คืนวิวาห์มรณะ: เมื่อสามีง้างเข็มขัดหวังเปลี่ยนฉันเป็นทาส…

 ก่อนจะตระหนักได้ว่า ‘สาวบ้านนอกแสนซื่อ’ ที่เขาแต่งงานด้วย ไม่เคยมีอยู่จริงบนโลกใบนี้!

I. กรงทองและหน้ากากที่หลุดลุ่ย

ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองวิวาห์ร้อยล้านจบลงแล้ว ภายในห้องหอของโรงแรมระดับห้าดาวที่ถูกประดับประดาไปด้วยดอกกุหลาบสีขาวและแสงเทียนสลัว บรรยากาศควรจะอบอวลไปด้วยความรักอันหอมหวาน แต่สำหรับ “กวินทร์” นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อทายาทตระกูลอสังหาริมทรัพย์ มันคือจุดเริ่มต้นของ ‘เกมล่าเหยื่อ’ ที่เขาโปรดปราน

ฉัน… “พิมพ์ดาว” หญิงสาวจากต่างจังหวัดผู้มีเบื้องหลังยากจนและใสซื่อ นั่งสงบเสงี่ยมอยู่บนปลายเตียงคิงไซส์ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ก้มหน้ามองพื้นด้วยท่าทีหวาดหวั่นตามแบบฉบับกุลสตรีที่ถูกอบรมมาอย่างดี

เสียงกลอนประตูห้องถูกล็อกกริ๊ก… ตามด้วยเสียงฝีเท้าของกวินทร์ที่เดินเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้เข้ามาสวมกอดหรือกระซิบคำรักอย่างที่เจ้าบ่าวควรจะทำ แต่เขากลับกระชากเนคไทของตัวเองออก 던지ลงบนพื้น ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก… รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความวิปริตและอำมหิต

“เลิกทำตัวสั่นเป็นลูกนกได้แล้วพิมพ์ดาว งานแสดงละครฉากใหญ่ข้างล่างมันจบลงแล้ว” น้ำเสียงนุ่มนวลของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและเย็นเยียบ

ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง (หรืออย่างน้อยก็แสร้งทำเป็นเบิกกว้าง)

กวินทร์เดินไปที่โต๊ะกระจก หยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลปึกใหญ่โยนโครมลงบนเตียงตรงหน้าฉัน ตามด้วยเสียง ‘พรึ่บ!’ ของเข็มขัดหนังสีดำเส้นหนาที่เขาเพิ่งปลดออกจากเอว นำมาพันไว้ในมืออย่างทะมัดทะแมง

II. สัญญาทาสและสายเข็มขัด

“นี่… นี่มันอะไรกันคะคุณกวินทร์?” ฉันถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยิบเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาดู

“ก็ ‘สัญญาทาส’ ของเธอไงล่ะ นังโง่!” กวินทร์หัวเราะในลำคอ สายตาของเขาจ้องมองฉันราวกับมองสัตว์เลี้ยงที่รอการชำแหละ “พ่อแม่ขี้เมาของเธอเซ็นกู้เงินจากบ่อนคาสิโนของฉันไปห้าสิบล้าน… แลกกับการขายขาดชีวิตเธอให้มาเป็น ‘ของเล่น’ ของฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมายและทะเบียนสมรส!”

เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้ เงื้อเข็มขัดในมือขึ้นเหนือหัว

“ฉันล่ะเบื่อพวกผู้หญิงไฮโซที่เอาแต่อวดดีจริงๆ มันถึงเวลาที่ฉันจะได้สนุกกับการสั่งสอน ‘อีตัว’ บ้านนอกอย่างเธอให้รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียที จำเอาไว้… ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอไม่ใช่ภรรยา แต่เป็นทาสของฉัน! ถอดชุดเจ้าสาวออก แล้วคลานมากราบเท้าฉันเดี๋ยวนี้!”

กวินทร์ยืนตระหง่าน รอคอยเสียงกรีดร้อง ร้องไห้ฟูมฟาย และการอ้อนวอนขอชีวิต ซึ่งเป็นรสชาติที่เขาเสพติดมาตลอดจากการทรมานภรรยาสามคนก่อนหน้านี้ที่จบชีวิตลงด้วยคำว่า ‘อุบัติเหตุ’

แต่ทว่า… ห้องทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบสงัด

ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีน้ำตาตกหยดลงบนเตียง… มีเพียงเสียงถอนหายใจยาวๆ ที่ดังหลุดออกมาจากปากของฉัน

III. ส้นสูงที่ถูกถอดทิ้ง

ฉันวางเอกสารสัญญากำมะลอเหล่านั้นลงบนเตียงอย่างเบามือ ค่อยๆ ยกขาขึ้นทีละข้าง เพื่อปลดตะขอรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมที่ประดับคริสตัลออก แล้วเตะมันทิ้งไปที่มุมห้องอย่างไม่ไยดี

เมื่อฝ่าเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสกับพื้นพรม ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทรวดทรงที่เคยก้มค่อมแบบคนไม่มั่นใจในตัวเอง ถูกปรับให้ยืดตรงและสง่างาม รัศมีแห่งความหวาดกลัวจางหายไปในพริบตา แววตาเดียงสาที่เขาเคยเห็นมาตลอดหกเดือนที่คบกัน… บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่มองทะลุไปถึงวิญญาณ

“เธอ… เธอทำบ้าอะไร คลานเข้ามาหาฉันเดี๋ยวนี้!” กวินทร์ชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของฉัน แต่ความเย่อหยิ่งทำให้เขายังคงตวาดสั่ง

ฉันยกมือขึ้น รวบผมที่ถูกเซ็ตมาอย่างดีขึ้นมัดเป็นหางม้าอย่างลวกๆ เพื่อไม่ให้เกะกะ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ

“รู้ไหมคะกวินทร์… สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดในการปลอมตัวเป็น ‘พิมพ์ดาว สาวน้อยผู้แสนซื่อ’ ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา คือการต้องทนใส่ไอ้รองเท้าส้นสูงบ้าๆ นี่แหละ… มันทำให้ฉันเตะก้านคอคนได้ไม่ถนัดเลย”

น้ำเสียงของฉันไม่ได้สั่นเครือและไม่ได้ติดสำเนียงเหน่ออย่างที่เขาเคยได้ยิน มันเป็นน้ำเสียงที่ราบเรียบ ชัดเจน และทรงอำนาจจนกวินทร์ถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว

“ก-แกพูดเรื่องอะไร! แกเป็นใคร!” เขากำเข็มขัดในมือแน่นขึ้น เริ่มสัมผัสได้ถึงรังสีอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวฉัน

IV. ตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง

“พิมพ์ดาว ลูกสาวขี้เมาติดหนี้พนัน… เป็นแค่ประวัติปลอมๆ ที่กองปราบปรามอาชญากรรมพิเศษสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น ‘เหยื่อล่อ’ ให้ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตอย่างคุณติดกับไงล่ะคะ”

ฉันก้าวเดินเข้าไปหาเขาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ามั่นคงและคุกคาม

“ผู้หญิงบ้านนอกแสนซื่อที่คุณคิดว่าจะเอามาทรมานเล่นน่ะ… ไม่เคยมีอยู่จริงบนโลกใบนี้หรอกค่ะ จะมีก็แต่ รหัส 007 ผู้กอง ‘รินลดา’ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่ถูกส่งมาลากคอคุณเข้าคุก ข้อหาค้ามนุษย์และฆาตกรรมภรรยาสามคนแรก!”

“นังตำรวจสวะ!! แกคิดว่าแกจะรอดออกไปจากห้องนี้ได้งั้นเหรอ!” กวินทร์คำรามลั่นด้วยความโกรธจัดที่ถูกหลอก เขาง้างเข็มขัดหนังในมือแล้วฟาดลงมาที่ใบหน้าของฉันอย่างสุดแรงหมายจะทำร้ายให้เสียโฉม

ขวับ!

แทนที่จะหลบ ฉันเพียงแค่เอี้ยวตัวเล็กน้อยให้สายเข็มขัดฟาดเฉี่ยวแก้มไป แล้วใช้มือซ้ายคว้าหมับเข้าที่ปลายเข็มขัดอย่างแม่นยำและรวดเร็วกว่าที่ตาของเขาจะมองทัน!

กวินทร์เบิกตากว้าง พยายามกระชากเข็มขัดกลับ แต่พละกำลังของเขากลับสู้แรงของฉันที่ผ่านการฝึกฝนการต่อสู้ระดับสูงมาอย่างโชกโชนไม่ได้แม้แต่น้อย

“แรงมีแค่นี้เองเหรอคะ? มิน่าล่ะ… ถึงได้เก่งแต่กับผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้”

ฉันแสยะยิ้ม ก่อนจะออกแรงกระชากสายเข็มขัดเข้าหาตัวอย่างแรงจนกวินทร์ถลันเสียหลักพุ่งเข้ามาหา ในเสี้ยววินาทีนั้น ฉันยกเข่าขวาขึ้นกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของเขาอย่างจัง!

“อั้ก!!”

กวินทร์จุกจนหน้าเขียว ปล่อยมือจากเข็มขัดแล้วทรุดลงไปคุกเข่ากุมท้องตัวเองอยู่บนพื้นห้อง น้ำหูน้ำตาไหลทะลักออกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ภาพลักษณ์ของซาตานร้ายผู้เย่อหยิ่งเมื่อสามนาทีก่อน แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี

V. ปิดม่านวิวาห์สีเลือด

ฉันโยนเข็มขัดหนังเส้นนั้นทิ้งไปบนหน้าของเขา ก่อนจะล้วงมือเข้าไปใต้กระโปรงชุดเจ้าสาว ดึงเอากุญแจมือเหล็กและวิทยุสื่อสารที่ซ่อนอยู่ออกมา

“ทีมอัลฟ่า… เป้าหมายถูกรวบตัวแล้ว บุกเข้ามาเคลียร์พื้นที่ได้เลย” ฉันกรอกเสียงลงไปในวิทยุ

ปัง! โครม!

ไม่ถึงสิบวินาที ประตูห้องหอก็ถูกพังเข้ามาโดยหน่วยสวาทนับสิบนายที่ติดอาวุธครบมือ พวกเขาพุ่งตรงเข้ามากดร่างของกวินทร์ที่นอนจุกอยู่บนพื้น จ่อปืนและสวมกุญแจมือเขาทันที

กวินทร์ถูกกระชากให้ลุกขึ้นยืนในสภาพทุลักทุเล เขาจ้องมองฉันที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและสมเพช

“แก… นังปีศาจ! แกหลอกฉัน!” เขาตะโกนด่าทออย่างบ้าคลั่ง

“ฉันไม่ได้หลอกคุณค่ะ กวินทร์…” ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ ชายที่กำลังจะถูกจองจำตลอดชีวิต แล้วกระซิบที่ข้างหูเขาเบาๆ

“ฉันแค่มา ‘สานต่อ’ คืนวิวาห์… แทนวิญญาณของผู้หญิงสามคนที่คุณเคยฆ่าก็เท่านั้นเอง ขอให้สนุกกับนรกในเรือนจำนะคะ… อดีตคุณสามี”

ฉันหันหลังเดินออกจากห้องหอที่พังทลายนั้น ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าย่ำลงบนพรมสีแดงอย่างมั่นคง ทิ้งรองเท้าส้นสูงและคราบของสาวน้อยผู้แสนอ่อนแอไว้เบื้องหลังอย่างถาวร… ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว มัจจุราชในชุดเจ้าสาวได้เวลาถอดหน้ากากเสียที!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *