กากมหาเศรษฐีผู้ฆ่าภรรยาตัวเอง
ปฐมบท: งานเลี้ยงแห่งความจอมปลอม
คฤหาสน์ตระกูล ‘วราฤทธิ์’ คฤหาสน์หินอ่อนหลังงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองหลวง ค่ำคืนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวรรค์บนดินเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของ ‘ภศุตม์’ มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศผู้ทรงอิทธิพล แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระย้าสาดส่องกระทบแก้วแชมเปญและเครื่องเพชรของเหล่าแขกเหรื่อระดับวีไอพี เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศที่แสนจะหรูหราและสมบูรณ์แบบ
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ความสมบูรณ์แบบนั้น ซ่อนความเน่าเฟะอะไรเอาไว้บ้าง…
‘รินลดา’ หญิงสาวในชุดสาวใช้สีดำสวมผ้ากันเปื้อนสีขาวสีหน้าเรียบเฉย เธอกระชับถาดเครื่องดื่มในมือแน่น ขณะก้าวเดินไปตามทางเดินหินอ่อน สายตาของเธอไม่ได้จับจ้องไปที่ความโอ่อ่าของงานเลี้ยง แต่มองตรงไปยังชายวัยกลางคนที่ยืนยิ้มรับคำอวยพรอยู่กลางโถง… ภศุตม์ ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเลี้ยงของเธอ และเป็นคนที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตเธอ
จุดแตกหัก: ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ปกคอเสื้อ
ขณะที่รินลดากำลังเดินเสิร์ฟแชมเปญให้กับกลุ่มคุณหญิงคุณนาย จู่ๆ แขกคนหนึ่งก็ถอยหลังมาชนเธออย่างแรงจนถาดในมือร่วงหล่นลงพื้น
เพล้ง!
เสียงแก้วแตกดึงดูดสายตาของคนทั้งงานให้หันมามอง รวมถึงภศุตม์ด้วย รินลดารีบก้มลงเก็บเศษแก้ว แต่ในจังหวะนั้นเอง กระดุมคอเสื้อของเธอที่ติดไว้หลวมๆ กลับหลุดออก เผยให้เห็นสร้อยคอแพลตตินัมที่ซ่อนอยู่ด้านใน
ตรงกลางของสร้อยเส้นนั้น คือจี้พลอยไพลินสีน้ำเงินเม็ดโต รูปหยดน้ำล้อมเพชร ซึ่งส่องประกายล้อแสงไฟอย่างงดงามและโดดเด่นเกินกว่าจะเป็นของสาวใช้ธรรมดาๆ
ดวงตาของภศุตม์เบิกกว้างราวกับเห็นผี ใบหน้าที่เคยเปื้อนยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ เขาก้าวฉับๆ ตรงรี่เข้ามาหารินลดา ก่อนจะชี้หน้าเธอด้วยมือที่สั่นเทา
“สร้อยเส้นนั้น… มันเป็นสร้อยของภรรยาฉันที่ตายไปแล้ว!” มหาเศรษฐีตะโกนลั่นลานกว้าง
เสียงตะโกนนั้นเปรียบเสมือนเสียงกระจกที่ถูกทุบแตกละเอียดกลางห้องโถงใหญ่ ชั่วพริบตาเดียว แม้แต่เสียงดนตรีคลาสสิกที่กำลังบรรเลงก็หยุดชะงักลง แขกนับร้อยชีวิตเงียบกริบราวกับถูกหยุดเวลา ทุกสายตาจับจ้องมาที่สาวใช้ผู้ต่ำต้อย
“แกขโมยมันมา! นังขี้ข้าโจร! สร้อยเส้นนี้หายไปตั้งแต่วันที่ คุณหญิงดาริกา ภรรยาของฉันประสบอุบัติเหตุรถตกเหวเมื่อสิบปีก่อน รปภ.! จับตัวนังเด็กนี่ไว้ ส่งตำรวจเดี๋ยวนี้!” ภศุตม์แผดเสียงสั่งการ
แต่แทนที่รินลดาจะตัวสั่น ร้องไห้ หรือคุกเข่าขอร้อง เธอกลับยืนขึ้นอย่างเชื่องช้า ปัดเศษแก้วออกจากกระโปรง และเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ทรงอิทธิพลด้วยแววตาที่เย็นเยียบและแข็งกร้าว
และคำตอบของสาวใช้ในวินาทีถัดมา… ก็ทำเอาทุกคนในงานแทบหยุดหายใจ
ความจริงที่ถูกฝัง: คำตัดสินของสาวใช้
“คุณแน่ใจเหรอคะคุณภศุตม์ ว่าคุณหญิงดาริกา ‘ประสบอุบัติเหตุ’ จริงๆ…”
น้ำเสียงของรินลดาดังก้องกังวานและเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ
ภศุตม์ชะงักงัน หน้าซีดเผือด “ก-แกพูดเรื่องอะไร! นังบ้า! รปภ. ลากตัวมันออกไป!”
“ใช่ค่ะ สร้อยเส้นนี้เป็นของคุณหญิงดาริกา…” รินลดาไม่สนใจเสียงตะคอก เธอพูดต่อด้วยเสียงที่ดังฟังชัดกว่าเดิม “และท่านเป็นคนถอดมัน สวมคล้องคอให้กับมือฉันเอง… ในคืนที่คุณสั่งให้ลูกน้องไปตัดสายเบรกรถของท่านไงคะ คุณภศุตม์!”
เสียงฮือฮาดังอื้ออึงขึ้นทันที แขกเหรื่อต่างหันหน้ามองกันด้วยความตกตะลึง
“แกตอแหล! แกเป็นใครถึงกล้ามาใส่ร้ายฉันกลางงานของฉัน!” ภศุตม์พุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบหน้ารินลดา แต่ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสองคนที่แฝงตัวเป็นแขกในงานได้พุ่งออกมารวบตัวเขาไว้ได้อย่างทันท่วงที
รินลดาเอื้อมมือไปปลดผ้ากันเปื้อนของสาวใช้ออก โยนมันทิ้งลงบนพื้นหินอ่อนอย่างไม่ไยดี ก่อนจะล้วงเอาเครื่องบันทึกเสียงและแฟลชไดรฟ์ออกมาจากกระเป๋ากระโปรง
“ฉันคือ ‘รินลดา’ ลูกสาวบุญธรรมที่คุณหญิงดาริกาแอบส่งไปเรียนที่ต่างประเทศก่อนที่เธอจะแต่งงานกับผู้ชายหิวเงินอย่างคุณไงล่ะ… แม่รู้ตัวมาตลอดว่าคุณกำลังยักยอกเงินกงสีของตระกูล และกำลังวางแผนฮุบสมบัติของท่าน คืนนั้นแม่ส่งสร้อยเส้นนี้ พร้อมกับหลักฐานทั้งหมดมาให้ฉัน ก่อนที่ท่านจะถูกคุณฆ่าปิดปาก!”
“ไม่จริง! ฉันไม่ได้ทำ นังนี่มันถูกจ้างมาใส่ร้ายฉัน!” ภศุตม์ดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตาย เหงื่อกาฬแตกพลั่กทั่วใบหน้า
“สิบปีที่ผ่านมา ฉันต้องซ่อนตัวและใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อรอวันนี้…” รินลดาก้าวเข้าไปใกล้ชายที่ฆ่าแม่ของเธอ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความแค้นที่สุมอกมานับทศวรรษ “หลักฐานการโอนเงินให้มือปืน คลิปเสียงที่คุณสั่งการ และเส้นทางการฟอกเงินทั้งหมดของคุณ ตอนนี้มันถูกส่งให้กองบังคับการปราบปรามและสื่อมวลชนทุกสำนักแล้ว”
บทสรุป: บัลลังก์ที่พังทลาย
ทันใดนั้น ประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์ก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนายที่เดินหน้ากระดานเข้ามาในงาน
“นายภศุตม์ วราฤทธิ์ คุณถูกจับกุมในข้อหาจ้างวานฆ่าคุณหญิงดาริกา และยักยอกทรัพย์สิน เชิญไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ” สารวัตรผู้คุมกำลังกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
กุญแจมือเหล็กเย็นเฉียบถูกสับลงบนข้อมือของมหาเศรษฐีผู้เคยยิ่งใหญ่ ภศุตม์หมดเรี่ยวแรง เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นหินอ่อน ความเย่อหยิ่งและอำนาจที่เขาสร้างมาตลอดสิบปีพังทลายลงในพริบตา แขกเหรื่อที่เคยยกยอเขาต่างถอยห่างด้วยความรังเกียจ
รินลดายืนมองภาพนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เธอยกมือขึ้นแตะจี้ไพลินสีน้ำเงินที่ลำคอเบาๆ… วันนี้เธอได้ทำหน้าที่ลูกอย่างสมบูรณ์แล้ว หยาดน้ำตาแห่งความโล่งใจหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมากระทบอัญมณีสีเลือด
มหาเศรษฐีจอมปลอมถูกคุมตัวออกไปท่ามกลางแสงแฟลชของนักข่าวที่แห่กันมาถึงหน้าคฤหาสน์ ทิ้งไว้เพียงตำนานของงานฉลองที่จบลงด้วยคราบน้ำตา และความจริงที่ถูกเปิดโปงโดยสาวใช้… ผู้เป็นทายาทที่แท้จริงของตระกูลวราฤทธิ์
