ปีถูกหักหลังด้วยครอบครัวใหม่ของสามีที่ฟื้นคืนชีพ… และบทลงโทษที่สาสม!
ความตายคือสิ่งเดียวที่พรากคนที่เรารักไปได้ตลอดกาล… นั่นคือสิ่งที่ฉันเชื่อมาตลอด 5 ปีเต็ม จนกระทั่งความจริงอันน่าขยะแขยงได้เปิดเผยอยู่ตรงหน้า และสอนให้ฉันรู้ว่า ‘ความมักง่ายและเห็นแก่ตัว’ ต่างหาก ที่พรากเขาไปจากฉัน!
I. ห้าปีแห่งเงาความเศร้า
ฉันชื่อ “รินลดา” ห้าปีก่อน โลกทั้งใบของฉันพังทลายลงเมื่อได้รับแจ้งข่าวร้ายว่า “ธาม” สามีที่ฉันรักสุดหัวใจ ประสบอุบัติเหตุเรือยอร์ชล่มกลางทะเลลึก ศพของเขาจมหายไปในเกลียวคลื่นและไม่เคยถูกค้นพบ ทางการประกาศให้เขาเป็นบุคคลสาบสูญและเสียชีวิตตามกฎหมายในเวลาต่อมา
ฉันแทบขาดใจตายตามเขา โชคดีที่ยังมีธุรกิจของครอบครัวให้ต้องสานต่อ ฉันใช้เวลาเยียวยาตัวเองอย่างยากลำบาก ในขณะที่ “คุณหญิงวิมล” แม่สามีของฉัน ตัดขาดการติดต่อและย้ายไปอยู่ต่างประเทศ โดยอ้างว่าทำใจไม่ได้ที่เห็นหน้าฉันแล้วต้องนึกถึงลูกชาย
ฉันใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว อุทิศความรักทั้งหมดให้กับการทำงานและสร้างกุศลอุทิศให้ธามเสมอมา… จนกระทั่งวันนี้
II. การพบกันที่ไม่ได้เตรียมใจ
บ่ายวันอาทิตย์ ฉันเดินทางมาที่ “ศูนย์ฟื้นฟูและดูแลสุขภาพชีวารมย์” ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและมารดาหลังคลอดระดับไฮเอนด์ที่ตั้งอยู่แถบชานเมือง เพื่อมาเยี่ยม “พลอย” เพื่อนร่วมงานที่เพิ่งคลอดลูกและมาพักฟื้นที่นี่
บรรยากาศของศูนย์เต็มไปด้วยความร่มรื่น สวนสไตล์อังกฤษถูกจัดไว้อย่างสวยงาม หลังจากเยี่ยมพลอยเสร็จ ฉันขอตัวลงมาเดินเล่นที่สวนด้านล่างเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์
แต่ในจังหวะที่ฉันกำลังเดินผ่านศาลาริมน้ำ… สายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับร่างของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อน
ผู้ชายตัวสูงใหญ่ในชุดลำลอง กำลังอุ้มทารกแรกเกิดไว้ในอ้อมแขน เขาก้มลงหอมแก้มเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ข้างกายเขามีหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาสะสวยนั่งอิงแอบอยู่ และที่ฝั่งตรงข้ามคือหญิงสูงวัยที่กำลังหัวเราะร่าเริง
โลกของฉันหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดกึก ขาทั้งสองข้างชาหนึบราวกับถูกตอกตะปูตรึงไว้กับพื้น
ชายคนนั้น… โครงหน้า แววตา รอยยิ้ม และปานดำเล็กๆ ที่หลังมือซ้าย… นั่นคือ “ธาม”… สามีที่ตายไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน! และหญิงสูงวัยที่นั่งหัวเราะอยู่นั่น ก็คือ คุณหญิงวิมล แม่ของเขา!
III. ครอบครัวสุขสันต์บนคราบน้ำตา
พวกเขาดูเหมือนครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ พ่อ แม่ ลูก และคุณย่า… ภาพตรงหน้าทำให้ฉันแทบจะล้มทั้งยืน มือของฉันสั่นเทาจนต้องจับพนักพิงไม้ใกล้ๆ ไว้แน่น ความเศร้าโศก ความคิดถึง และน้ำตาทุกหยดที่ฉันเสียไปตลอด 5 ปี กลายเป็นความโง่เขลาในพริบตา
“ดูสิคะคุณแม่ ตาน้องคินเหมือนพี่ธามไม่มีผิดเลย” หญิงสาวคนนั้นพูดขึ้น “แน่นอนสิลูก นี่แหละทายาทตัวจริงของตระกูลเรา ไม่เหมือนนังรินลดาที่แต่งงานมาตั้งนานก็ไม่มีน้ำยา ท้องไม่ได้สักที!” คุณหญิงวิมลตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนมีดที่กรีดลึกลงกลางหัวใจฉัน ความจริงกระจ่างชัดโดยไม่ต้องมีใครอธิบาย ธามไม่ได้ตาย เขาแกล้งตายเพื่อหนีจากฉัน เพื่อมาสร้างครอบครัวใหม่กับผู้หญิงที่แม่ของเขาหาให้ ผู้หญิงที่สามารถมี ‘ทายาท’ ให้ตระกูลของเขาได้!
IV. เผชิญหน้าคนตาย
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลืนก้อนสะอื้นและน้ำตาลงไปในลำคอ เปลี่ยนความเสียใจให้กลายเป็นความเยือกเย็น ฉันก้าวเดินออกจากหลังพุ่มไม้ ตรงเข้าไปหาศาลานั้นด้วยจังหวะฝีเท้าที่มั่นคง
“ดูสุขภาพแข็งแรงดีนะคะ… สำหรับคนที่ตายไปแล้วตั้ง 5 ปี”
เสียงของฉันดังกังวานขึ้น ทำลายเสียงหัวเราะของพวกเขาลงในเสี้ยววินาที
ธามหันขวับมามอง ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับเห็นผี ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า ทารกในอ้อมแขนเริ่มร้องไห้จ้า คุณหญิงวิมลผุดลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
“ร-รินลดา… ค-คุณมาอยู่นี่ได้ยังไง…” ธามพูดตะกุกตะกัก เสียงของเขาแหบพร่า “พี่ธามคะ… ผู้หญิงคนนี้คือใครคะ?” หญิงสาวข้างกายถามด้วยความงุนงง
“อ้อ… เขาไม่เคยเล่าให้ฟังเหรอคะว่าก่อนจะมีคุณ เขาเคยมีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายมาก่อน… อดีตภรรยาที่ต้องจัดงานศพทิพย์ ร้องไห้แทบเป็นแทบตายให้ผู้ชายสับปลับที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก!” ฉันตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่แฝงไปด้วยความเคียดแค้น
V. ความจริงที่ถูกเปิดโปง
“นังริน! แกอย่ามาทำลายครอบครัวลูกชายฉันนะ!” คุณหญิงวิมลพยายามรวบรวมความกล้า ชี้หน้าด่าฉัน “แกมันไม่มีปัญญาคลอดลูกให้ตระกูลเรา ธามเขาก็แค่หาทางออกที่ดีที่สุด เขาต้องการเริ่มต้นใหม่กับ ‘อลิส’ แกก็แค่กลับไปใช้ชีวิตของแกซะ ถือซะว่าไม่เคยเห็นพวกเรา!”
ฉันแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพช “หาทางออกที่ดีที่สุด? ด้วยการแกล้งตาย แล้วปล่อยให้ฉันรับผิดชอบหนี้สินบริษัทช่วงวิกฤตอยู่คนเดียวน่ะเหรอคะ? อ้อ… แล้วเงินประกันชีวิตมูลค่า 50 ล้านบาทที่ฉันเซ็นยกให้คุณแม่ไปเพราะความสงสารล่ะคะ… นั่นเรียกว่าการฉ้อโกงบริษัทประกันภัยและหลอกลวงศาลนะคะ คุณหญิง”
ธามหน้าเสีย รีบยัดลูกใส่มืออลิสแล้วเดินเข้ามาหาฉัน “ริน… ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ คุณแม่บังคับผม รินอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเลยนะ ผมขอร้อง…”
VI. บทสรุปของการหลอกลวง
ฉันก้าวถอยหลัง ปัดมือของเขาที่พยายามจะเอื้อมมาจับอย่างรังเกียจ
“อย่าเอามือสกปรกของคุณมาแตะตัวฉัน” ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของผู้ชายที่ฉันเคยรักหมดหัวใจ “คุณเลือกที่จะ ‘ตาย’ ไปจากชีวิตฉันแล้ว ธาม… และคนตาย ก็ไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรทั้งนั้น”
ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดถ่ายภาพพวกเขาไว้อย่างรวดเร็ว “รูปภาพพวกนี้ จะถูกส่งไปให้ทนายความของฉัน และบริษัทประกันภัย ภายใน 10 นาทีข้างหน้า เตรียมตัวอธิบายเรื่องการโกงเงิน 50 ล้านกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เลยค่ะ รวมถึงคดีปลอมแปลงเอกสารราชการด้วย”
“ไม่นะริน! คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ เราเคยรักกันไม่ใช่เหรอ!” ธามคุกเข่าลงอ้อนวอน ในขณะที่คุณหญิงวิมลเป็นลมล้มพับไปกับพื้น อลิสกรีดร้องโวยวายด้วยความสับสน
ฉันมองภาพความพินาศของครอบครัวจอมปลอมตรงหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“ความรักของเรามันตายไปพร้อมกับคุณกลางทะเลเมื่อ 5 ปีก่อนแล้วค่ะ… ขอให้มีความสุขกับชีวิตในเรือนจำนะคะ ทั้งคุณ… และคุณแม่ของคุณ”
ฉันหันหลังก้าวเดินออกมาจากศาลาริมน้ำ ปล่อยเสียงโอดครวญและเสียงร้องไห้ของพวกเขาไว้เบื้องหลัง ลมพัดมาเอื่อยๆ พัดพาเอาความหนักอึ้งที่แบกรับมาตลอด 5 ปีให้ปลิวหายไป วันนี้ฉันไม่ได้สูญเสียใครไปเลย ฉันเพียงแค่ได้ชีวิตของตัวเองกลับคืนมา… อย่างสมบูรณ์แบบ.
