. ก่อนที่เขาจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนเมื่อรู้ว่า ‘ท่านประธานใหญ่’ ตัวจริงคือใคร!
I. คำดูถูกหน้าบานประตู
คฤหาสน์หรูใจกลางเมืองที่เคยอบอวลไปด้วยความรัก บัดนี้กลับเย็นชาและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการทรยศ ฉันชื่อ “ณิชา” ภรรยาที่แต่งงานกับ “กวิน” ซีอีโอหนุ่มไฟแรงมานานกว่าห้าปี ฉันยอมสละเวลาและชีวิตส่วนตัวเพื่อดูแลงานบ้านและคอยสนับสนุนเขาอยู่เบื้องหลังมาตลอด จนกระทั่งวันนี้… วันที่เขาเผยธาตุแท้ออกมาจนหมดสิ้น
เย็นวันนั้น กวินอยู่ในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดราคาแพงระยับ เขากำลังยืนจัดเนคไทอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องโถง โดยมี “ลิตา” เลขาสาวหน้าตาสะสวยที่เลื่อนขั้นมาเป็น ‘เมียน้อย’ อย่างเปิดเผย ยืนคล้องแขนเขาอยู่ในชุดราตรีหรูหราที่รูดด้วยบัตรเครดิตที่เป็นชื่อของฉัน (แม้เขาจะไม่รู้ก็ตาม)
ฉันยืนมองภาพนั้นเงียบๆ ในชุดเดรสผ้าฝ้ายตัวเก่าสีซีดที่ใส่อยู่ประจำ สาวใช้สองสามคนในบ้านต่างก้มหน้ามองพื้นด้วยความอึดอัดและสงสารฉันจับใจ
“คุณกวินคะ… วันนี้เป็นงานกาล่าฉลองครบรอบบริษัท คุณจะไม่ให้ณิชาไปในฐานะภรรยาจริงๆ หรือคะ?” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เพื่อหยั่งเชิงชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีเป็นครั้งสุดท้าย
กวินหันมามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจและดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง
“ดูสภาพเธอสิณิชา! ใส่ชุดเก่าๆ มอซอ ปล่อยตัวจนโทรมขนาดนี้ ถ้าเธอไปกับฉัน… มีแต่จะทำให้ฉันอับอายขายหน้าเปล่าๆ!”
“ใช่ค่ะคุณพี่ณิชา” ลิตาเหยียดยิ้มเยาะเย้ย “งานระดับไฮคลาสแบบนี้ เขาต้อนรับแค่นักธุรกิจกับสังคมชั้นสูงนะคะ คนที่วันๆ เอาแต่หมกตัวทำกับข้าวอยู่บ้านแบบพี่ ไปถึงก็คงทำตัวเด๋อด๋าให้พี่กวินต้องอายคนอื่นเปล่าๆ… ลิตาว่าพี่ณิชาอยู่เฝ้าบ้านน่ะ เหมาะสมที่สุดแล้วค่ะ”
กวินพยักหน้าเห็นด้วย เขาโอบเอวลิตาเดินออกไปที่รถสปอร์ตคันหรู โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองฉันอีกเลย ทิ้งให้ฉันยืนอยู่ท่ามกลางสายตาเวทนาของเหล่าแม่บ้าน
II. นางพญาที่ซ่อนรูป
“คุณผู้หญิงคะ… อย่าร้องไห้เลยนะคะ” ป้าสาย หัวหน้าแม่บ้านเดินเข้ามาจับมือฉันเบาๆ
ฉันก้มลงมองป้าสาย ก่อนจะค่อยๆ ระบายยิ้มออกมา… มันไม่ใช่ยิ้มที่ฝืนทำ แต่เป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นที่สุด
“ฉันไม่ได้ร้องไห้หรอกค่ะป้าสาย น้ำตาของฉันมันมีค่าเกินกว่าจะเสียให้กับคนพรรค์นี้”
ฉันหมุนตัวเดินกลับขึ้นไปบนห้องนอน ล็อกประตูอย่างแน่นหนา กวินคงลืมไปแล้ว หรือไม่ก็ไม่เคยรู้เลยว่า… บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เขานั่งแท่นเป็น CEO อยู่นั้น แท้จริงแล้วเป็นบริษัทในเครือของ “ทีเค กรุ๊ป” บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งมีฉัน… “ณิชา รัตนบดินทร์” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการบริหารตัวจริง!
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันปิดบังฐานะและแกล้งทำตัวเป็นภรรยาธรรมดาๆ เพราะอยากทดสอบความรักที่แท้จริงของเขา แต่วันนี้… การทดสอบได้สิ้นสุดลงแล้ว
ฉันเปิดตู้เซฟลับหลังกรอบรูป หยิบโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องขึ้นมาต่อสายหาผู้ช่วยส่วนตัว
“เตรียมชุดเดรส ‘โอต์ กูตูร์’ ที่สั่งตัดจากปารีส และเครื่องเพชรชุด ‘หยาดน้ำตาพระจันทร์’ ให้ฉันที… อ้อ แล้วก็ส่งรถลีมูซีนมารับฉันด้วย คืนนี้ฉันจะไปร่วมงานกาล่าในฐานะประธานใหญ่”
III. พรมแดงแห่งความพินาศ
ณ โรงแรมห้าดาวสุดหรูใจกลางกรุงเทพฯ งานกาล่าดินเนอร์ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กวินและลิตากำลังเดินควงแขนกันทักทายแขกเหรื่อและนักธุรกิจคนสำคัญ กวินเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจเมื่อมีคนเรียกเขาว่า ‘ท่านประธานกวิน’ เขาคิดว่าตัวเองคือจุดสูงสุดของค่ำคืนนี้
“ได้ยินว่าคืนนี้ ‘บอสใหญ่’ จากบริษัทแม่จะมาร่วมงานด้วยนะคะพี่กวิน ลิตาตื่นเต้นจังเลยค่ะ ถ้าพี่กวินทำให้บอสใหญ่ประทับใจได้ ตำแหน่งประธานกรรมการต้องตกเป็นของพี่แน่ๆ” ลิตากระซิบด้วยแววตาเป็นประกาย
“แน่นอนสิจ๊ะ พี่เตรียมพรีเซนต์ผลงานไว้หมดแล้ว” กวินยิ้มกริ่ม
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส… ไฟในห้องโถงก็หรี่ลง สปอตไลต์ทุกดวงสาดส่องไปที่ประตูทางเข้าหลัก เสียงโฆษกประกาศผ่านไมโครโฟนดังกระหึ่ม
“กราบเรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ขอเสียงปรบมือต้อนรับ ประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่ง ทีเค กรุ๊ป… คุณณิชา รัตนบดินทร์ ครับ!”
กวินและลิตาหันขวับไปมองที่ประตูพร้อมกับแขกคนอื่นๆ รอยยิ้มของกวินแข็งค้าง ขาทั้งสองข้างของเขาเหมือนถูกตอกตะปูติดกับพื้น เมื่อเห็นผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาบนพรมแดง
ฉันก้าวเดินอย่างสง่างามในชุดเดรสราตรีสีแดงเพลิงที่ขับผิวให้ดูเปล่งประกาย สวมสร้อยคอเพชรน้ำงามมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ผมที่เคยรวบมัดลวกๆ ถูกจัดทรงอย่างประณีต ทุกย่างก้าวของฉันเต็มไปด้วยอำนาจและบารมี ช่างภาพต่างกดชัตเตอร์กันรัวๆ
“ณ-ณิชา…” กวินครางออกมาเสียงหลง ใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี
“พี่กวิน… นั่นมัน… นังป้าที่บ้านนี่คะ! ทำไมถึงแต่งตัวแบบนั้น แล้วทำไมพิธีกรถึงเรียกชื่อนั้น!” ลิตาละล่ำละลักด้วยความช็อกสุดขีด
IV. คำพิพากษาบนเวที
ฉันเดินแหวกฝูงชนที่แหวกทางให้ราวกับทะเลแหวก ตรงขึ้นไปบนเวที รับไมโครโฟนจากพิธีกร ฉันกวาดสายตามองลงมายังแขกทุกคน ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่กวินและลิตาที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่หน้าเวที
“สวัสดีค่ะทุกท่าน ดิฉัน ณิชา รัตนบดินทร์ ยินดีที่ได้มาร่วมงานในค่ำคืนนี้… หลายคนอาจจะคุ้นหน้าดิฉันในฐานะภรรยาธรรมดาๆ ของ CEO กวิน” ฉันเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงกังวาน “แต่ความจริงแล้ว ดิฉันคือผู้ก่อตั้งและเจ้าของที่แท้จริงของบริษัทแห่งนี้”
เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วห้องโถง แขกหลายคนหันไปมองกวินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
“ที่ผ่านมา ดิฉันมอบโอกาสให้คนบางคนได้บริหารงาน แต่น่าเสียดาย… ที่เขาไม่เพียงแต่บริหารงานผิดพลาด แต่ยังไร้ซึ่งศีลธรรมและจรรยาบรรณ” ฉันจ้องมองไปที่กวินด้วยแววตาที่เย็นเยียบ
“ณ-ณิชา… นี่มันเรื่องล้อเล่นอะไรกัน คุณเป็นแค่แม่บ้านนะ!” กวินพยายามตะโกนขึ้นมาเพื่อปกปิดความกลัว
ฉันแสยะยิ้ม “งั้นคุณก็ลองเช็กอีเมลเดี๋ยวนี้สิคะ กวิน”
กวินรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดู ทันใดนั้น เขาก็แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น เมื่อพบว่ามีอีเมลคำสั่งสายฟ้าแลบจากบอร์ดบริหาร… ‘ปลดนายกวินออกจากตำแหน่ง CEO ทันที และอายัดทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบริษัท’
V. รสชาติของการสูญเสีย
“ไม่จริง! คุณทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ! ผมเป็นสามีคุณนะณิชา!” กวินพยายามจะพุ่งขึ้นมาบนเวที แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรวบตัวไว้เสียก่อน
ลิตาเห็นท่าไม่ดี รีบสะบัดแขนออกจากกวินและพยายามจะเดินหนี แต่ฉันส่งสัญญาณให้ รปภ. ขวางเธอไว้
“จะรีบไปไหนล่ะคะลิตา? ชุดที่คุณใส่อยู่ กระเป๋าที่คุณถือ… มันถูกรูดด้วยบัตรเครดิตบริษัทซึ่งเป็นเงินของฉัน รบกวนถอดคืนให้หมดก่อนก้าวออกจากโรงแรมนี้ด้วยค่ะ”
ลิตาหน้าถอดสี กรีดร้องโวยวายด้วยความอับอาย ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะและสายตาสมเพชของนักธุรกิจนับร้อยชีวิตในงาน
ฉันเดินลงจากเวทีไปหยุดอยู่ตรงหน้ากวินที่กำลังถูก รปภ. หิ้วปีก สภาพของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก
“จำที่คุณพูดก่อนออกจากบ้านได้ไหมคะกวิน…” ฉันกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่กรีดลึกถึงกระดูกดำ “คุณบอกว่าถ้าฉันมาด้วย จะทำให้คุณอับอายขายหน้า… เป็นยังไงบ้างคะ ตอนนี้ใครกันแน่ที่กำลังอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี?”
“ณิชา ผมขอโทษ… ผมมันตาบอดเอง ให้อภัยผมเถอะนะ ผมรักคุณ!” กวินร้องไห้ฟูมฟาย อ้อนวอนขอความเมตตา
“เอกสารหย่าส่งไปที่บ้านแล้ว เซ็นซะ… แล้วอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไสหัวไป!”
ฉันสะบัดหน้าเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมอง ปล่อยให้เสียงโหยหวนของชายที่เคยเย่อหยิ่งดังไล่หลัง… ค่ำคืนนี้ ฉันได้ทิ้งคราบภรรยาที่น่าสงสารไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงนางพญาที่พร้อมจะก้าวเดินต่อไปบนจุดสูงสุดของชีวิต โดยไม่มีเศษขยะมาคอยถ่วงความเจริญอีกต่อไป.
