ดอกทานตะวันที่ถูกทิ้งลืม: ห้าปีที่รอคอย แลกกับอ้อมกอดของหญิงอื่น…

 และโทรศัพท์เพียงสายเดียวที่บดขยี้ตระกูลคนทรยศจนย่อยยับ!

I. ห้าปีแห่งการรอคอยและดอกทานตะวันแห่งคำสัญญา

ณ อาคารผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินสุวรรณภูมิ “รินทร์ลภัส” ยืนถือช่อดอกทานตะวันสีเหลืองสดใสด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ดอกไม้ช่อนี้คือสัญลักษณ์แห่งคำสัญญา… สัญญาที่ “ชัชวีร์” สามีของเธอเคยให้ไว้เมื่อห้าปีก่อน ก่อนที่เขาจะบินไปเรียนต่อและสร้างธุรกิจที่สหรัฐอเมริกา เขาเคยบอกว่าดอกทานตะวันหมายถึงความซื่อสัตย์ และเขาจะรักเธอเพียงคนเดียว

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา รินทร์ลภัสทำหน้าที่ภรรยาและสะใภ้ที่แสนดี เธอทนรองรับอารมณ์และคำดูถูกของ “คุณหญิงมาลัย” แม่สามี และ “ชลลดา” น้องสาวของชัชวีร์ ที่มักจะค่อนขอดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงกำพร้ายากจนที่โชคดีได้แต่งงานกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตระกูล

รินทร์ลภัสทนทุกอย่าง ส่งเงินที่เธอหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงไปช่วยสมทบทุนให้ชัชวีร์สร้างบริษัทสตาร์ทอัพที่อเมริกาจนประสบความสำเร็จ วันนี้คือวันที่เขากลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่ และเธอตั้งใจจะมารับเขากลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว

II. อ้อมกอดที่พังทลายโลกทั้งใบ

เสียงประกาศเที่ยวบินจากนิวยอร์กลงจอด รินทร์ลภัสชะเง้อมองผ่านฝูงชน จนกระทั่งเห็นร่างสูงโปร่งของชัชวีร์เดินลากกระเป๋าออกมา ใบหน้าของเขายังคงหล่อเหลาและดูภูมิฐานขึ้นกว่าเดิมมาก เธอเตรียมจะก้าวออกไปพร้อมรอยยิ้มและช่อดอกทานตะวัน… แต่แล้ว ฝีเท้าของเธอก็ต้องหยุดชะงักราวกับถูกตอกตะปูตรึงไว้กับพื้น

ชัชวีร์ไม่ได้เดินออกมาคนเดียว มีหญิงสาวสวยจัดในชุดแบรนด์เนมหรูหราเดินควงแขนเขามาติดๆ ผู้หญิงคนนั้นคือ “ลลิตา” ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ ชัชวีร์หันไปจุมพิตที่ขมับของลลิตาอย่างทะนุถนอม ก่อนที่ทั้งสองจะสวมกอดกันอย่างลึกซึ้งท่ามกลางผู้คน

ยิ่งไปกว่านั้น คุณหญิงมาลัยและชลลดาที่แอบมายืนรอรับอยู่อีกฝั่ง รีบปรี่เข้าไปสวมกอดลลิตาอย่างประจบประแจง “หนูลลิตา! ลูกสะใภ้ของแม่ เดินทางมาเหนื่อยไหมลูก” คุณหญิงมาลัยยิ้มกว้าง

รินทร์ลภัสตัวสั่นเทา เธอเดินเข้าไปหาพวกเขาราวกับคนไร้วิญญาณ “ชัช… นี่มันหมายความว่ายังไงคะ?”

ชัชวีร์หันมามองรินทร์ลภัส เขาชะงักไปเล็กน้อย แต่แววตาของเขากลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างรวดเร็ว “รินทร์… คุณมาทำไม? ผมกะจะให้ทนายเอาเอกสารไปให้คุณที่บ้านพรุ่งนี้” เขาถอนหายใจ “เราเลิกกันเถอะรินทร์ ตอนนี้ผมเป็นถึงซีอีโอระดับร้อยล้าน ผมต้องการผู้หญิงที่คู่ควรและส่งเสริมภาพลักษณ์ของผมได้ อย่างลลิตา… ไม่ใช่ผู้หญิงจืดชืดที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างคุณ”

ชลลดาหัวเราะเยาะ “ได้ยินแล้วก็กลับไปเก็บข้าวของออกจากคฤหาสน์ของพวกเราซะนะยะ นังปลิงดูดเลือด!”

III. โทรศัพท์สายเดียวสั่งประหาร

รินทร์ลภัสก้มลงมองช่อดอกทานตะวันในมือ… สัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ที่เธอยึดถือมาตลอดห้าปี บัดนี้มันกลายเป็นเพียงขยะที่น่าสมเพช

ไม่มีน้ำตาหลั่งออกมาจากดวงตาคู่สวย ไม่มีเสียงกรีดร้องโวยวาย รินทร์ลภัสเพียงแค่ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนชัชวีร์รู้สึกเสียวสันหลัง เธอเดินไปที่ถังขยะใกล้ๆ และทิ้งดอกทานตะวันช่อนั้นลงไปอย่างไม่ไยดี

จากนั้น เธอล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า กดโทรออกหาเบอร์ที่เธอไม่ได้ติดต่อมานานถึงห้าปี

“สวัสดีค่ะ คุณลุงวิเชียร” เสียงของรินทร์ลภัสราบเรียบและทรงอำนาจ “คุณหนูรินทร์! ในที่สุดคุณหนูก็ยอมโทรหาผม” ปลายสายตอบรับด้วยความปีติ “ดำเนินการตามแผน ‘กวาดล้าง’ ได้เลยค่ะ ดึงเงินลงทุนทั้งหมดของ ‘ที.อาร์. คอร์ปอเรชั่น’ ออกจากบริษัทของชัชวีร์ ยกเลิกสัญญาเช่าคฤหาสน์ตระกูลของเขา และอายัดบัญชีบัตรเครดิตทุกใบที่ผูกกับกองทุนของรินทร์เดี๋ยวนี้ค่ะ”

ชัชวีร์ขมวดคิ้ว “คุณบ้าไปแล้วเหรอรินทร์ โทรหาใคร? ที.อาร์. คอร์ปอเรชั่น นั่นมันบริษัทมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศที่เป็นนายทุนใหญ่ของผมนะ คุณไปเกี่ยวอะไรด้วย!”

IV. หน้ากากที่ถูกถอด และหายนะที่มาเยือน

รินทร์ลภัสเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า กอดอกมองอดีตสามีและครอบครัวจอมปลอมด้วยสายตาสมเพช “คุณคิดจริงๆ เหรอชัช ว่าผู้หญิงกำพร้าจนๆ จะมีเงินส่งเสียให้คุณเดือนละหลายแสนตลอดห้าปีที่คุณอยู่อเมริกา?”

รินทร์ลภัสก้าวเข้าไปใกล้ แววตาของเธอฉายประกายความยิ่งใหญ่ที่ถูกซ่อนไว้มานาน “ฉันคือ ‘รินทร์ลภัส ธรรมรงค์กุล’ ทายาทเพียงคนเดียวของ ที.อาร์. คอร์ปอเรชั่น ฉันยอมปิดบังฐานะ ยอมทำตัวเป็นสะใภ้จนๆ เพื่อพิสูจน์รักแท้และทดสอบความจริงใจของครอบครัวคุณ… แต่พวกคุณมันก็แค่พวกเหลือบไรที่บูชาเงิน และหักหลังความซื่อสัตย์ของฉัน!”

“ม-ไม่จริง…” คุณหญิงมาลัยหน้าซีดเผือด

ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าของชัชวีร์ก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เขาเพิ่งรับสายได้เพียงไม่กี่วินาที โทรศัพท์ก็ร่วงหล่นจากมือ “บ-บริษัท… ผู้ถือหุ้นใหญ่ถอนทุนออกหมดแล้ว หุ้นตกจนติดดิน ธนาคารเพิ่งโทรมาบอกว่าบัญชีบริษัทถูกระงับข้อหาฉ้อโกง…” ชัชวีร์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นสนามบิน ขาทั้งสองข้างสั่นจนยืนไม่อยู่

ชลลดาล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมาบ้าง หน้าจอเต็มไปด้วยข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารว่าบัตรเครดิตวีไอพีทุกใบที่เธอใช้รูดซื้อแบรนด์เนมถูกอายัด และมีข้อความจากทนายความแจ้งขับไล่ออกจากคฤหาสน์หรู… ซึ่งความจริงแล้วเป็นทรัพย์สินที่รินทร์ลภัสซื้อไว้และให้พวกเขานอนอยู่ฟรีๆ

V. จุดจบที่ไม่มีวันหวนคืน

ลลิตาที่ยืนฟังอยู่ตลอดหน้าเสียทันที เธอคบกับชัชวีร์เพราะคิดว่าเขาเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ที่รวยด้วยตัวเอง เมื่อรู้ว่าชัชวีร์กำลังจะล้มละลายและมีหนี้สินมหาศาล เธอจึงสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขา “นี่คุณหลอกฉันเหรอชัช! ผู้ชายหมดตัวอย่างคุณ ใครจะไปทนกัดก้อนเกลือกินด้วย ลาก่อน!” ลลิตาหันหลังเดินสะบัดก้นจากไปทันที ทิ้งให้ชัชวีร์ร้องเรียกด้วยความสิ้นหวัง

“รินทร์! รินทร์ครับ ผมขอโทษ!” ชัชวีร์คลานเข้ามาเกาะขารินทร์ลภัส น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม “ผมมันโง่เอง ผมรักคุณนะรินทร์ เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ!”

คุณหญิงมาลัยและชลลดารีบพุ่งเข้ามาคุกเข่าพนมมือไหว้รินทร์ลภัสกลางสนามบิน ไม่อายสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา “หนูรินทร์ ลูกสะใภ้คนโปรดของแม่ แม่ขอโทษนะลูก ยกโทษให้ครอบครัวเราเถอะนะ อย่าไล่พวกเราออกจากบ้านเลย”

รินทร์ลภัสก้มมองภาพที่น่าสมเพชตรงหน้า ก่อนจะดึงขาตัวเองออกจากการเกาะกุมอย่างรังเกียจ “ความรักของฉัน มันถูกทิ้งลงถังขยะไปพร้อมกับดอกทานตะวันช่อนั้นแล้วค่ะ… ขอให้สนุกกับชีวิตล้มละลาย และหนี้สินร้อยล้านที่ฉันเพิ่งมอบให้นะคะ”

เธอหันหลังเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งอดีตสามีและครอบครัวหน้าไหว้หลังหลอกให้จมอยู่กับกองน้ำตาและความพินาศที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง… ตลอดกาล.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *