ก่อนตอกกลับครอบครัวอดีตคู่หมั้นจนย่อยยับไม่มีชิ้นดี
คืนก่อนวันวิวาห์: เสื้อคลุมที่ถูกลืม
ค่ำคืนก่อนวันสำคัญที่สุดในชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง ควรจะเป็นคืนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและรอยยิ้ม แต่สำหรับฉัน ‘รินรดา’ ซีอีโอสาวผู้ก่อตั้งและปลุกปั้นบริษัทสายเทคโนโลยีระดับพันล้านอย่าง อาร์.เอ็น. อินโนเวชั่น คืนนี้กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ฉันตาสว่างไปตลอดกาล
ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นจากความสะเพร่าของฉันเอง ฉันลืมเสื้อคลุมตัวเก่งที่เป็นของดูต่างหน้าคุณพ่อไว้ในห้องสวีทของโรงแรมระดับห้าดาว ซึ่งเป็นห้องที่ฉันเปิดให้ครอบครัวของ ‘กวิน’ คู่หมั้นของฉันพักผ่อนก่อนงานแต่งงานในวันพรุ่งนี้ ด้วยความที่ไม่อยากกวนใจพนักงานและคิดว่าทุกคนคงหลับไปหมดแล้ว ฉันจึงใช้คีย์การ์ดสำรองแตะเข้าไปเงียบๆ
แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้โซนห้องนั่งเล่น เสียงหัวเราะที่ดังเล็ดลอดออกมาจากบานประตูที่แง้มอยู่ ก็ทำให้ฝีเท้าของฉันชะงักงัน
ความลับโสมมหลังบานประตู
“แม่เตรียมเอกสารไว้พร้อมหมดแล้วใช่ไหมครับ?”
นั่นคือเสียงของกวิน ผู้ชายที่พร่ำบอกรักฉันทุกเช้าเย็น น้ำเสียงของเขาตอนนี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย กลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเยือกเย็น
“เรียบร้อยแล้วลูกชายแม่” เสียงของ ‘คุณหญิงสมัชชา’ ว่าที่แม่สามีของฉันดังขึ้นพร้อมเสียงจิบแชมเปญ “พรุ่งนี้ตอนที่นักข่าวและแขกผู้ใหญ่มากันเต็มงาน แม่จะอ้างธรรมเนียมการรวมครอบครัวเป็นทองแผ่นเดียวกัน แล้วยื่นสัญญาโอนหุ้น 51% ให้มันเซ็นกลางเวที นังรินมันห่วงภาพลักษณ์บริษัทจะตาย เจอคนกดดันเป็นพันคน ยังไงมันก็ต้องยอมเซ็นเพื่อรักษาหน้า!”
“ผมล่ะเบื่อเต็มทีที่ต้องแกล้งทำตัวเป็นผู้ชายแสนดี เอาใจผู้หญิงบ้างานอย่างมัน” กวินหัวเราะในลำคอ “ทนอีกนิดนะแม่ พอผมได้สิทธิ์ขาดในบริษัทเมื่อไหร่ เราจะโหวตไล่มันออกจากบอร์ดบริหาร แล้วยึดทุกอย่างมาเป็นของครอบครัวเราให้หมด!”
“ดีมากลูก! บริษัทใหญ่โตขนาดนั้น จะปล่อยให้อยู่ในมือผู้หญิงตัวคนเดียวได้ยังไง มันต้องเป็นของตระกูลเรา!”
ฉันยืนตัวชาอยู่หน้าประตู หัวใจที่เคยพองโตด้วยความรักแตกสลายไม่มีชิ้นดี… แต่แปลกที่ฉันกลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ความเสียใจถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นและสติปัญญาที่เฉียบแหลมสมกับเป็นนักธุรกิจ
ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดบันทึกเสียงบทสนทนาโสมมนั้นไว้จนจบ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก
ในเมื่ออยากเล่นละครฉากใหญ่… ฉันก็จะจัดเวทีให้พวกเขาย่อยยับอย่างสมเกียรติ!
รอยยิ้มใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว
เช้าวันรุ่งขึ้น งานวิวาห์แห่งปีถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา แขกเหรื่อระดับวีไอพี นักธุรกิจชั้นนำ และกองทัพนักข่าวหลายสิบสำนักมารวมตัวกันที่แกรนด์บอลรูม
ฉันก้าวเดินเข้าไปในงานด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ราคาเจ็ดหลัก รอยยิ้มหวานหยดย้อยถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างแนบเนียน กวินยืนรอฉันอยู่ที่ปลายทางเดิน เขาส่งยิ้มหล่อเหลาและยื่นมือมาจับมือฉันไว้แน่น
“วันนี้รินสวยที่สุดเลยครับ” เขากระซิบ
ฉันยิ้มตอบอย่างอ่อนหวาน “ขอบคุณค่ะกวิน วันนี้… จะเป็นวันที่เราทุกคนไม่มีวันลืมเลยล่ะค่ะ”
ตลอดทั้งงาน ฉันสวมบทบาทเจ้าสาวผู้แสนมีความสุขได้อย่างไร้ที่ติ ฉันหัวเราะ ฉันชนแก้ว และฉันรอคอยเวลาอย่างใจเย็น… เวลาที่เหยื่อจะเดินมาติดกับดักที่ฉันขุดล่อเอาไว้
ละครฉากใหญ่กลางงานฉลอง
เมื่อถึงช่วงเวลาตัดเค้กและกล่าวคำอวยพร คุณหญิงสมัชชาในชุดไหมไทยฟู่ฟ่าก็ก้าวขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับไมโครโฟนและแฟ้มกำมะหยี่สีแดงในมือ
“สวัสดีค่ะแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน” เธอยิ้มกว้างจนตาหยี “วันนี้ดิฉันในฐานะแม่ของเจ้าบ่าว มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับหนูรินรดาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา และเพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงความรักและความไว้เนื้อเชื่อใจว่าเราจะหลอมรวมเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง…”
เธอกางแฟ้มกำมะหยี่ออก เผยให้เห็นเอกสารทางกฎหมายที่เตรียมมา
“ดิฉันขอให้หนูริน มอบของขวัญชิ้นสำคัญให้กับกวิน… นั่นคือ การเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์หุ้น 51% ของบริษัท อาร์.เอ็น. อินโนเวชั่น ให้กับสามี เพื่อให้กวินได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ และบริหารงานร่วมกันในฐานะผู้นำครอบครัวค่ะ!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วทั้งห้องบอลรูม แสงแฟลชจากกล้องนักข่าวสาดสาดกระหน่ำมาที่ฉัน แขกหลายคนเริ่มซุบซิบ กวินเดินเข้ามาโอบเอวฉันแน่นขึ้น เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมส่งสายตากดดัน
“เซ็นสิครับริน เพื่ออนาคตของเราไง” เขากระซิบเสียงเบา แต่บีบเอวฉันแน่น
นี่ไงล่ะ… แผนการบีบบังคับด้วยสังคม ถ้าฉันปฏิเสธ ฉันจะกลายเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัวและไม่ไว้ใจสามี แต่ถ้าฉันเซ็น ฉันจะสูญเสียทุกอย่างที่สร้างมา
ฉันก้มหน้าลงเล็กน้อย ทำทีเป็นนิ่งอึ้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแย้มยิ้มอย่างงดงามที่สุด แล้วรับไมโครโฟนมาจากพิธีกร
ของขวัญเซอร์ไพรส์ที่ทำลายล้างทุกสิ่ง
“คุณแม่คะ กวินคะ…” ฉันพูดใส่ไมค์ เสียงหวานใสแต่ดังกังวานไปทั่วห้อง “รินซาบซึ้งใจมากๆ เลยค่ะที่ครอบครัวของคุณตั้งใจเตรียม ‘ของขวัญ’ ชิ้นนี้มาให้รินกลางงานแต่ง แต่บังเอิญจังเลยค่ะ… รินเองก็เตรียมของขวัญเซอร์ไพรส์ไว้ให้กวินและคุณแม่เหมือนกัน”
ฉันหันไปส่งสัญญาณให้ทีมงานควบคุมเครื่องเสียงและจอโปรเจกเตอร์ยักษ์ด้านหลังเวที
“ของขวัญของริน… อยู่บนจอนั้นค่ะ”
ทันใดนั้น ภาพวิดีโอพรีเซนเทชั่นงานแต่งก็ถูกตัดดับไป แทนที่ด้วยไฟล์เสียงที่ถูกแปลงเป็นกราฟิกคลื่นเสียงขนาดใหญ่ พร้อมกับเสียงสนทนาที่คมชัดระดับ HD ดังก้องไปทั่วแกรนด์บอลรูม
“พรุ่งนี้ตอนที่นักข่าวและแขกผู้ใหญ่มากันเต็มงาน แม่จะอ้างธรรมเนียมการรวมครอบครัว… ยื่นสัญญาโอนหุ้น 51% ให้มันเซ็นกลางเวที…”
“ทนอีกนิดนะแม่ พอผมได้สิทธิ์ขาดในบริษัทเมื่อไหร่ เราจะโหวตไล่มันออกจากบอร์ดบริหาร แล้วยึดทุกอย่างมาเป็นของครอบครัวเราให้หมด!”
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งงาน แสงแฟลชที่เคยวูบวาบหยุดชะงัก แขกนับพันคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ใบหน้าของคุณหญิงสมัชชาซีดเผือดราวกับกระดาษ แฟ้มกำมะหยี่ในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังตุ้บ ส่วนกวินหน้าถอดสี รีบปล่อยมือออกจากเอวฉันเหมือนโดนของร้อน
“ริน! น…นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! คุณเอาอะไรมาเปิด!” กวินตะกุกตะกัก พยายามจะวิ่งไปแย่งไมค์จากฉัน แต่บอดี้การ์ดส่วนตัวของฉันสี่คนก้าวขึ้นมาขวางไว้ทันที
“ก็เสียงของพวกคุณสองแม่ลูกที่คุยกันในห้องสวีทเมื่อคืนไงคะ” ฉันหันไปเผชิญหน้ากับพวกเขา รอยยิ้มหวานหายไป เหลือเพียงสายตาที่คมกริบดุจใบมีด “คิดจริงๆ เหรอคะว่าคนอย่าง รินรดา ที่สร้างบริษัทระดับพันล้านมาด้วยสองมือ จะโง่ยอมให้พวกปลิงดูดเลือดมาฮุบสมบัติไปง่ายๆ เพียงเพราะคำว่า ‘รัก’ จอมปลอม?”
“อี… อีนังเด็กบ้า! แกแอบอัดเสียงพวกเรา! แกตั้งใจฉีกหน้าฉัน!” คุณหญิงสมัชชากรีดร้อง ชี้หน้าฉันด้วยมือที่สั่นเทา
“คุณต่างหากที่บีบให้ฉันต้องทำแบบนี้ คุณหญิง” ฉันตอกกลับเสียงเรียบแต่มั่นคง “และเพื่อให้ทุกคนในที่นี้รับทราบ… ฉันไม่ได้เตรียมแค่คลิปเสียงมาหรอกนะคะ”
ฉันหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าที่ผู้ช่วยนำมาให้ แล้วชูขึ้นกลางอากาศ
“เอกสารฉบับนี้คือหมายศาลค่ะ ฉันได้ให้ทนายความฟ้องร้อง นายกวิน และคุณหญิงสมัชชา ในข้อหาพยายามฉ้อโกงและเจตนาทุจริตทางธุรกิจ และที่สำคัญ… เมื่อเช้านี้ ฉันได้ทำการโอนถ่ายสินทรัพย์และสิทธิบัตรที่สำคัญทั้งหมดของ อาร์.เอ็น. อินโนเวชั่น ไปยังบริษัทโฮลดิ้งแห่งใหม่ในต่างประเทศที่ฉันถือหุ้น 100% เรียบร้อยแล้ว!”
ฉันเดินเข้าไปใกล้กวินที่ตอนนี้ทรุดตัวลงไปคุกเข่ากับพื้นด้วยความช็อกสุดขีด
“ดังนั้น บริษัทที่คุณพยายามจะฮุบหุ้น 51% ตอนนี้… มันมีแต่โครงเปล่าๆ กับหนี้สินการลงทุนก้อนใหม่ที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไปเมื่อคืน… ถ้าคุณอยากได้ 51% นั้นนักล่ะก็ เชิญรับหนี้หลายร้อยล้านไปบริหารต่อได้เลยค่ะ!”
นักข่าวพากันรัวชัตเตอร์และบันทึกวิดีโอกันอย่างบ้าคลั่ง แขกเหรื่อเริ่มโห่ร้องและวิพากษ์วิจารณ์ครอบครัวของกวินอย่างสาดเสียเทเสีย คุณหญิงสมัชชาทนความอับอายไม่ไหวจนถึงกับเป็นลมล้มพับไปกลางเวที ท่ามกลางความวุ่นวายของญาติฝั่งเจ้าบ่าวที่ต้องรีบเข้ามาปฐมพยาบาล
ฉันมองภาพความพินาศของคนโลภตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะโยนไมโครโฟนลงบนพื้นเวที ดึงเวลคลุมหน้าเจ้าสาวออก แล้วโยนมันใส่หน้าอดีตคู่หมั้นที่กำลังนั่งหมดสภาพ
“งานแต่งงานวันนี้… ถือเป็นอันยกเลิกค่ะ เชิญพวกคุณรับผลกรรมที่ก่อไว้ให้สนุกนะคะ!”
ฉันหันหลังเดินลงจากเวที ก้าวเดินผ่านพรมแดงออกไปจากงานด้วยท่วงท่าที่สง่างามและมั่นคงที่สุด ทิ้งครอบครัวจอมปลอมให้จมดิ่งลงสู่หายนะที่พวกเขาเป็นคนขุดหลุมฝังตัวเอง!
