ของขวัญชิ้นใหญ่แด่เมียน้อยลากกระเป๋: เมื่อฉันาส่ง

มอบสามีจอมคบชู้ให้เด็กฝึกงานถึงกลางออฟฟิศ!

I. รอยร้าวใต้หน้ากากครอบครัวสมบูรณ์แบบ

ในแวดวงสังคม ธุรกิจ และเพื่อนฝูง ครอบครัวของเราคือภาพแทนของความสมบูรณ์แบบ ฉันชื่อ “อลิสา” หญิงสาววัย 32 ปี ผู้บริหารบริษัทเอเจนซี่โฆษณาที่กำลังมาแรง และแต่งงานกับ “ชวิน” ผู้บริหารหนุ่มอนาคตไกลของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ เราสองคนดูเหมือนคู่รักที่ใครๆ ต่างก็อิจฉา

แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ภาพลักษณ์ที่งดงามนั้น ความซื่อสัตย์ของชวินได้พังทลายลงไปนานแล้ว

ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ชวินเริ่มกลับบ้านดึก อ้างว่ามีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องดูแล กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่ติดเสื้อเชิ้ตของเขา และข้อความแจ้งเตือนตอนดึกดื่น ทำให้สัญชาตญาณความเป็นภรรยาของฉันทำงาน ฉันไม่ได้โวยวายหรือตีโพยตีพายแบบนางร้ายในละคร ฉันเลือกที่จะเงียบ จ้างนักสืบเอกชน และรวบรวมหลักฐานอย่างใจเย็น

จนกระทั่งฉันได้เห็นภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ… ชวินกำลังเดินโอบเอว “มินตรา” เด็กฝึกงานวัย 22 ปีในแผนกของเขา ทั้งคู่ควงกันไปกินข้าว ดูหนัง และจบลงที่คอนโดหรูที่ชวินแอบเช่าไว้ให้เธอ

ความเสียใจและน้ำตาของฉันจบลงตั้งแต่วันที่เห็นหลักฐานเหล่านั้น ตอนนี้เหลือเพียงความสมเพช และแผนการเอาคืนที่สมบูรณ์แบบที่สุด

II. การเตรียมตัวของนางพญา

เช้าวันจันทร์ที่สดใส ชวินเดินออกจากบ้านไปทำงานด้วยท่าทีปกติ เขาหอมแก้มฉันและบอกรักเหมือนที่เคยทำทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่านั่นจะเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้เหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้

หลังจากรถของเขาแล่นออกไป ฉันเดินขึ้นไปบนห้องนอน เปิดตู้เสื้อผ้า และหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่สุดออกมา ฉันโยนเสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา และของใช้ส่วนตัวของชวินลงไปในนั้นอย่างไม่ไยดี พร้อมกับสอดแฟ้มเอกสารสำคัญสีดำไว้ด้านบนสุด

ฉันแต่งตัวด้วยชุดสูทสีแดงเพลิงที่ดูทรงอำนาจที่สุด สวมรองเท้าส้นสูงสีดำขลับ แต่งหน้าอย่างประณีต และฉีดน้ำหอมกลิ่นโปรด ฉันมองตัวเองในกระจก… ไม่มีคราบน้ำตา ไม่มีผู้หญิงที่น่าสงสาร มีเพียงผู้หญิงที่พร้อมจะตัดเนื้อร้ายทิ้งเพื่อก้าวเดินต่อไป

ฉันลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มุ่งหน้าสู่ตึกออฟฟิศของชวิน

III. พรมแดงสู่ลานประหาร

เวลา 10.30 น. เป็นช่วงเวลาที่พนักงานทุกคนกำลังขะมักเขม้นกับการทำงานในโซนออฟฟิศแบบเปิดโล่ง (Open Plan)

ครืด… ครืด…

เสียงล้อกระเป๋าเดินทางที่เสียดสีกับพื้นพรมดังขึ้นเป็นจังหวะ ฉันเดินเชิดหน้าตรงเข้าไปในแผนกของชวิน พนักงานหลายคนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ บางคนรู้จักฉันในฐานะภรรยาของผู้บริหาร ต่างพากันซุบซิบและส่งสายตาสงสัย

ฉันกวาดสายตาไปรอบๆ จนกระทั่งสะดุดเข้ากับโต๊ะทำงานตัวหนึ่ง ที่นั่น… มินตรา เด็กฝึกงานหน้าตาสะสวยกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่ เธอดูปกติ ไร้เดียงสา ราวกับไม่ได้เป็นมือที่สามทำลายครอบครัวใคร

ฉันเดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะของเธอ ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปหยุดอยู่ตรงหน้า พนักงานทั้งแผนกเริ่มหยุดชะงักและหันมามองเป็นตาเดียว ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ

“ค-คุณอลิสา… ภรรยาของคุณชวินใช่ไหมคะ? มีอะไรให้มินตราช่วยหรือเปล่าคะ?” เด็กฝึกงานสาวถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ใบหน้าเริ่มถอดสีเมื่อเห็นสายตาที่ฉันจ้องมองไป

IV. ของขวัญที่ไม่มีใครอยากรับ

ฉันส่งยิ้มบางๆ ที่เย็นเยียบไปให้เธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานและชัดเจนพอให้พนักงานทุกคนในแผนกได้ยิน

“ฉันไม่ได้มาขอให้ช่วยค่ะ แต่ฉันเอา ‘ของขวัญ’ มาส่งมอบให้”

จังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานส่วนตัวของชวินก็เปิดออก เขาเดินถือแฟ้มงานออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดที่ได้ยินเสียงดัง แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นฉันและกระเป๋าเดินทางยืนอยู่หน้าโต๊ะของมินตรา แฟ้มในมือของเขาก็ร่วงหล่นลงพื้นทันที

“อ-อลิสา! คุณมาทำอะไรที่นี่!” ชวินหน้าซีดเผือดราวกับศพ เขารีบก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหาฉัน

ฉันไม่สนใจสามีจอมคบชู้ แต่กลับจับหูกระเป๋าเดินทางแล้วผลักมันไปชนกับโต๊ะทำงานของมินตราอย่างแรง

“ขอแสดงความยินดีด้วยนะ มินตรา…” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เขาเป็นของคุณแล้ว”

เสียงฮือฮาดังขึ้นระงมทั่วออฟฟิศ พนักงานหลายคนยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึง บางคนเริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป

“นี่คือเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของเขา ฉันจัดกระเป๋ามาให้เรียบร้อยแล้ว ในเมื่อเธออยากได้สามีของคนอื่นนัก ฉันก็เลยเอามาประเคนให้ถึงที่ จะได้ไม่ต้องแอบกินกันลับๆ ล่อๆ ให้เหนื่อยอีกต่อไป”

มินตราน้ำตาคลอเบ้า ขาของเธอสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ “ม-ไม่ใช่นะคะคุณอลิสา มินตราไม่ได้…”

“ไม่ต้องแก้ตัวหรอกจ้ะ แฟ้มสีดำในกระเป๋าใบนั้น มีทั้งรูปถ่าย แชทสวาท และบิลค่าเช่าคอนโดที่พวกเธอไปกกกอดกัน ฉันปริ้นท์มาให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ” ฉันตัดบทอย่างเลือดเย็น

“อลิสา! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! คุณกำลังทำให้ผมขายหน้า!” ชวินพยายามจะเข้ามากระชากแขนฉัน แต่ฉันก้าวถอยหลังและปัดมือเขาออกอย่างแรง

“คนที่ทำให้ตัวเองขายหน้าคือคุณต่างหาก ชวิน!” ฉันตวาดกลับเสียงดังก้อง “ในซองสีน้ำตาลที่วางอยู่บนสุดของกระเป๋า คือ ใบหย่า ที่ฉันเซ็นชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว เซ็นมันซะ แล้วอย่ากลับไปเหยียบที่บ้านของฉันอีก เพราะฉันให้ช่างมาเปลี่ยนรหัสประตูหมดแล้ว!”

V. อิสรภาพที่งดงาม

ชวินยืนตัวสั่น เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เขาไม่คิดว่าภรรยาที่เคยแสนดีจะกล้าทำลายภาพลักษณ์และหน้าที่การงานของเขาพังพินาศกลางออฟฟิศแบบนี้ พนักงานรอบข้างต่างมองเขาและมินตราด้วยสายตารังเกียจและสมเพช

“รับไปสิมินตรา ดูแลผู้ชายคนนี้ให้ดีๆ ล่ะ…” ฉันปรายตามองเด็กฝึกงานที่กำลังร้องไห้ฟูมฟาย “เพราะคนหลอกลวงกับคนมักง่าย มันก็เหมาะสมกันดีเหมือนผีเน่ากับโลงผุ ขอให้รักกันนานๆ นะ”

ฉันทิ้งท้ายประโยคสุดเจ็บแสบไว้แค่นั้น ก่อนจะสะบัดผม หันหลังก้าวเดินออกจากแผนกนั้นด้วยความสง่างามและภาคภูมิใจ เสียงรองเท้าส้นสูงของฉันกระทบพื้นเป็นจังหวะที่มั่นคง

ฉันเดินออกจากตึกออฟฟิศ สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ แสงแดดยามสายสาดส่องลงมาทักทาย วันนี้ท้องฟ้าสดใสกว่าที่เคยเป็น ฉันได้ทิ้งขยะชิ้นใหญ่ไว้เบื้องหลัง และก้าวเดินสู่อิสรภาพและชีวิตใหม่ที่งดงาม โดยไม่ต้องมีผู้ชายจอมปลอมมาคอยถ่วงชีวิตอีกต่อไป!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *