โยนทิ้ง แลกกับเอกสารที่ฉีกหน้ากากและทำลายล้างตระกูลทรยศ
เสียงล้อกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมที่ถูกลากเสียดสีกับพื้นหินอ่อนนำเข้าของคฤหาสน์ดังก้องไปทั่วบริเวณ กระเป๋าใบใหญ่จำนวน 12 ใบถูกพนักงานขับรถทยอยขนเข้ามาวางเรียงรายอย่างระมัดระวัง
“กวิน” สามีสุดที่รักของฉัน เดินนำหน้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและหยิ่งผยอง ตามมาด้วย “คุณหญิงดวงดาว” แม่สามีที่สวมแว่นกันแดดชาแนลและเสื้อโค้ทขนสัตว์ราวกับเพิ่งลงจากรันเวย์ที่ปารีส พวกเขาเพิ่งกลับมาจากทริปทัวร์ยุโรปสุดหรูที่กินเวลายาวนานถึง 74 วัน
ฉันนั่งจิบชาเอิร์ลเกรย์อย่างสงบนิ่งอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีตัวโปรดในห้องนั่งเล่น ซ่อนตัวอยู่ในมุมสลัวที่แสงแดดยามบ่ายส่องเข้ามาไม่ถึง เฝ้ามองดูละครฉากใหญ่ที่กำลังจะปิดม่านลง
“กวินลูก… คืนนี้โทรเรียกทนายประจำตระกูลมาเลยนะ เตรียมจัดการเรื่องมรดกให้เรียบร้อย พรุ่งนี้เราค่อยโทรแจ้งตำรวจว่าเพิ่งกลับมาเจอศพ” เสียงของคุณหญิงดวงดาวดังขึ้นอย่างไม่ยี่หระ เธอยิ้มเยาะขณะถอดถุงมือหนังออก “ป่านนี้ศพคงเน่าคาเตียงไปแล้วมั้ง โรคหัวใจกำเริบแถมไม่มียากินแบบนั้น จะรอดเกินสามวันได้ยังไง”
“โธ่แม่ครับ… อย่าพูดเสียงดังไปสิครับ เดี๋ยววิญญาณ ‘อดีตเมียรัก’ ของผมก็เฮี้ยนขึ้นมาหรอก” กวินหัวเราะร่วน แววตาของเขาไม่มีความเศร้าโศกเสียใจแม้แต่น้อย มีเพียงความโลภที่ปิดไม่มิด “ทุกอย่างที่เป็นของณิชา ทั้งคฤหาสน์หลังนี้ หุ้นในบริษัท และเงินสดในธนาคาร… กำลังจะเป็นของเราอย่างสมบูรณ์แบบครับแม่”
ฉันวางถ้วยชาลงบนจานรอง เสียงกระเบื้องเคลือบกระทบกันเบาๆ แต่กลับดังกังวานในความเงียบสงัดของคฤหาสน์
“กลับมาแล้วเหรอคะกวิน… ซื้ออะไรมาตั้ง 12 ใบ หวังว่าคงไม่มีชุดสูทสีดำสำหรับงานศพของฉันหรอกนะ”
เสียงของฉันเรียบเฉียบและเย็นชา ราวกับมัจจุราชที่กระซิบอยู่ข้างหู
กวินและคุณหญิงดวงดาวสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกผีหลอก ขาทั้งสองข้างของกวินแข็งทื่อ ดวงตาของเขาเบิกโพลงเมื่อหันมามองที่ต้นเสียง ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความผยอง บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับกระดาษ
“ณิ… ณิชา!” กวินละล่ำละลัก นิ้วชี้มาทางฉันอย่างสั่นเทา “ต… แต่คุณ… คุณน่าจะ…”
“ฉันน่าจะตายไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่คุณเอาตลับยาขยายหลอดเลือดหัวใจของฉันไปโยนทิ้งชักโครกใช่ไหมคะ?” ฉันเหยียดยิ้ม ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามในชุดเดรสสีแดงสด สีที่กวินเกลียดที่สุด “74 วันก่อน คุณยืนมองฉันล้มลงไปกองกับพื้น เอามือกุมหน้าอก หายใจไม่ออก คุณแสยะยิ้ม ล็อกประตูห้องนอน และเดินจากไปพร้อมกับแม่ของคุณ เพื่อบินไปเสวยสุขที่ยุโรปด้วยบัตรเครดิตของฉัน… รอเวลาให้ฉันกลายเป็นศพ”
“ผะ… ผีหลอก! นังณิชา แกเป็นผีใช่ไหม!” คุณหญิงดวงดาวกรีดร้องเสียงหลง ทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้นหินอ่อน
“ฉันยังไม่ตายค่ะคุณแม่ และสุขภาพหัวใจของฉันก็แข็งแรงดีเยี่ยม… ต้องขอบคุณปุ่มฉุกเฉินใต้โต๊ะทำงานที่ฉันกดเรียกทีมแพทย์ส่วนตัวมาช่วยชีวิตไว้ได้ทันท่วงที หลังจากที่ลูกชายหน้าโง่ของคุณเดินออกจากบ้านไปแค่สิบนาที”
ฉันเดินเข้าไปใกล้พวกเขาทีละก้าว กวินพยายามจะก้าวถอยหลัง แต่ขาของเขาสั่นจนไม่มีแรง
“ณิชา… ผม… ผมอธิบายได้นะ คือวันนั้นผมตกใจ ผมทำอะไรไม่ถูก…” กวินพยายามเค้นน้ำตาและสร้างเรื่องโกหกที่น่าสมเพชที่สุดออกมา
“เก็บคำแก้ตัวโง่ๆ ของคุณไว้ไปพูดในศาลเถอะกวิน” ฉันตัดบทเสียงกร้าว หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาปาใส่หน้าอกของเขาจนเอกสารร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น
“นี่มันอะไร…” กวินก้มลงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่าน ก่อนที่มือของเขาจะสั่นระริกยิ่งกว่าเดิม
“เอกสารฉบับแรก คือการฟ้องหย่า พร้อมหลักฐานกล้องวงจรปิดในห้องนอนที่บันทึกภาพคุณโยนยาทิ้งและปล่อยให้ฉันนอนรอความตาย ซึ่งมันเพียงพอที่จะส่งคุณเข้าคุกในข้อหา ‘พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน’“
ฉันกอดอกมองความพินาศของอดีตสามีด้วยความสะใจที่อัดอั้นมาตลอด 74 วัน
“เอกสารฉบับที่สอง คือคำสั่งศาลในการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณยักยอกไปจากบริษัทของฉันตลอดสามปีที่ผ่านมา รวมถึงกระเป๋าแบรนด์เนมทั้ง 12 ใบที่คุณเพิ่งรูดบัตรเครดิตของบริษัทซื้อมาด้วย เพราะตอนนี้บัตรทุกใบถูกอายัด และคุณกำลังจะถูกฟ้องร้องในข้อหา ‘ฉ้อโกง’“
“ไม่จริง! แกทำแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันเป็นแม่ผัวแกนะ!” คุณหญิงดวงดาวกรีดร้อง พยายามจะพุ่งเข้ามาตบตีฉัน แต่กลับถูกรปภ. รูปร่างกำยำสองคนที่ก้าวออกมาจากมุมมืดรวบตัวเอาไว้
“และเอกสารฉบับสุดท้าย…” ฉันเหยียดยิ้มกว้างขึ้น “คือการเพิกถอนสิทธิในพินัยกรรมทั้งหมดที่คุณเคยมีชื่ออยู่ กวิน… ตลอด 74 วันที่คุณมัวแต่จิบไวน์และถ่ายรูปลงอินสตาแกรมที่หอไอเฟล ฉันได้เซ็นเอกสารทุกอย่างที่จะบดขยี้ชีวิตของคุณและครอบครัวปลิงดูดเลือดของคุณให้จมดินลงไปแล้ว”
สิ้นคำพูดของฉัน ประตูคฤหาสน์ก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสี่นายเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับหมายจับ
“คุณกวิน และคุณหญิงดวงดาวครับ คุณทั้งสองถูกจับกุมในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าและฉ้อโกงทรัพย์สิน เชิญไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจด้วยครับ” นายตำรวจกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
กวินทรุดเข่าลงกับพื้น น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและสิ้นหวังไหลอาบแก้ม เขาพยายามจะคลานเข้ามากอดขาฉัน
“ณิชา… ผมขอโทษ ผมมันเลว ผมมันโง่เอง! ให้โอกาสผมเถอะนะ ผมรักคุณนะณิชา!”
ฉันก้มลงมองผู้ชายที่ฉันเคยรักหมดหัวใจ ผู้ชายที่เคยสวมแหวนแต่งงานและให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลกันไปตลอดชีวิต บัดนี้เขาดูไม่ต่างอะไรกับสุนัขจนตรอก
ฉันค่อยๆ ดึงเท้าออกจากการเกาะกุมของเขา
“ความรักของคุณมันถูกโยนทิ้งลงชักโครกไปพร้อมกับยาของฉันตั้งแต่วันนั้นแล้วกวิน… ขอให้สนุกกับทริปทัวร์เรือนจำนะ หวังว่ามันจะยาวนานกว่า 74 วันที่คุณทิ้งฉันไว้”
ฉันหันหลังเดินกลับไปที่โซฟา ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองภาพกวินและแม่ของเขาที่ถูกใส่กุญแจมือและลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน
กระเป๋าแบรนด์เนม 12 ใบยังคงตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้าน… แต่มันไม่ได้มีค่าอะไรเลย เมื่อเทียบกับ ‘อิสรภาพ’ และ ‘ชีวิตใหม่’ ที่ฉันเพิ่งทวงคืนกลับมาได้ด้วยมือของฉันเอง.
