พายุหิมะและรอยน้ำตา: เซอร์ไพรส์มัจจุราชในคืนข้ามปี

“ภรรยากับลูกผมอยู่ไหน?!”

เสียงของผมดังก้องไปทั่วห้องทันทีที่ไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป

สิ่งเดียวที่ตอบกลับมาคือเสียงร้องไห้อย่างแผ่วเบาของเด็กทารกแรกเกิดที่ดังมาจากทางห้องครัว

ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มครึ่งของคืนวันสิ้นปี

ตามที่ทุกคนเข้าใจ ผมควรจะยังติดภารกิจตรวจเช็กเครื่องจักรอยู่ที่เมืองสตุตการ์ต ประเทศเยอรมนี ยาวไปจนกว่าจะหมดช่วงวันหยุดยาว แต่ผมยอมจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินในราคาแพงลิบลิ่วเพื่อบินด่วนกลับมานิวยอร์กโดยไม่ได้บอกใคร… หวังเพียงจะมาเซอร์ไพรส์ ‘ลลิน’ ภรรยาสุดที่รัก และ ‘น้องพีร์’ ลูกชายวัยแรกเกิดของเรา

แต่ลมหายใจของผมกลับสะดุด หิมะจากเสื้อโค้ทยังไม่ทันละลาย ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านในเพนต์เฮาส์หรูย่านแมนฮัตตันไม่ได้มาจากอุณหภูมิติดลบด้านนอก แต่มันมาจากความเงียบที่ผิดปกติ… ฮีตเตอร์ถูกปิดลง และข้าวของในห้องนั่งเล่นกระจัดกระจายราวกับผ่านการต่อสู้

ผมทิ้งกระเป๋าเดินทางลงบนพื้น วิ่งถลันเข้าไปในห้องครัวด้วยสัญชาตญาณความเป็นพ่อ ภาพที่เห็นทำให้หัวใจผมแทบหยุดเต้น น้องพีร์ถูกซ่อนไว้ในตู้เก็บของใต้ซิงก์ล้างจาน ร่างเล็กๆ ถูกห่อด้วยผ้าห่มหนาหลายชั้นจนมิดชิดเพื่อรักษาความอบอุ่น ข้างกันนั้นมีโทรศัพท์มือถือของลลินตกอยู่ หน้าจอแตกละเอียด และที่น่ากลัวที่สุดคือ… รอยเลือดทางยาวที่ลากผ่านพื้นหินอ่อน ตรงไปยังระเบียงกระจกด้านนอก!

ผมคว้ามีดทำครัวที่วางอยู่ใกล้มือที่สุด วิ่งตามรอยเลือดนั้นไป ประตูกระจกที่เปิดออกสู่ระเบียงถูกเปิดอ้ากว้าง ลมพายุหิมะพัดกระหน่ำเข้ามาจนบาดผิว

และที่นั่น… ท่ามกลางความมืดและแสงสลัวจากตึกระฟ้า ผมเห็นลลินคุกเข่าอยู่กับพื้นในชุดนอนบางๆ ศีรษะของเธอมีเลือดไหลอาบ ใบหน้าซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือด เธอกำลังใช้มือที่สั่นเทาเกาะขอบระเบียงไว้อย่างสุดความสามารถ

เหนือร่างของเธอ คือผู้หญิงคนหนึ่งในชุดโค้ตสีดำสนิท กำลังเงื้อที่เขี่ยบุหรี่ทำจากเหล็กหล่อขึ้นสูง เตรียมจะฟาดลงมาเพื่อปิดฉากชีวิตภรรยาของผม!

“หยุดนะ!!” ผมตะโกนสุดเสียง พุ่งตัวเข้าชาร์จร่างของผู้หญิงคนนั้นอย่างแรงจนเราทั้งคู่ล้มกลิ้งไปบนพื้นระเบียงที่เต็มไปด้วยหิมะ

เหล็กหล่อในมือของเธอกระเด็นหลุดไป ผมพลิกตัวขึ้นคร่อมและกระชากคอเสื้อของฆาตกรใจเหี้ยมคนนั้นขึ้นมา… วินาทีที่แสงไฟจากป้ายโฆษณาฝั่งตรงข้ามสาดกระทบใบหน้าของเธอ ผมก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด

“น-นิตา…”

เธอคือ ‘นิตา’ เลขาส่วนตัวที่ผมไว้ใจที่สุด คนที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ผมมาเกือบสิบปี คนที่ผมฝากฝังให้ดูแลความเรียบร้อยของบริษัทและเป็นคนจัดการจองตั๋วเครื่องบินให้ผมไปเยอรมนี!

นิตาแสยะยิ้ม รอยยิ้มที่เคยเรียบร้อยและเป็นมืออาชีพ บัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความวิกลจริตและริษยา

“คุณกวิน… คุณน่าจะอยู่ที่สตุตการ์ตสิคะ แผนของนิตาจะได้สมบูรณ์แบบ” เธอหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “คุณรู้ไหมคะว่านิตารักคุณมานานแค่ไหน! นิตาสร้างสถานการณ์ให้เครื่องจักรพัง เพื่อส่งคุณไปไกลๆ แล้วนิตาก็บินมาที่นี่… เพื่อกำจัดนังลลิน! ตำรวจจะคิดว่ามันเป็นแค่อาการซึมเศร้าหลังคลอดที่ทำให้เธออุ้มลูกกระโดดตึกตายไปเอง! แล้วนิตาก็จะเข้าไปดามใจคุณ เป็นแม่คนใหม่ให้ลูกของคุณเอง!”

ความโกรธแค้นพุ่งทะลุขีดจำกัด ผมกำหมัดแน่นและซัดเข้าที่ใบหน้าของนิตาจนเธอสลบเหมือดไปในหมัดเดียว

ผมรีบโยนมีดทิ้งแล้วคลานเข้าไปกอดลลินที่กำลังจะหมดสติ ร่างกายของเธอเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง

“ก-กวิน… พี่กวินจริงๆ ด้วย…” ลลินสะอื้น สองมือที่สั่นเทาพยายามกอดผม “ลูก… น้องพีร์ล่ะคะ… ลลินรู้ตัวว่าโดนวางยาในน้ำชา เลยรีบเอาลูกไปซ่อน…”

“ลูกปลอดภัยแล้วลลิน ลูกปลอดภัยแล้ว พี่ขอโทษ… พี่ขอโทษที่ปล่อยให้ลลินต้องเจอเรื่องแบบนี้” ผมกอดเธอแน่น น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม ผมถอดเสื้อโค้ทของตัวเองคลุมร่างเธอไว้แน่นก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมาแนบอก

เสียงไซเรนของรถตำรวจและรถพยาบาลดังก้องไปทั่วถนนสายที่ห้า (Fifth Avenue) ในเวลาต่อมา นิตาถูกจับกุมตัวในสภาพหมดสติและถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ผมอุ้มน้องพีร์ไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างกอบกุมมือของลลินที่นอนอยู่บนเปลพยาบาล เรามองหน้ากันผ่านคราบน้ำตาและความหวาดกลัวที่เพิ่งผ่านพ้นไป

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงพลุเฉลิมฉลองปีใหม่ถูกจุดขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือไทม์สแควร์ แสงสีทองสว่างไสวสะท้อนเข้ามาในรถพยาบาล คืนข้ามปีที่เกือบจะกลายเป็นโศกนาฏกรรม ได้สิ้นสุดลงแล้ว… ทิ้งไว้เพียงกอดที่อบอุ่นที่สุด และชีวิตใหม่ของครอบครัวเรา ที่จะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากเราจากกันได้อีกตลอดกาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *