม้แต่น้อย

ในขณะที่แม่สามีกำลังหลงระเริงอยู่กับกองกล่องแบรนด์เนมสีส้มและสีดำ ฉันล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา กดโทรออกหา “คุณหมออารยา” สูตินรีแพทย์ประจำตัวของฉัน

“คุณหมอคะ พิมกำลังส่งไฟล์เอกสารบางอย่างให้คุณหมอดูค่ะ… ใช่ค่ะ เอกสารที่ชวินกับคุณแม่เขา ‘พยายามซ่อน’ พิมมาตลอด”

III. ความจริงในแฟ้มประวัติ

ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ ก่อนที่คุณหมออารยาจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ “คุณพิมคะ! นี่มัน… ผลการตรวจน้ำเชื้อของคุณชวินเมื่อสองปีก่อนนี่คะ! เขา… เขาเป็นหมันนี่นา! แล้วทำไม…”

“ใช่ค่ะหมอ” ฉันตอบเสียงเรียบ “เขาเป็นหมันมาตั้งแต่ก่อนแต่งงานกับพิม แต่เขากับคุณแม่รวมหัวกันหลอกพิม โยนความผิดมาให้พิมว่าเป็นผู้หญิงกินระนาด ไร้น้ำยา แถมยังบังคับให้พิมกินยาต้มบ้าบออะไรก็ไม่รู้จนฮอร์โมนพิมผิดปกติและปวดท้องอย่างหนักแบบนี้ไงคะ”

“นี่มันหลอกลวงกันชัดๆ เลยนะคะ! คุณพิมจะทำยังไงต่อไปคะ?” หมออารยาถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องห่วงค่ะหมอ พิมกำลัง ‘คิดบัญชี’ อยู่พอดี… แค่นี้ก่อนนะคะ”

ฉันกดวางสาย มองนาฬิกาข้อมือ… ครบสามสิบนาทีพอดี

IV. บัตรเครดิตที่หลับใหล

“ทั้งหมด 2,500,000 บาทถ้วนค่ะคุณผู้หญิง” พนักงานขายหน้าตายิ้มแย้ม แจ้งยอดชำระที่เคาน์เตอร์ VIP

คุณหญิงแขไขยืดอกอย่างภาคภูมิใจ หันมามองหน้าฉัน “จ่ายสิยะพิม! มัวยืนรออะไรอยู่”

ฉันเดินนวยนาดเข้าไปที่เคาน์เตอร์ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายราคาแพงของตัวเอง… แต่แทนที่ฉันจะหยิบบัตรเครดิตใบสีดำออกมา ฉันกลับหยิบเพียง ‘กุญแจรถ’ ของตัวเองขึ้นมาแกว่งเล่น

“อุ๊ย… ขอโทษทีค่ะคุณแม่ พอดีพิมลืมหยิบบัตรเครดิตมาจากบ้าน” ฉันทำหน้าซื่อตาใส

“อะไรนะ! นังพิม! แกจงใจจะหักหน้าฉันเหรอฮะ! โทรหาตาชวินเดี๋ยวนี้ ให้เขาโอนเงินมา!” คุณหญิงแขไขหน้าซีดเผือด กรีดร้องลั่นร้านจนลูกค้ารายอื่นหันมามอง

“พิมว่า… โทรไปชวินก็คงไม่มีเงินโอนให้คุณแม่หรอกค่ะ” ฉันแสยะยิ้ม ก้าวเข้าไปกระซิบใกล้ๆ หูของอดีตแม่สามี “เพราะเมื่อสิบนาทีก่อน ทนายของพิมเพิ่งยื่นฟ้องหย่าชวิน พร้อมกับหลักฐานที่พวกคุณหลอกลวงเรื่องที่เขาเป็น ‘หมัน’ และอายัดบัญชีร่วมทั้งหมดของเราเรียบร้อยแล้วค่ะ”

คุณหญิงแขไขเบิกตากว้างจนแทบถลน ทรุดตัวลงเกาะขอบเคาน์เตอร์อย่างหมดสภาพ

“อ้อ… แล้วกระเป๋ากับรองเท้าพวกนี้ คุณแม่ก็หาทางจ่ายเอาเองนะคะ อ้างชื่อพิมไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะตอนนี้… พิมไม่ใช่สะใภ้ของบ้านคุณอีกต่อไปแล้ว”

ฉันส่งยิ้มหวานเป็นครั้งสุดท้ายให้พนักงานขายที่กำลังยืนอ้าปากค้าง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบูติกหรูนั้นไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้คุณหญิงแขไขเผชิญหน้ากับบิลเงินล้านและความอับอายที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง

เมื่อก้าวออกมานอกห้าง อาการปวดท้องของฉันเริ่มทุเลาลงอย่างน่าประหลาด อาจจะเป็นเพราะยาขมๆ ที่ฉันทนกลืนมานานสามปี ได้ถูกคายทิ้งไปจนหมดสิ้นแล้ว วันนี้… ฉันพร้อมจะกลับไปหาหมอเพื่อรักษาตัว และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีปลิงดูดเลือดมาคอยสูบความสุขของฉันอีกต่อไป.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *