บททดสอบสีฝุ่นบนกองเงินกองทอง: เมื่อเศรษฐีชราปลอมตัว

เป็นยาจกไร้ญาติ เพื่อกระชากหน้ากากว่าที่สะใภ้ CEO!

I. ความกังวลของมหาเศรษฐี

ณ คฤหาสน์หรูหราของตระกูล “เกียรติธาดา” เจ้าของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้าน “เจ้าสัวบริพัตร” และ “คุณหญิงดาริกา” สองสามีภรรยาวัยเกษียณ กำลังนั่งปรึกษาหารือกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เรื่องที่ทำให้ผู้กุมอำนาจทางธุรกิจต้องหนักใจ ไม่ใช่เรื่องผลกำไรของบริษัท แต่เป็นเรื่องคู่ครองของ “ภูผา” ลูกชายเพียงคนเดียวที่เพิ่งขึ้นรับตำแหน่ง CEO หมาดๆ

ภูผาเป็นชายหนุ่มรูปหล่อ โปรไฟล์ดี และร่ำรวยมหาศาล ทำให้มีหญิงสาวมากหน้าหลายตาพยายามเข้าหาเพื่อหวังจะเกาะตำแหน่ง ‘นายหญิง’ ของเกียรติธาดากรุ๊ป เจ้าสัวและคุณหญิงผ่านโลกมามาก พวกเขามองเห็นความจอมปลอมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มหวานแหววและกระเป๋าแบรนด์เนมของหญิงสาวเหล่านั้น

“เด็กสมัยนี้หน้าเนื้อใจเสือนะคะคุณพี่ ฉันกลัวเหลือเกินว่าตาภูจะคว้าเอาผู้หญิงที่รักแต่เงินของเรามาเป็นภรรยา” คุณหญิงดาริกาถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้น… เราคงต้องลงไป ‘ทดสอบ’ ว่าที่สะใภ้พวกนี้ด้วยตัวเองแล้วล่ะ” เจ้าสัวบริพัตรยิ้มเจ้าเล่ห์

ทั้งสองวางแผนแอบหนีออกจากคฤหาสน์ สลัดคราบมหาเศรษฐี สวมเสื้อผ้าเก่าขาดรุ่งริ่ง ทาหน้าตาให้มอมแมม และแปลงกายเป็นคู่ตายายเก็บของเก่าขายที่ไม่มีใครรغبวบ เพื่อไปดักรอหญิงสาวที่กำลังเป็นข่าวควงกับลูกชายของพวกเขาอยู่แถวหน้าตึกบริษัท!

II. นางฟ้าจอมปลอมและยาจกริมทาง

หน้าตึกระฟ้าของเกียรติธาดากรุ๊ป “เมลดา” ดาราสาวและเซเลบริตี้ชื่อดังที่กำลังมีข่าวพัวพันกับภูผา ก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรู เธอกำลังจะนำกล่องขนมมาฝาก CEO หนุ่มเพื่อสร้างภาพลักษณ์ผู้หญิงแสนดี

จังหวะนั้นเอง เจ้าสัวบริพัตรในคราบชายชราหลังค่อมที่กำลังเข็นรถเก็บขยะ แกล้งทำเป็นสะดุดล้มจนขวดพลาสติกเปล่ากระเด็นไปโดนรองเท้าส้นสูงราคาแพงของเมลดา

“ว้าย! สกปรกที่สุด!” เมลดากรีดร้องเสียงหลง กระโดดหนีราวกับโดนน้ำร้อนลวก “ข-ขอโทษครับคุณหนู ตาไม่ได้ตั้งใจ…” เจ้าสัวบริพัตรพยายามยกมือไหว้ด้วยมือที่เปื้อนฝุ่น คุณหญิงดาริกาในคราบยายแก่รีบเข้าไปช่วยประคองสามี

“ตาบอดหรือไงฮะไอ้พวกขอทาน! รู้ไหมว่ารองเท้าคู่นี้ราคาเท่าไหร่ ขายขยะทั้งชีวิตพวกแกยังซื้อไม่ได้เลย!” เมลดาชี้หน้าด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบโลน ใบหน้าที่เคยสวยงามบิดเบี้ยวไปด้วยความรังเกียจ “ไสหัวไปไกลๆ เลยนะ! ฉันกำลังจะเข้าไปหาคุณภูผา ว่าที่สามีของฉัน ถ้าฉันได้เป็นนายหญิงของตึกนี้เมื่อไหร่ ฉันจะสั่งให้รปภ. กระทืบพวกแกที่มาเดินเพ่นพ่านหน้าตึก!”

เจ้าสัวและคุณหญิงลอบมองหน้ากัน… บททดสอบแรกผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเมลดา ‘สอบตก’ อย่างไม่มีชิ้นดี

III. น้ำใจที่ไม่ได้หวังผลตอบแทน

ขณะที่เมลดากำลังด่าทออย่างเมามัน “พิมพ์ชนก” พนักงานสาวแผนกบัญชีที่เพิ่งกลับจากพักเที่ยงก็รีบวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ เธอไม่ได้สวมเครื่องประดับหรูหรา มีเพียงชุดทำงานธรรมดาๆ และรอยยิ้มที่จริงใจ

“คุณเมลดาคะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ คุณตาคุณยายท่านคงไม่ได้ตั้งใจ” พิมพ์ชนกพยายามไกล่เกลี่ย ก่อนจะหันไปพยุงคุณหญิงดาริกาให้ลุกขึ้น “คุณตาคุณยายเจ็บตรงไหนไหมคะ?”

“อย่ามาแส่เรื่องของฉันนะยัยพนักงานชั้นผู้น้อย!” เมลดาตวาด ก่อนจะสะบัดหน้าเดินเชิดเข้าไปในตึก ทิ้งให้พิมพ์ชนกอยู่กับตายายเก็บของเก่า

พิมพ์ชนกไม่สนใจคำด่าทอ เธอช่วยเก็บขวดพลาสติกใส่รถเข็นจนเสร็จ ก่อนจะหยิบน้ำดื่มและแซนด์วิชที่เธอเพิ่งซื้อมา ยัดใส่มือของคุณหญิงดาริกา “คุณตากับคุณยายรับนี่ไว้นะคะ อากาศร้อนๆ ทานน้ำก่อน จะได้มีแรง… หนูมีเงินติดตัวไม่มาก เอาไว้ซื้อข้าวเย็นทานนะคะ” พิมพ์ชนกยื่นแบงก์ร้อยสองใบให้ด้วยความเต็มใจ

“หนูไม่รังเกียจพวกตาหรือลูก… เสื้อผ้าพวกตาเหม็นจะตาย” เจ้าสัวบริพัตรแกล้งถาม “รังเกียจทำไมล่ะคะ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะมีน้ำใจให้กันได้นี่คะ คุณตาคุณยายดูแลตัวเองดีๆ นะคะ หนูต้องรีบไปทำงานแล้ว” พิมพ์ชนกยิ้มหวานก่อนจะวิ่งเข้าไปในบริษัท ทิ้งให้มหาเศรษฐีเฒ่าทั้งสองมองตามด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและซาบซึ้งใจ

IV. งานกาล่าและแขกวีไอพี

หนึ่งเดือนต่อมา เกียรติธาดากรุ๊ปได้จัดงานกาล่าดินเนอร์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งบริษัท เมลดาแต่งตัวจัดเต็มด้วยชุดราตรีเพชรระยิบระยับ เดินควงแขนภูผาเข้างานอย่างสง่างาม เธอประกาศให้สื่อมวลชนรู้กลายๆ ว่าเธอคือว่าที่นายหญิงของที่นี่

ในขณะที่พิมพ์ชนกมาร่วมงานในฐานะพนักงานตัวเล็กๆ ที่คอยช่วยดูแลความเรียบร้อยอยู่หลังงาน

“วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่ของผมจะมาร่วมงานด้วยนะครับ พวกท่านอยากจะมาทำความรู้จักกับแขกพิเศษ” ภูผากระซิบบอกเมลดา ทำให้ดาราสาวยิ้มกริ่มจนแก้มแทบปริ เธอเตรียมคำหวานร้อยแปดพันเก้าไว้เอาใจว่าที่พ่อผัวแม่ผัวอย่างเต็มที่

เมื่อถึงเวลาสำคัญ ไฟในห้องบอลรูมสว่างวาบขึ้น ประตูบานใหญ่เปิดออก เจ้าสัวบริพัตรในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดราคาแพง และคุณหญิงดาริกาในชุดเดรสไหมไทยประดับเพชรเม็ดเป้ง ก้าวเดินเข้ามาในงานอย่างทรงอำนาจ แขกทุกคนต่างโค้งคำนับให้เกียรติ

เมลดาตื่นเต้นจนตัวสั่น เธอรีบจัดหน้าม้าและฉีกยิ้มกว้างที่สุด เตรียมจะเข้าไปสวัสดี แต่เมื่อมหาเศรษฐีทั้งสองเดินเข้ามาใกล้… รอยยิ้มของเมลดาก็ค่อยๆ หุบลง เปลี่ยนเป็นความตกตะลึงจนหน้าซีดเผือด!

V. หน้ากากที่ถูกกระชาก

ใบหน้าของผู้มีอำนาจสูงสุดทั้งสอง ซ้อนทับกับ ‘ตายายเก็บของเก่า’ ที่เธอเคยด่าทอหน้าตึกอย่างชัดเจน!

“ส-สวัสดีค่ะ ท่านประธาน… คุณหญิง…” เมลดาเสียงสั่น ขาทั้งสองข้างอ่อนแรง “อ้าว… นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่หนูนางฟ้าใจร้ายนี่เอง” เจ้าสัวบริพัตรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่นัยน์ตาคมกริบ “จำตาแก่เก็บของเก่าที่หนูขู่จะให้ รปภ. กระทืบได้ไหม?”

คำพูดของเจ้าสัวทำให้คนทั้งงานเงียบกริบ ภูผาหันไปมองเมลดาด้วยความผิดหวัง เขาเองก็รับรู้แผนการของพ่อแม่มาตลอด และเฝ้ารอดูธาตุแท้ของผู้หญิงที่พยายามเข้าหาเขา

“ม-ไม่ใช่นะคะ! วันนั้นเมลดาแค่… แค่อารมณ์เสีย…” เมลดาพยายามแก้ตัว น้ำตาเริ่มคลอเบ้า “อารมณ์เสียจนต้องเหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนอื่นอย่างนั้นหรือ?” คุณหญิงดาริกาสวนกลับอย่างเยือกเย็น “ผู้หญิงที่วัดค่าคนจากเสื้อผ้าและเงินทอง ไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้ของเกียรติธาดา… ภูผา จัดการเรื่องนี้ซะ แม่ไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้”

ภูผาพยักหน้า เขาสั่งให้รปภ. เชิญตัวเมลดาออกจากงานทันที ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาและสายตาสมเพชของแขกเหรื่อ เมลดาเดินร้องไห้ออกไปอย่างหมดสภาพ ความฝันที่จะเป็นภรรยา CEO พังทลายลงในพริบตา

VI. เพชรแท้ที่ถูกค้นพบ

หลังจากความวุ่นวายจบลง เจ้าสัวบริพัตรและคุณหญิงดาริกากวาดสายตามองไปทั่วงาน ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับร่างเล็กๆ ของพิมพ์ชนก ที่กำลังยืนอ้าปากค้างอยู่มุมห้อง

“แม่หนูคนนั้นน่ะ มาหาตาหน่อยสิลูก” เจ้าสัวกวักมือเรียก พิมพ์ชนกเดินเข้ามาอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ท-ท่านประธาน… คุณหญิง… คือตายายวันนั้น…”

คุณหญิงดาริกาดึงมือของพิมพ์ชนกมากุมไว้อย่างทะนุถนอม รอยยิ้มที่มอบให้เต็มไปด้วยความอบอุ่น “ใช่จ้ะ… ยายเอง วันนั้นถ้าไม่ได้น้ำใจและแซนด์วิชของหนู ยายกับตาคงแย่… หนูรู้ไหมว่าแซนด์วิชชิ้นนั้น มันอร่อยกว่าอาหารเหลาในงานนี้เสียอีก”

ภูผาเดินเข้ามายืนข้างๆ พิมพ์ชนก เขาส่งยิ้มละมุนให้เธอ “ผมแอบมองคุณมาตั้งแต่ตอนที่คุณทำงานที่แผนกบัญชีแล้ว… แต่หลังจากเหตุการณ์ที่หน้าตึกวันนั้น มันทำให้ผมมั่นใจว่า คุณไม่ได้มีดีแค่ความสามารถ แต่คุณมีหัวใจที่งดงามที่สุด”

“ตาภู… แม่ฝากดูแลแม่หนูคนนี้ให้ดีๆ นะ เพชรแท้ที่ส่องประกายได้แม้ในที่ที่มืดมิดแบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะลูก” เจ้าสัวบริพัตรหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

พิมพ์ชนกหน้าแดงก่ำ เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่า ความเมตตาเพียงเล็กน้อยที่มอบให้กับคนแปลกหน้าริมทาง จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูหัวใจของ CEO หนุ่ม และทำให้เธอได้รับการยอมรับจากครอบครัวมหาเศรษฐีอย่างสมบูรณ์แบบ… ไม่ใช่เพราะเธอมีเงินทอง แต่เพราะเธอมีความดีที่ประเมินค่าไม่ได้ต่างหาก!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *