การเดินทางกลับที่แสนหนักอึ้ง: สองปีที่เอาชีวิตไปทิ้งกลางสมรภูมิรบ
เพียงเพื่อกลับมาพบความลับที่ฉีกกระชากหัวใจจนแหลกสลาย! I. รอยแผลกลางสมรภูมิ และความหวังเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจ เขาว่ากันว่า… วินาทีที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขที่สุดของชายชาติทหาร คือวินาทีที่ภารกิจสิ้นสุดลง และได้ก้าวเท้ากลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัว ตลอดระยะเวลาสองปีเต็มที่ “ผู้กองภูผา” ต้องไปประจำการอยู่ตะเข็บชายแดนที่เต็มไปด้วยอันตรายและควันปืน สองปีที่เขาต้องนอนกลางดินกินกลางทราย ท่ามกลางเสียงระเบิดและเสียงกรีดร้องของความตาย ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสะเก็ดระเบิดและรอยกระสุน แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เขายังคงหยัดยืน กระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดจากนรกขุมนั้นมาได้ คือรูปถ่ายใบเล็กๆ ที่ยับยู่ยี่ในกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอกซ้าย… รูปของ “นลิน” ภรรยาผู้แสนดีที่เขารักสุดหัวใจ ภูผานั่งอยู่บนเบาะรถไฟชั้นสามที่กำลังแล่นฉึกฉักเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพมหานคร สายลมยามเย็นพัดตีหน้าผ่านหน้าต่างที่เปิดกว้าง เขาหลับตาลง สูดกลิ่นอายของความสงบสุขที่เขาโหยหามาตลอดสองปี ในกระเป๋าเป้ใบใหญ่สีเขียวขี้ม้า มีสร้อยคอทองคำที่เขาเก็บหอมรอมริบจากเงินเดือนทหาร เพื่อตั้งใจจะนำมาสวมให้ภรรยาในวันครบรอบแต่งงานที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน “รอพี่ก่อนนะนลิน… พี่กลับมาแล้ว …
การเดินทางกลับที่แสนหนักอึ้ง: สองปีที่เอาชีวิตไปทิ้งกลางสมรภูมิรบ Read More