‘ตัวตลก’ พลิกกระดานฉีกหน้ากากไฮโซจอมปลอมจนย่อยยับ!
I. คำเชิญอันแสนโหดร้ายใต้แสงแชนเดอเลียร์
คฤหาสน์หรูหราของตระกูล “เกียรติธำรงค์” สว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระย้า งานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐี เครื่องเพชรบนลำคอระหงของเหล่าคุณหญิงคุณนายส่องประกายวูบวาบ แข่งกับแก้วแชมเปญเจียระไนที่กระทบกันดังกังวาน
ทว่า ท่ามกลางความหรูหรานั้น กลับมีแผนการอันแสนสกปรกซ่อนอยู่
“กฤติกร” เจ้าของคฤหาสน์และซีอีโอหนุ่มจอมหยิ่งยโส ยืนถือแก้วไวน์กระซิบกระซาบกับ “ลลิตา” ภรรยาสาวของเขา พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“คุณแน่ใจนะว่ายัยนั่นจะมา?” กฤติกรถาม
“มาสิคะ ฉันบอกว่าถ้าไม่มาจะหักเงินเดือนและไล่ออก” ลลิตาหัวเราะคิกคัก ก่อนจะป้องปากกระซิบกับกลุ่มเพื่อนไฮโซที่ยืนอยู่รอบๆ “เชิญนังนั่นมาเถอะค่ะ… งานปาร์ตี้ที่น่าเบื่อของเรา จะได้มี ‘ตัวตลก’ ไว้ให้พวกเราหัวเราะเยาะไง!”
ทุกคนในวงสนทนาต่างพากันหัวเราะร่วน รอคอยการปรากฏตัวของเหยื่อผู้โชคร้าย… “มุกดารา” หญิงสาววัย 26 ปี พนักงานทำความสะอาดกะดึกประจำตึกสำนักงานของกฤติกร ผู้ซึ่งถูกบีบบังคับให้มาร่วมงานในคืนนี้
II. การปรากฏตัวของตัวตลกที่ผิดคาด
เมื่อประตูบานใหญ่ของห้องโถงเปิดออก เสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงคลออยู่ก็คล้ายจะเบาลง สายตานับร้อยคู่หันไปจับจ้องที่ผู้มาใหม่
มุกดาราก้าวเข้ามาในงาน เธอไม่ได้สวมชุดยาจกหรือเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งอย่างที่ไฮโซหลายคนคาดหวังจะเห็นเพื่อเอาไปล้อเลียน เธอสวมเพียงชุดเดรสผ้าไหมสีดำเรียบๆ ที่ดูตกยุคไปสักสิบปี ไร้ซึ่งเครื่องประดับใดๆ บนร่างกาย ใบหน้าของเธอปราศจากเครื่องสำอางราคาแพง มีเพียงความหมดจดและแววตาที่นิ่งสงบจนน่าประหลาด
“ดูสิยะ ใส่ชุดอะไรมาก็ไม่รู้ เหมือนชุดกระสอบเลย”
“นั่นน่ะสิ กลิ่นน้ำยาขัดห้องน้ำลอยมาถึงนี่เลยหรือเปล่าเนี่ย”
เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นรอบทิศทาง แต่มุกดารากลับเดินหลังตรงอย่างสง่างาม ไม่มีความหวาดกลัวหรือประหม่าในท่าทีของเธอเลยแม้แต่น้อย
III. แผนการฉีกหน้ากลางงานกาล่า
ลลิตาเห็นว่ามุกดาราไม่แสดงอาการสั่นกลัวอย่างที่คิด เธอจึงตัดสินใจเริ่มแผนการทำลายความมั่นใจของแม่บ้านสาวทันที ลลิตาเดินกรีดกรายถือแก้วไวน์แดงเข้ามาหามุกดารา โดยมีแขกเหรื่อเดินตามมาล้อมวงดูเรื่องสนุก
“โอ๊ะโอ… ดูสิว่าใครมา แม่บ้านคนเก่งของเรานี่เอง” ลลิตาพูดเสียงดังกังวาน “ทำงานถูพื้นมาเหนื่อยๆ ดื่มไวน์แก้วนี้หน่อยสิมุกดารา นี่คือ ‘Château Margaux’ ปี 1990 ขวดละเหยียบแสนเลยนะ ชีวิตนี้คงไม่เคยได้ลิ้มรสของแพงๆ แบบนี้ใช่ไหม ดื่มสิ แล้วบอกพวกเราหน่อยว่ารสชาติมันอร่อยสมราคาหรือเปล่า”
กฤติกรและเพื่อนๆ พากันกลั้นขวัญ พวกเขารู้ดีว่าไวน์ในแก้วนั้นไม่ใช่ไวน์ฝรั่งเศสราคาแพง แต่เป็นเพียงไวน์ราคาถูกขวดละไม่กี่ร้อยที่ลลิตาจงใจเทใส่แก้วคริสตัล เพื่อหลอกให้แม่บ้านโง่ๆ คนนี้เอ่ยปากชมเปาะ แล้วพวกเขาจะได้หัวเราะเยาะความบ้านนอกของเธอ
มุกดารามองแก้วไวน์ที่ถูกยื่นมาตรงหน้า เธอยิ้มบางๆ รับแก้วคริสตัลใบนั้นมาถือไว้ ก่อนจะค่อยๆ แกว่งแก้วเป็นวงกลมอย่างชำนาญเพื่อให้ไวน์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ท่วงท่าของเธอสวยงามและถูกต้องตามหลักสากลจนหลายคนเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
มุกดารายกแก้วขึ้นสูดดมกลิ่น ก่อนจะแตะริมฝีปากจิบเพียงเล็กน้อย
บรรยากาศในงานเงียบกริบ รอคอยคำตอบโง่ๆ จากปากแม่บ้าน
มุกดาราวางแก้วลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทและชัดเจน
“กลิ่นแทนนินหยาบกระด้าง… บอดี้เบาบาง และมีกลิ่นผลไม้หมักที่ไม่ได้ที่เจืออยู่…” เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับลลิตา “นี่ไม่ใช่ Château Margaux ปี 1990 หรอกนะคะ คุณลลิตา แต่นี่คือไวน์ ‘Table Wine’ เกรดต่ำจากไร่เล็กๆ ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย ราคาไม่น่าจะเกินห้าร้อยบาท… คุณลลิตาถูกตัวแทนจำหน่ายหลอกขายมา หรือจงใจเอาไวน์ถูกๆ มารินใส่แก้วคริสตัลเพื่อหลอกตัวเองคะ?”
IV. ท่วงทำนองแห่งการโต้กลับ
สิ้นคำพูดของมุกดารา เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วห้องโถง ลลิตาหน้าซีดเผือดจนเครื่องสำอางแทบจะปิดไม่อยู่ ส่วนกฤติกรขบกรามแน่นด้วยความโกรธจัดที่แผนการพังไม่เป็นท่า
“ก-แกพล่ามอะไร! แกเป็นแค่คนขัดส้วม จะไปรู้เรื่องไวน์ราคาแพงได้ยังไง!” ลลิตาแผดเสียง
มุกดาราไม่ได้ตอบโต้คำด่าทอ เธอเบือนสายตาไปเห็นแกรนด์เปียโนหลังใหญ่สีดำขลับที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโถง เธอก้าวเดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้เปียโนอย่างเชื่องช้า
“นั่นเปียโน Steinway & Sons รุ่นลิมิเต็ดนะ! อย่าเอามือสกปรกของแกไปแตะ!” กฤติกรตวาด
แต่มุกดาราไม่สน นิ้วเรียวยาวของเธอจรดลงบนคีย์ขาวดำ และในวินาทีถัดมา… ท่วงทำนองอันเกรี้ยวกราด ทรงพลัง และซับซ้อนของบทเพลง ‘La Campanella’ (ลา กัมปาเนลลา) ของ ฟรานซ์ ลิสต์ ก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์!
นิ้วของเธอพรมลงบนแป้นคีย์บอร์ดด้วยความเร็วและแม่นยำระดับนักเปียโนมืออาชีพ เสียงดนตรีที่ถูกถ่ายทอดออกมานั้นมีทั้งความเจ็บปวด ความสง่างาม และความเย่อหยิ่งอยู่ในที มันสะกดให้แขกเหรื่อนับร้อยในงานต้องยืนอ้าปากค้าง ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ นอกจากเสียงเปียโนที่กรีดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ
V. ความลับใต้รอยเปื้อนฝุ่น
เมื่อตัวโน้ตตัวสุดท้ายจบลง หอคอยแห่งความเงียบงันก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงปรบมือดังสนั่น…
“คุณากร” มหาเศรษฐีรุ่นใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในงาน ซึ่งเป็นประธานสมาคมผู้ส่งออก เป็นผู้ริเริ่มปรบมือ เขาก้าวเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาหามุกดาราด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
“หนู… หนูคือ ‘มุกดารา อัครโภคิน’ ทายาทของตระกูลอัครโภคินที่หายตัวไปเมื่อห้าปีก่อนใช่ไหม!” คุณากรเอ่ยถามเสียงสั่น
คำว่า ‘อัครโภคิน’ ทำให้กฤติกรและลลิตาแทบจะทรุดลงกับพื้น! ตระกูลอัครโภคินคืออดีตตระกูลมหาเศรษฐีผู้ดีเก่าที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุด ก่อนจะประสบภาวะล้มละลายเพราะถูกหุ้นส่วนคดโกง พ่อแม่ของมุกดาราตรอมใจจนเสียชีวิต ทิ้งหนี้สินก้อนโตไว้ให้ลูกสาววัยยี่สิบเอ็ดปีต้องแบกรับ
“สวัสดีค่ะ คุณลุงคุณากร ไม่เจอกันนานเลยนะคะ” มุกดาราลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างงดงามแบบผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว
“ทำไมหนูถึงไปทำงานเป็นแม่บ้านล่ะลูก! ทำไมไม่มาหาลุง!” คุณากรถามด้วยความเวทนา
มุกดารายิ้มบางๆ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“มุกเลือกที่จะทำงานสุจริตทุกอย่าง ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือต่ำต้อยแค่ไหน เพื่อชดใช้หนี้สินก้อนสุดท้ายแทนคุณพ่ออย่างมีศักดิ์ศรีค่ะ และวันนี้… มุกได้ชำระหนี้ก้อนนั้นจนหมดสิ้นแล้ว มุกไม่ได้ติดค้างอะไรใครอีกต่อไป”
VI. หน้ากากที่หลุดลุ่ยของไฮโซจอมปลอม
สายตาทุกคู่ที่เคยมองมุกดาราด้วยความสมเพช บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมและศรัทธาอย่างสุดซึ้ง ในขณะเดียวกัน สายตาเหล่านั้นก็หันกลับไปมองกฤติกรและลลิตาด้วยความรังเกียจและขยะแขยง
มุกดาราก้าวเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าสามีภรรยาจอมหยิ่งยโสที่ตอนนี้ตัวสั่นเป็นลูกนก
“คุณกฤติกร คุณลลิตาคะ…” มุกดาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบขาด “เครื่องเพชรราคาแพงและแก้วคริสตัลหรูหรา อาจจะช่วยประดับบารมีจอมปลอมให้คนเราดูสูงส่งขึ้นได้ในสายตาคนนอก… แต่มันไม่สามารถปกปิด ‘ความยากจนทางจิตวิญญาณ’ และ ‘ความตื้นเขินในสันดาน’ ของพวกคุณได้เลย”
ลลิตาหน้าชาหนึบราวกับถูกตบด้วยมือที่มองไม่เห็น ส่วนกฤติกรได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาผู้คน
“อ้อ… แล้วพรุ่งนี้ฉันคงไม่ไปทำงานถูพื้นให้บริษัทคุณแล้วนะคะ เพราะฉันเพิ่งได้รับการทาบทามให้ไปเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนของเครือคุณากรกรุ๊ป… ขอให้มีความสุขกับงานปาร์ตี้ที่ไร้ตัวตลกนะคะ”
มุกดาราหันหลังก้าวเดินออกจากคฤหาสน์หรูอย่างสง่างาม ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองความพินาศของเจ้าภาพที่กำลังถูกสังคมชั้นสูงรอบข้างรุมประณามและหัวเราะเยาะอย่างสาสม
ค่ำคืนนี้ แสงแชนเดอเลียร์อาจจะยังคงสว่างไสว แต่หน้ากากคริสตัลของไฮโซจอมปลอม ได้ถูกผู้หญิงที่พวกเขาเรียกว่า ‘แม่บ้าน’ ทุบจนแตกละเอียด ไม่เหลือชิ้นดี!
