กสามีจอมทรยศ
I. คืนที่หนาวเหน็บที่สุด
พายุหิมะโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งในคืนคริสต์มาสอีฟ ณ คฤหาสน์ตากอากาศสุดหรูในเมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น อุณหภูมิติดลบสิบองศาเซลเซียสไม่ได้ทำให้หัวใจของ “กวิน” ชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีของฉัน รู้สึกรู้สาหรือมีความเห็นใจใดๆ เลยแม้แต่น้อย
กระเป๋าเดินทางใบเล็กถูกโยนโครมออกมาที่ลานหิมะหน้าประตูบ้าน ตามด้วยร่างของฉัน “ลลิตา” ที่กำลังอุ้ม “น้องพรีม” ลูกสาววัยห้าขวบเอาไว้แนบอกเพื่อปกป้องเธอจากความหนาวเย็น
“ไสหัวออกไปซะ ลลิตา! ตั้งแต่วันนี้ไป ที่นี่คือบ้านของฉันกับรินลดา!” กวินตะโกนใส่หน้าฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและสมเพช โดยมี “รินลดา” เลขาสาวที่เลื่อนขั้นมาเป็นเมียน้อย ยืนกอดอกแสยะยิ้มอยู่ข้างหลังเขา
“พี่กวินคะ พรีมยังเล็ก หิมะตกหนักขนาดนี้ พี่จะไล่เราไปไหน…” ฉันถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ในใจจะแหลกสลาย แต่ฉันเลือกที่จะไม่หลั่งน้ำตาให้ผู้ชายคนนี้เห็น
“จะไปตายที่ไหนก็ไป! พ่อของเธอตายไปแล้ว สมบัติทุกชิ้น หุ้นทุกตัวในบริษัท ตอนนี้มันเป็นชื่อของฉัน! เธอไม่มีอะไรเหลือแล้วลลิตา เป็นแค่ผู้หญิงตัวเปล่าที่ไม่มีใครต้องการ!” กวินหัวเราะเยาะ “อ้อ… อย่าคิดจะไปฟ้องศาลเรียกร้องอะไรล่ะ เพราะฉันโอนเงินทุกบาทเข้าบัญชีต่างประเทศหมดแล้ว!”
ปัง!
ประตูคฤหาสน์บานใหญ่ถูกปิดใส่หน้าฉันอย่างแรง ทิ้งให้ฉันกับลูกสาวตัวน้อยต้องยืนเผชิญกับพายุหิมะที่เย็นยะเยือก กวินคงคิดว่าฉันต้องอุ้มลูกไปนอนหนาวตายข้างถนน หรือไม่ก็ต้องคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนขอเศษความเมตตาจากเขา
แต่เขาประเมินฉัน… และประเมิน “พ่อ” ของฉันต่ำเกินไป
II. ลายเซ็นที่ถูกหลงลืม
ฉันกระชับเสื้อโค้ทตัวหนาคลุมร่างของน้องพรีมเอาไว้ ลูกสาวตัวน้อยซุกหน้าลงกับอกฉันโดยไม่ร้องไห้งอแง ราวกับรู้ว่าแม่ของเธอเข้มแข็งแค่ไหน ฉันไม่ได้เดินย่ำหิมะออกไปอย่างไร้จุดหมาย แต่ฉันหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา กดโทรออกหาเบอร์ที่เมมโมรี่ไว้ในเครื่องมาตลอดห้าปี
“คุณทนายวิชัยคะ… กวินลงมือแล้วค่ะ มารับรินได้เลย”
ฉันยืนรอเพียงไม่ถึงสิบนาที รถลีมูซีนหุ้มเกราะสีดำขลับก็แล่นฝ่าพายุหิมะเข้ามาจอดเทียบตรงหน้า ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบก้าวลงมาพร้อมกับกางร่มคันใหญ่ บังหิมะให้ฉันและลูกสาว
“เชิญครับคุณลลิตา ทุกอย่างพร้อมแล้วครับ” ทนายวิชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
เมื่อเข้ามานั่งในรถที่เปิดฮีตเตอร์จนอบอุ่น ฉันมองออกไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่กวินเพิ่งไล่ฉันออกมา รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของฉัน
กวินเป็นคนทะเยอทะยาน เขาแต่งงานกับฉันก็เพราะหวังจะฮุบกิจการอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศของ “เจ้าสัวธนภพ” พ่อของฉัน เมื่อพ่อเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว กวินก็ค่อยๆ เผยธาตุแท้ เขาคิดว่าตัวเองฉลาดที่แอบโอนถ่ายทรัพย์สินและสวมรอยเป็นเจ้าของทุกอย่าง
แต่กวินคงลืมเรื่องสำคัญไปเรื่องหนึ่ง…
เมื่อห้าปีก่อน ในคืนก่อนวันแต่งงานของเรา พ่อของฉันเรียกกวินเข้าไปในห้องทำงาน และยื่นแฟ้มเอกสารหนาเตอะให้เขาเซ็น พ่อบอกเพียงว่ามันคือเอกสารจดทะเบียนสมรสและเอกสารรับรองการถือหุ้นเบื้องต้นตามธรรมเนียมของตระกูล ด้วยความโลภที่บังตาและอยากเอาใจพ่อตา กวินรีบตวัดลายเซ็นลงไปทุกหน้า โดยไม่คิดแม้แต่จะอ่านรายละเอียดในกระดาษเหล่านั้นเลย
III. ของขวัญคริสต์มาสชิ้นสุดท้าย
เช้าวันคริสต์มาส แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องกระทบผืนหิมะสีขาวโพลน
ฉันปล่อยให้น้องพรีมนอนหลับพักผ่อนอยู่ในโรงแรมห้าดาวใจกลางเมือง ก่อนจะนั่งรถลีมูซีนกลับมาที่คฤหาสน์หลังเดิม พร้อมกับทนายวิชัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นอีกสามนาย
เมื่อประตูคฤหาสน์ถูกเปิดออกด้วยคีย์การ์ดมาสเตอร์ในมือฉัน กวินและรินลดากำลังนั่งจิบแชมเปญฉลองกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นหน้าเตาผิง ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่
“ลลิตา! เธอเข้ามาได้ยังไง! ตำรวจครับ ผู้หญิงคนนี้บุกรุกบ้านผม ลากตัวเธอออกไปเดี๋ยวนี้!” กวินลุกขึ้นยืนชี้หน้าฉันอย่างหัวเสีย
ทนายวิชัยก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับชูแฟ้มเอกสารปกสีแดงขึ้นมา
“ขอโทษนะครับคุณกวิน คฤหาสน์หลังนี้ รวมถึงหุ้น 80% ในเครือธนภพกรุ๊ปที่คุณคิดว่าเป็นของคุณ… แท้จริงแล้วไม่ใช่เลยครับ”
“พูดบ้าอะไร! ฉันมีเอกสารการโอนหุ้นทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย!” กวินเถียงคอเป็นเอ็น
“คุณอาจจะมีเอกสารโอนหุ้น แต่คุณคงลืม ‘สัญญายินยอมสละสิทธิ์และรับสภาพหนี้’ ที่คุณเซ็นไว้เมื่อห้าปีก่อนนะครับ” ทนายวิชัยเปิดหน้าเอกสารที่มีลายเซ็นของกวินปรากฏหราอยู่ทุกหน้า กวินหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นลายเซ็นของตัวเอง
“ในสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่า หากนายกวินกระทำการใดๆ ที่เป็นการทอดทิ้ง นอกใจ หรือทำร้ายจิตใจคุณลลิตาและทายาท ทรัพย์สินทั้งหมดที่เคยเป็นชื่อของนายกวิน จะถูกโอนกลับเข้าสู่กองทุนของตระกูลธนภพในความดูแลของคุณลลิตาทันที 100%…”
ทนายวิชัยเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอากวินล้มทั้งยืน
“…และที่สำคัญ สัญญาฉบับนี้ยังระบุว่า หนี้สินและภาระผูกพันทางการค้าทั้งหมดของบริษัท มูลค่ากว่าสองพันล้านบาท จะตกเป็นความรับผิดชอบส่วนตัวของนายกวินแต่เพียงผู้เดียว พูดง่ายๆ คือ ตอนนี้คุณล้มละลาย และเป็นหนี้สองพันล้านครับ”
IV. สู่ความหนาวเหน็บอันเป็นนิรันดร์
“ม… ไม่จริง! ไอ้แก่ธนภพมันหลอกฉัน! เอกสารนี่มันโกง!” กวินทรุดตัวลงกับพื้น มือไม้สั่นไปหมด
รินลดาที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีอีกต่อไป แถมยังมีหนี้ก้อนโต เธอก็รีบถอยห่างออกไปทันที “พี่กวิน… เรื่องนี้รินไม่เกี่ยวนะคะ รินแค่เป็นลูกจ้าง!”
“ริน! เธอจะทิ้งพี่ไปแบบนี้ไม่ได้นะ!” กวินพยายามคว้าแขนเมียน้อย แต่ถูกเธอสะบัดทิ้งอย่างไม่ไยดี
ฉันเดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้ากวินที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น ก้มมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งความผูกพันใดๆ อีกต่อไป
“พ่อของฉันสอนเสมอว่า ให้ระวังหมาป่าในคราบลูกแกะ พ่อรู้สันดานของเธอดีกวิน พ่อถึงได้สร้างหน้าผานี้ไว้รอให้เธอเดินตกลงไปเอง… และเธอก็โง่พอที่จะกระโดดลงไปจริงๆ”
“ลลิตา… พี่ขอโทษ พี่ผิดไปแล้ว เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ พรีมยังต้องการพ่อนะลลิตา!” กวินร้องไห้ฟูมฟาย พยายามจะกอดขาฉัน แต่ตำรวจได้เข้ามาดึงตัวเขาออกไป
“พรีมต้องการพ่อ… แต่ไม่ใช่พ่อที่เป็นสัตว์เลื้อยคลานแบบเธอ” ฉันหันหลังให้เขา “ทนายวิชัยคะ รบกวนเชิญ ‘อดีตสามี’ ของฉัน และผู้หญิงของเขา ออกไปจากบ้านของฉันด้วยค่ะ อ้อ… ไม่อนุญาตให้เอาทรัพย์สินใดๆ ติดตัวไปนะคะ แม้แต่เสื้อโค้ทก็ตาม”
กวินและรินลดาถูกเจ้าหน้าที่ลากตัวออกไปนอกประตูคฤหาสน์ เสื้อผ้าบางเบาที่พวกเขาใส่ฉลองอยู่หน้าเตาผิง บัดนี้ต้องออกไปปะทะกับพายุหิมะที่ติดลบสิบองศาด้านนอก เสียงกรีดร้องและเสียงอ้อนวอนของกวินถูกกลืนหายไปกับเสียงของสายลมที่โหดร้าย
ฉันยืนมองดูหิมะที่โปรยปรายผ่านบานกระจกหน้าต่าง คริสต์มาสปีนี้อาจจะหนาวเย็นกว่าทุกปี แต่หัวใจของฉันกลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด… เพราะตั้งแต่วันนี้ไป จะไม่มีใครหน้าไหนมาทำร้ายฉันและลูกได้อีกตลอดกาล.
